24 ชม. อย่างน้อยทุกคนก็ต้องทำงาน หรือเล่าเรียนไปแล้วกว่า 8 ชม. บวกลบการเดินทาง การอยู่ล่วงเวลา พบป่ะพูดคุย หรือแวะทานข้าวระหว่างทาง กว่าจะถึงบ้านแล้วทิ้งตัวลงบนพื้นที่ที่ปลอยภัยของตัวเองได้นั้น เราก็ต้องขอบคุณตัวเองแล้วนะ ที่ทำได้ดีขนาดนี้ แต่ไม่ใช่ทุกคนหรอก ที่จะผ่านเรื่องหนักๆหน่วงๆในแต่ละวันไปได้อย่างง่ายดาย จึงต้องพึ่งพาวิธีบอกกับตัวเองให้ผ่อนคลายมากขึ้นหรือใช้ สูตรการปล่อยวาง

หนักแค่ไหนก็เบาตัวเบาใจได้ด้วย สูตรการปล่อยวาง ฉบับง่ายๆ

สูตรการผ่อนคลาย

เมื่อชีวิตมีเรื่องมากมายให้ต้องโฟกัส ทั้งงานหลัก ความเป็นอยู่ และเรื่องจุกจิกจอแจระหว่างวัน ถ้ามันจะเยอะขนาดนี้เพื่อนๆมีวิธีตัดสิ่งเร้ารบกวนนี้ยังไงกัน จะบอกว่าคนส่วนใหญ่มีสุขภาพจิตที่ดีอยู่แล้ว เพียงแค่การเดินทางระหว่างเส้นทางชีวิตนั้นทำให้เราหลุดลอยไปง่ายดายเหลือเกิน จริงอยู่ที่ไม่มีใครมีความสุขอยู่ได้ตลอดเวลาหรอก แต่ที่จริงแล้ว แค่เราพยายามปรับความคิดและทัศนคตินิดหน่อย ประกอบกับการหมั่นฝึกฝนก็สามารถฮีลจิตใจตัวเองให้ดีขึ้นได้ และอาจทำให้เรากลับมามีความสุขได้เร็วมากขึ้นอีกด้วย หากนึกไม่ออกแอดก็รวบรวม การปล่อยวางจิตใจอย่างง่ายๆให้ทุกคนมาลองฝึกสมองให้ผ่อนคลาย ฝึกจิตใจให้มีความสุขขึ้น กับวิธีเหล่านี้ มาดูกันเลย

1.“เราจะไม่เสียเวลาเสียเวลากับเรื่องเล็กๆ

เคยไหมเวลามีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นแล้วจบไป แท้จริงแล้วมันควรจะจบอยู่ตรงนั้น แต่เรากลับเลือกคิดถึงแต่สิ่งไม่ดีอยู่แบบนั้นให้ใจเป็นทุกข์ เช่น เราเดินอยู่ดีๆแล้วมีคนเดินไม่ดูทางมาชนเราเข้าอย่างจัง เขากล่าวขอโทษด้วยความเสียใจและจากไป เราเองก็ทำได้เพียงเดินต่อไปยังเป้าหมายในวันนั้น แต่ในหัวกลับจินตนาการภาพขึ้นมาว่าหากมีเรื่องกันเราจะเฉือดเฉือนกันด้วยวิธีแบบไหน เราให้เหตุผลว่ามีสิทธิจะรู้สึกโกรธ แถมเรายังเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้เพือนฟังและขยายความโกรธขึ้นมาขนาดมหึมา แทนที่มันจะจบลงตรงนั้นแต่เรากลับปล่อยให้มันวนเวียนอยู่ในหัวเราเอง วิธีการก็คือ เราลองตั้งมั่นระหว่างวันว่าวันนี้จะไม่ยอมเสียเวลาไปกับเรื่องเล็กๆ” เมื่อมีเรื่องเข้ามาให้รีบปล่อยผ่านออกไปให้เร็วที่สุด ตั้งเป้าใหไ้ด้แบบนี้เราจะรู็สึกปล่อยวางและมีจีตใจที่อ่อนโยนมากยิ่งขึ้น

สูตรการปล่อยวาง

2. “ต่อให้ฉันตายไป ตะกร้างาน ก็ไม่มีวันว่างเปล่า

ตะกร้างานจะบรรจุลงไปด้วยความรับผิดชอบและภารกิจมากมายที่ต้องทำทั้งวันนี้และอนาคต ทุกคนมักจะมุ่งมั่นตั้งใจทำงานและมีลิสรายการเสมอว่า หากทำสิ่งที่จบไป เราจะสบายและได้ผ่อนคลายตามใจอยากแล้ว แต่ความจริงเมื่อคุณทำเสร็จหนึ่งอย่าง มันจะมีอย่างใหม่เพิ่มขึ้นมาอยู่เสมออย่างไม่มีวันจบสิ้น แล้วรู้หรือไม่ว่า ต่อให้เราตายไป งานก็จะไม่หมดไปด้วยหรอก แต่จำไว้ว่าก็จะมีคนมาทำแทนเราต่างหาก เพราะฉะนั้นวิธีที่ดีในการปล่อยวางคือ จดจำให้ได้ว่าเป้าหมายในชีวิตไม่ใช่เพียงทำงานทุกอย่างให้เสร็จหมดสิ้น แต่โฟกัสว่าชีวิตเราจะต้องมีความสุขในระหว่างการทำงานเสมอ เพราะฉะนั้นตอนไหนที่เราทำงานแล้วเกิดความสุขได้ นั่นคือรางวัลในชีวิตที่แท้จริงแล้ว

