รู้หรือไม่ว่า การสวมบทบาทเป็นตัวละคร ภายใต้เบื้องหลังของภาพยนตร์ดีๆสักเรื่อง กระบวนการผลิตนั้นยิ่งใหญ่และยุ่งยากมาก มันจึงเป็นราคาที่ต้องจ่าย ต้นทุนจึงสูงปรี๊ด ยิ่งภาพยนตร์แอคชั่น ฟอร์มยักษ์ยิ่งไม่ต้องพูดถึง แพงมาก ๆ ขอบอก และราคานี้มันยังรวมไปถึงทุกความทุ่มเท ที่ถ่ายทอดผลงานอย่างละเอียดอ่อนอีกด้วย มันทำให้เราอยากจะจ่ายเงินซื้อตั๋วไปดูมันสักครั้งเพื่อเสพความอลังการของงานศิลป์สักหนึ่งเรื่อง และนอกจากงานภาพ งานของโปรดักชั่นรวมๆแล้ว แอดยังขอยกย่องเหล่านักแสดงผู้เป็นตัวแทนของแก่นสารสำคัญที่จะส่งหาผู้ชม ผ่านบทเฉียบๆและการแสดงเจ๋งๆ

การสวมบทบาทเป็นตัวละคร ของนักแสดงต่างชาติ เขาทำกันยังไงนะ ?

วันนี้จึงจะชวนเพื่อนๆมาส่อง วิธีการสวมบทบาทเป็นตัวละครของนักแสดงแต่คน ที่คัดมาแต่แปลกๆ บ้าบิ่น สุดโต่ง เหนือสิ่งอื่นใดมันนำมาสู่ความเข้าใจและเข้าถึงตัวละคร จนเรียกได้ว่าตีบทแตกเลยทีเดียวมาดูกันว่าเขาทำยังไงกันบ้าง
Joker
Joker กับเรื่องลึกลับของการสวมบทบาท

Joker ตัวละครนี้ไม่พูดถึงไม่ได้เลยนะ หลายคนคงได้ยินวีรกรรมอันเลื่องชื่อของตัวร้ายหลุดโลกอย่าง joker ในหนังแนวซุปเปอร์ฮีโร่อย่าง batman

รู้ไหมว่าตัวละครตัวนี้มีเรื่องลี้ลับที่เป็นอาถรรพ์อันน่าขนลุก ก็เพราะเมื่อนักแสดงผู้รับบทตัวร้ายอย่างโจ๊กเกอร์นี้ พวกเขาจะเริ่มอุทิศตนให้กับความชั่วร้ายอำมหิต หลายคนจึงค้นหาตัวตนเพื่อเข้าเข้าใกล้ความเป็นโจ๊กเกอร์มากที่สุด

คนแรก JackNicholson ในภาพยนตร์ Batman 1989

Joker ในเวอร์ชั่นนี้สร้างการจดจำได้ดีจนถึงทุกวันนี้ โดย Jack เลือกนำเสนอ joker ที่ใช้เอกลักษณ์ของตนเองแสดงออกมา นั่นคือการใช้พลังแบบบ้าคลั่ง และสร้างความหวาดกลัวต่อคนดู ซึ่งเขาใช้เวลาในการค้นหาเสียงหัวเราะเพื่อให้ได้ความตลกและหลอกหลอนออกมา jack ยังบอกอีกด้วยว่า joker นั่นมีความคล้ายคลึงกับเขาในวัยเด็ก และเขามีแพชชั่นอันแรงกล้าว่าสักวันจะต้องรับบทนี้ให้ได้ จนกระทั่ง Heath Ledger เสียชีวิตลงด้วยอาถรรพ์ตัวละคร joker jack ให้สัมภาษณ์ว่า “ผมเตือนพวกเขาแล้ว” ในขณะที่แววตาเสมือนดวงตาของเจ้า joker เจ้าเล่ห์ ในขณะเดียวกันตัว jack หลังแสดงจบนั้นเขาก็ต้องได้รับการบำบัดทางจิตเลยทีเดียว

คนต่อมาที่เป็นประวัติศาสตร์ของการรับบท joker ที่กลายเป็นตำนาน นั่นคือ HeathLedger ในภาพยนตร์เรื่อง The Dark Knight (2008)

Heath ได้รับรางวัลออสการ์ ในวันที่เขาลาโลกไปแล้ว เพราะการเข้าถึงบทของ joker และดำดิ่งสู่ความอำมหิตของฆาตกร เขาเรียนรู้และพัฒนาบทนี้อยู่นาน ทั้งการเสพข่าวฆาตกรรม และการหมกมุ่นอยู่กับตัวเอง ถึงกับเปิดโรงแรมอยู่เพียงคนเดียวเพื่อค้นหาเสียงหัวเราะของ joker Heath ยังมักสร้างความประหลาดใจให้กับ เพื่อนนักแสดงโดยการด้นสดระหว่างถ่ายทำเพื่อกดดันและทำให้นักแสดงคนอื่นเกิดความหวาดกลัว แต่น่าเสียดายที่เขาใช้ยานอนหลับจนเกินขนาดทำให้เขาเสียชีวิตลงหลังจากนั้น นับว่าเป็นนักแสดงผู้ทุ่มเทให้กับตัวละครจนเห็นผลชัดเจนบนจอภาพยนตร์เรื่องนี้ที่ได้รับคำชมและยกให้เป็นหนัง batman เวอร์ชั่นที่ดีที่สุดอีกด้วย

JaredLeto กับบท joker ในเรื่อง suicide squad 2016
Jared นักแสดงผู้รับบท joker ในเวอร์ชั่นที่สมัยใหม่มากขึ้น และเท่ขึ้นมากๆ แม้ว่าลักษณะภายนอกจะต่างออกไป แต่ภายในจิตใจของ ตัวละคร joker ยังคงมืดดำและอำมหิตไม่ต่างกันเลย โดยที่ Jared เลือกใช้วิธีการสวมบทบาทแบบ method acting หรือการแสดงแบบเน้นเข้าถึงภายในจิตใจ การสวมบทบาทด้วยวิธีนี้ jared เริ่มไปศึกษาจากโรงพยาบาลจิตเวชและเริ่มต้นปรับเปลี่ยนตัวเอง โดยการตัดผม โกนคิ้ว เขาอ่านเรื่องราวของมนต์ดำ จากวรรณคดีที่เกี่ยวข้องกับพ่อมด แม่มด แถมยังฟังเพลงเกี่ยวกับศาสนา อีกทั้งยังเริ่มก่อกวนเพื่อนนักแสดงด้วยกันเอง โดยการส่งของแปลกๆไปแกล้ง

กลับมาอีกครั้งกับบท Joker 2019 โดย JoaquinPhoenix

Joaquin ได้พื้นที่ของบทภาพยนตร์มากที่สุดในบรรดาตัวละคร Joker อื่นