เราเคยตกเป็นที่ปรึกษาทางด้านความสัมพันธ์ของชีวิตคู่ ทำไมนะ เขาทั้งสอง ถึงทะเลาะกันได้รุนแรงและคืนดีกันได้แค่เพียงลมหายใจเดียว หรือเพราะเขารู้สึกว่า จะอยู่ก็เจ็บ จะจากก็อยู่ไม่ได้ มันจึงกลายเป็นความรู้สึกกลั้นกลืนฝืนทน ความสัมพันธ์แบบนี้ มีชื่อเรียกว่า Love-Hate Relationship หรือ ทั้งรักทั้งชัง 

Love-Hate Relationship

Love-Hate Relationship ทั้งรัก ทั้งชัง มันคือความรู้สึกอะไรกันนะ?

ไม่แปลกหรอกนะ หากชีวิตคู่ของคนเราจะเกิดความระส่ำระสายกันไปบ้าง  ไม่ใช่ทุกคู่รัก คู่หู ที่จะครองคู่อยู่ได้โดยไม่มีปัญหาหรืออุปสรรค เพราะชีวิตคือความไม่แน่นอนอยู่แล้วตามธรรมชาติ แต่เคยสังเกตไหมว่าทำไมเรามีความรู้สึกรักมาก แต่ในขณะเดียวกันก็เกลียดมากเหลือเกิน นั่นเพราะเรารักหรือกำลังเกลียดอะไรในคู่ของเรา บางครั้งเราคิดเสียว่าพอแล้วกับทางเดินชีวิตคู่นี้ แต่แล้วพอเวลาผ่านไปไม่นานเรากลับพบว่าเราทั้งสองก็ขาดกันไม่ได้ ต้องกลับมาครองคู่กันอีก เหมือนวังวนที่ไม่มีวันจบสิ้น

เป็นหัวข้อความสัมพันธ์ที่สุดแสนจะอึมครึมจริงๆเลยแต่มันมีอยู่จริงนะ และไม่ได้เกิดขึ้นได้เฉพาะเพียงคู่รักเท่านั้น แต่คู่หูคู่เพื่อน หรือแม้กระทั้งเป็นกลุ่มอย่างครอบครัวเองก็เช่นกัน เพราะมนุษย์มีอุปนิสัยที่สุดแสนจะแตกต่างกัน ความชอบความไม่ชอบ จึงมีอยู่ในตัวของทุกคนเสมอ เมื่อเราต้องลงเอยกับใครสักคน ไม่ว่าจะเพื่อนหรือแฟน เรามักจะต้องเปิดใจรับเอาความแตกต่างนั้นเข้ามาในชีวิตเราเสมอ และการยอมรับจะนำพามาซึ่งความสุขความเข้าใจ เพราะเราจะเลิกคาดหวังว่าเขาควรจะเป็นแบบไหน

แต่ทำไม? ความไม่ชอบ หรือความชัง ที่ว่านี้ถึงเกิดขึ้นได้ล่ะ?

ก็เพราะเราคาดหวังมากๆยังไงล่ะ เมื่อเรารักใครสักคนขึ้นมา เราก็หวัง หรือคาดหวังว่าเขาควรจะเป็นแบบไหน ซึ่งเป็นเรื่องเชิงบวกนะ เพราะส่วนใหญ่ที่เราหวังนั้นก็เป็นเรื่องที่ทำให้ตัวของเขาเองดีขึ้นทั้งนั้น เพียงแต่เราเองก็ไม่รู้เลยว่าจะทำให้เขาอึดอัดหรือเขาไม่ชอบหรือเปล่า พอเราคาดหวังมากและมันไม่เป็นไปตามนั้น มันจึงกลายเป็นสิ่งที่เราไม่ต้องการ ไม่ชอบ และรู้สึกชัง(เกลียด) แต่เพราะเรารักในตัวเขา จึงทำให้เราปล่อยเรื่องนี้ให้ผ่านไปได้ แต่เพียงแค่ชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น เรื่องความไม่ชอบนั้นยังถูกกดทับไว้ รอการระเบิดออกมา เราจึงอยู่ร่วมกันแบบ รักๆชังๆ ส่งผลให้บางจังหวะเลิกบางจังหวะกลับมารัก

สังเกตอย่างไรหากเราตกอยู่ในความสัมพันธ์แบบ ทั้งรัก ทั้งชัง

Love-Hate Relationship

ที่มานี้มาจาก เว็บไซต์ Madamenoire ได้ตีพิมพ์บทความของแอชลี่ย์ เพจ ในวันที่ 29 เมษายน 2013 สรุปไว้อย่างน่าสนใจว่า

1. คุณตกหลุมรักอะไรบางอย่างในตัวเขาหรือเธออย่างสุดจิตสุดใจ

สังเกตว่าเรากำลังตกหลุมรักอะไรสักอย่างในตัวคู่ของเรา เช่น นิสัยบางอย่างที่ทำให้เรารู้สึกดีมากๆ รสนิยม หรือฐานะ ความชอบนี้เป็นความชอบที่ส่งผลอย่างมากในตัวเขา จนบางครั้งก็อาจทำให้เรามองข้ามเรื่องอื่นๆในตัวเขาไป การตกหลุมรักอะไรบางอย่างนี้จึงเป็นสัญญาณเตือนว่าเราอาจไม่พอใจในเรื่องอื่นๆก็เป็นไปได้

