หยิบตะกร้าเขียวมาให้ยายหน่อย

ไหนล่ะยาย มีที่ไหนมีแต่ตะกร้าสีฟ้า

ก็นั่นไงตะกร้าสีเขียว กลางบ้านนั่นแหละ

ไอ้เราก็หาไปเถอะว่าตะกร้าเขียวมันซ่อนอยู่ไหนกัน ก็เห็นมีแต่ตะกร้าสีฟ้าตั้งเด่นอยู่กลางบ้าน เถียงกับยายอยู่นานว่าไม่ใช่สีเขียวแต่มันคือสีฟ้า”  จะว่าตายยายเริ่มพร่ามัวก็ไม่ใช่ เพราะแกยังร้อยด้ายเข้าเข็มได้สบายๆ จะว่าตาแกเห็นสีเพี้ยนไป ก็ไม่ใช่อีกเพราะสีอื่นๆก็เรียกถูกหมดว่าแต่ ทำไมคนแก่จึงเรียก สีฟ้า ว่า สีเขียว กันด้วยนะ

ทำไมคุณปู่ย่าตายายของเรา จึงเรียกสี ฟ้า ว่า สีเขียว

ทำไมคนแก่ จึงเรียก สีฟ้า ว่า สีเขียว เพราะตามองสีเพี้ยนไป หรือเพราะภาษาที่แตกต่างกันนะ ?

สีที่มากมายทุกคนรู้ดีว่าเกิดจากแม่สี นั่นคือ สีเหลือง สีแดง และสีน้ำเงิน ก่อนจะผสมผสานกันจนออกมาเป็นสีอื่นๆอย่างหลากหลาย ย้อนกลับไปสมัยก่อน หรือสมัยคุณปู่ย่าตายายของพวกเรา สีที่หลากหลายนี้อาจจะยังมีชื่อเรียกไม่ครบ หรือสีนั้นใกล้เคียงกันมากเกินไปจนสามารถเรียกเหมาไปเลยว่าสีนี้คือสีเดียวกันก็เป็นไปได้ ลองยกตัวอย่างกรณีที่ ผู้ชายไม่สามารถแยกออกได้ว่า ลิปสติกของเหล่าสาวๆนั้นเป็นสีอะไร ซึ่งผู้หญิงอาจจำแนกออกมาเป็นเฉดสีได้ว่ามี สีชมพูส้ม ชมพูโอรส ชมพูพาสเทล แต่ผู้ชายกลับมามองว่าจะเฉดไหนๆก็คือสีชมพูเหมือนกันทั้งนั้น จึงทำให้ผู้ใหญ่บางคนเห็นสีฟ้ากับสีเขียวนี้ว่าใกล้กัน จึงเรียกเป็นสีเดียวกันว่าสีเขียว

จากกรณีนี้มีสมมติฐานมาพยายามคิดว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น

Delwin T. Lindsey และ Angela M. Brown นักวิจัยของมหาวิทยาลัยโอไฮโอ ได้คิดว่าความเข้าใจเรื่องสีนี้มาจาก การมองเห็นสีที่ผิดเพี้ยนไปเพราะเกิดมาจาก รังสียูวีบีในแสงแดด ซึ่งเกิดขึ้นมากในแถบเขตร้อน ซึ่งรังสีตัวนี้อาจส่งผลทำให้เลนส์ตาเสื่อมจึงมองสีผิดเพี้ยนไป เพราะเมื่อตาเริ่มขุ่นมัวจะได้มองเห็นสีเหลืองมากขึ้น ทำให้เห็นสีน้ำเงินได้น้อยลง แต่สมมติฐานนี้ไม่ได้รับการยอมรับเท่าที่ควรเพราะคนแก่หลายๆคนสามารถแยกสีของท้องฟ้าออกได้และไม่มองว่านั่นคือสีเขียว จึงทำให้สมมติฐานถัดไปน่าเชื่อถือมากกว่า

นั่นคือเรื่องของภาษาศาสตร์สังคมซึ่งไม่ได้พูดถึงการมองเห็นสีเพี้ยนไปแต่อย่างใด และไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องสีด้วยซ้ำ แต่เกี่ยวกับเรื่องของภาษาหรือชื่อเรียกต่างหาก ซึ่งความเป็นจริงแล้ว คุณปู่ย่าตายายของเรานั้นไม่ได้มองว่า สีฟ้า หรือสีน้ำเงิน นั่นคือ สีเขียว ท่านเห็นเหมือนที่เราเห็นนั่นแหละ เพียงแต่ความใกล้กันของสี ทำให้ไม่สามารถแยกออกได้ชัดเจนจึงขอเรียกเหมาๆไปเลยว่า สีเขียว ยังไงล่ะ และอีกอย่างสีฟ้า

คือคำเรียกที่เพิ่งจะเกิดขึ้นใหม่ในยุคนั้น ซึ่งในสมัยก่อนนั้นยังไม่มีสีฟ้า มีแต่สีคราม สีมอกเมฆ และสีเขียว จึงทำให้คนโบราณหรือคุณปู่ย่าตายายของเรา ใช้คำว่า สีเขียว แทน สีฟ้า นั่นเอง เหมือนที่พบในสำนวนที่ว่า สุดหล้าฟ้าเขียว ซึ่งแปลว่า ไกลโพ้น นั่นเอง ไม่ใช่แค่เรื่อง สีเขียวและฟ้า เท่านั้นนะ สมัยก่อนสีจริงๆจะมีชื่อเรียกแค่ 2 สีเท่านั้น คือสีอะไรก็ตามที่ออกโทนเย็น จะเรียกว่า สีเขียว หากสีอะไรที่ออกไปทางโทนร้อน จะเรียกว่า สีแดง เราจึงจะเห็นว่าบางครั้งคนแก่ก็จะเรียกสีส้มว่าแดง ดังที่เรามักเคยได้ยินคำพูดนี้ไปโกรกสีผมอะไรมาหัวแดงเชียวทั้งที่ความจริงคือเราทำผมออกสีบลอนด์ ถ้าพูดกันตามจริงจะออกไปทางเหลืองมากกว่า แต่เพราะโทรนสีเหลืองก็ออกสีโทนร้อนจึงกลายเป็น สีแดง ตามคำของโบราณนั่นเอง

ที่มา: phuketinnova, dek-d


อัปเดตทุกเรื่องฮิตติดกระแสคลิก tidhoo.co
และสามารถติดตามคอนเทนต์สนุก  จากติดหูได้ทาง โซเชียลเน็ตเวิร์ค
Facebook | Twitter | Youtube

 

อ่านบทความดีๆต่อได้ที่

5 ความเชื่อโบราณ ที่ติดหูเรามาตั้งแต่เด็ก

สาเหตุที่แมวไม่ได้เป็นนักษัตร มาอ่านตำนานความเชื่อของ 12 นักษัตร

ตะลึง พบ เห็ดมือผี รูปร่างคล้ายคนพนมมือ เชื่อว่าให้โชค

อัปมงคล หรือ โชคดี รวมความเชื่อเกี่ยวกับ “แมวดำ” จากประเทศต่างๆ

สิ้นปีนี้ ฉันต้องมีแฟน รวมคาถาหาคู่ มูยังไงให้ได้แฟน

นักเขียน: siwawa
ผู้หลงรักการแสดงออก ผู้รู้สึกด้วยทุกครั้ง ที่คุณรู้สึก ผู้สดใสและเศร้าหมอง สลับกันไป
Hello, World

Everything you want to know