3.“อาจมีแต่ฉันที่ยังไม่รู้

หน้าที่สำคัญที่เราควรทำก็คือการคิดให้ได้ว่า “คนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตจะให้อะไรกับเราบ้าง หรือเขากำลังจะสอนอะไรแก่เรา” บางครั้งเมื่อเราคิดว่า “รู้แล้ว” มันก็ปิดกั้นตัวเองออกจากการรับรู้ทุกสิ่ง หากเราลองกำหนดจิตใจว่าเราอาจจะไม่รู้ในสิ่งที่พวกเขาพูดจริงๆก็ได้ เราจะได้บทเรียนใหม่ที่ไม่เคยรู้มาก่อน และทำให้เรามีจิตใจที่เย็นลงมาก เพราะเราจะไม่รู้สึกแข่งขันในตอนพูดคุยหรือกระทำบางสิ่ง และเราจะกลายเป็นผู้ฟังมากขึ้นนั่นเอง

4.“5 นาทีต่อจากนี้ ฉันจะอดทน

อีก 5 นาทีต่อไปนี้ฉันจะอดทน
อีก 5 นาทีต่อไปนี้ฉันจะอดทน

กติกาของเกมนี้มีอยู่ว่า เราต้องกำหนดในจิตใจตัวเองว่าเราจะไม่ปล่อยให้ตัวเองอารมณ์เสียเลยในอีก 5 นาทีต่อไปนี้ เราจะอดทนให้ได้” คิดเสียว่ามันคือเกมที่มีเพียงเราเป็นผู้เล่นแข่งกับจิตใจของตัวเอง และเราก็ต้องพยายามปล่อยวางเรื่องเล็กๆที่จะทำให้หงุดหงิด เมื่อมีเรื่องเข้ามาให้เราผลักมันออกไปและคิดบวกให้เร็วที่สุด จากนั้นลองค่อยๆเพิ่มเวลาให้มากขึ้นไปเรื่อยๆ เมื่อเรากำหนดความอารมณ์เสียของตัวเองได้ เราจะเริ่มใจเย็นและเข้าใจคนรอบข้างมากขึ้น เราจะได้ยินเสียงของคนอื่นมากขึ้นในขณะที่เราก็ฟังเสียงของหัวใจตัวเองอยู่เสมอด้วยเช่นกัน ลองไปแข่งกับตัวเองกันดูนะ แอดทำได้จะชั่วโมงนึงแล้วล่ะ

5.ชีวิตไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน

เราต้องย้ำเตือนเสมอว่า ชีวิตไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน เหมือนจะตรงกันข้ามกับชีวิตการทำงาน ภาวะของสังคม และสภาพสิ่งแวดล้อมใช่ไหมล่ะ แต่ส่วนใหญ่แล้วเราเองต่างหากคือคนเดียวที่จะกำหนดปัจจัยเหล่านั้นได้ เพราะชีวิตสำคัญที่การพบเจอความสุขเล็กๆระหว่างทาง การย้ำตัวเองเสมอว่าต้องรีบ ต้องเร่ง มีแต่จะกดดันให้ตัวเองเครียด เพราะแท้จริงแล้วชีวิตจะเดินต่อไปอยู่ดี และมันจะลงตัวในแบบของมันเสมอ ไม่เชื่อลองมองย้อนกลับในชีวิตของเราสิ จุดจบของมันมักลงตัวเสมอตามธรรมชาติของชีวิต สิ่งไหนจบไม่สวย มันก็จะกลายเป็นประสบการณ์การราคาแพงที่รวยแค่ไหนก็ซื้อไม่ได้ ขอเพียงให้เรามีสติและให้เวลาได้ทบทวนตัวเองบ้างได้ อย่างลืมล่ะ “ชีวิตไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน”

 

ขอบคุณทริคดูแลจิตใจตัวเองดีๆจาก : Richard Carson,Ph.D.

 

อ่านบทความที่น่าสนใจได้อีกที่นี่

เช็กตัวเองหน่อย! กลัวความสกปรกมาก อาจเป็นภาวะ Mysophobia

รู้ไว้ให้ใจร่มๆ 7 วิธีควบคุมอารมณ์ เมื่อบทสนทนาชวนหัวร้อน

5 บอร์ดเกม ทายใจ ใบ้คำ รู้ใจเพื่อนแค่ไหนวัดกันที่ตรงนี้

 


อัปเดตทุกเรื่องฮิตติดกระแสคลิก tidhoo.co
และสามารถติดตามคอนเทนต์สนุก  จากติดหูได้ทาง โซเชียลเน็ตเวิร์ค
Facebook | Twitter | Youtube

Hello, World

Everything you want to know