2. มีบางส่วนในตัวของเขาที่คุณเกลียดชังจนไม่อาจจะยอมรับมันได้

อย่างที่บอกว่าเมื่อมีบางอย่างในตัวเขาที่เรายังไม่ชอบ แม้ว่ามันจะถูกกดทับหรือพยายามปล่อยผ่าน มองข้ามมันไป สักวันหนึ่งเมื่อมันไม่เคยถูกแก้ไขหรือปรับตัวให้อยู่ร่วมกันได้ มันจะเผยออกมาจนต้องเลิกราหรือแตกหักกันในที่สุด เช่น คุณรักในตัวเขาทั้งหมด ยกเว้น ความเจ้าอารมณ์ เอาแต่ใจ เมื่อคุณทนอาการบ่นขึ้นมาไม่ได้ล่ะก็ สักวันก็จะกลายเป็นแดงออกมาอยู่ดี เป็นต้น

3. มีความรู้สึกรักหรือชังที่รุนแรงเกินปกติในความสัมพันธ์ระหว่างคุณและเขา

ข้อความนี้ไม่ได้หมายถึงอารมณ์ที่ขึ้นลงอย่างรุนแรงหรือ อ่อนไหวนะ  แต่คือภาวะที่เรามีความชอบและไม่ชอบในตัวคู่ของเราอยู่แล้วและมันจะแสดงออกเมื่อรู้สึกไม่ไหวเมื่อเราพบว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบ่อยๆให้เราคิดเผื่อไว้ว่าเราอาจตกอยู่ในสภาวะทั้งรักและชังนี้ เป็นบ่อยๆยิ่งต้องสังเกตตัวเองให้ได้

4.มีการเลิกราและการกลับมาคบหาสลับกันไป ครั้งแล้วครั้งเล่าราวกับเป็นวัฏจักรอันไม่สิ้นสุด

พอทั้งคู่เริ่มมีความต้องการที่ไม่เท่ากัน เข้าหาด้วยเหตุผลและภาวะอารมณ์ที่แตกต่างก็นำไปสู่การแตกหักและย้ายกันไป เพราะนั่นคือสิ่งที่เราไม่โอเคอยู่ ณ ขณะนั้น แต่พอเราหายจากอาการนั้นเราก็จะหวนกลับมารู้สึกดังเดิมอีก

5. การให้ค่าอีกฝ่ายว่าเป็นดังรางวัลใหญ่ของชีวิต

เหมือนเรากำลังพูดกับตัวเองว่าเอาหน่า หากทนพฤติกรรมนี้ได้เราจะเป็นผู้ชนะ  ความรู้สึกแบบนี้ คือสิ่งที่เรากำลังอดทนกับสิ่งที่ไม่ชอบ แต่พยายามกดทับมันไว้ซึ่งไม่ได้ช่วยอะไรในความสัมพันธ์ และพอจะตัดใจ ก็คิดว่าเอาล่ะ เราจะพอแล้ว ไม่ทนอีกต่อไปแล้วเราก็จะเสียดายในสิ่งที่เคยทำมา หากรู้สึกแบบนี้ก็แสดงว่าอยู่ในภาวะทั้งรัก ทั้งชัง

6. ความสัมพันธ์ที่ว่านี้ พบว่ามันไม่มีเป้าหมายและไม่มีบทสรุป

เคยรู้สึกว่าไม่มีเป้าหมายหรือเปล่า เหมือนเราคบคู่ของเราเพราะคิดเพียงว่าถ้าไม่มีเขาเราก็ไม่มีใคร เหงา เดียวดาย แต่พบว่าเมื่อยิ่งค้นให้ลึก กลับพบจุดหมายปลายทางที่ว่างเปล่า ไม่รู้ว่าความสัมพันธ์นี้จะนำไปสู่อะไรกันแน่ แต่รู้ทั้งรู้เราก็ยังละทิ้งความสัมพันธ์แบบนี้ไปไม่ได้อยู่ดี

และนี่คือข้อสังเกตที่เกิดขึ้นในความสัมพันธ์แบบทั้งรัก ทั้งชัง หรือ Love-Hate Relationship และนั่นไม่ได้แปลว่าความสัมพันธ์จะจบลงหรือไปต่อไม่ได้ แต่การรับรู้ว่าเรากำลังตกอยู่ในสภาวะไหนก็ย่อมช่วยให้เรามองย้อนกลับมาแก้ไขได้ หรือมีหนทางให้ก้าวต่อไปได้ พอถึงอย่างไรทุกคู่ทุกความสัมพันธ์ต้องใช้ความเข้าใจร่วมกัน ถึงจะมีเป้าหมายและใช้ชีวิตร่วมกันได้อย่างมีความสุข

ที่มากจาก : matichonweekly


∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴

อัปเดตทุกเรื่องฮิตติดกระแสคลิก tidhoo.co
และสามารถติดตามคอนเทนต์สนุก ๆ จากติดหูได้ทาง โซเชียลเน็ตเวิร์ค
Facebook | Twitter | Youtube

∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴

อ่านบทความดีๆต่อได้ที่

ชอบอยู่เป็นโสด หรือกลัวการมี การมีความรัก(Philophobia)

เธอชอบเรากี่เปอร์เซ็นต์? แนวคิด มุมมองเรื่องความสัมพันธ์จาก START-UP

4 อาการที่แสดงว่า เรากำลัง ตกหลุมรัก ใครซักคน

จีบก่อนผิดไหม ! ถ้าผู้หญิงเป็นฝ่ายจีบก่อน หนุ่มๆ ชอบหรือเปล่านะ ?

 

Hello, World

Everything you want to know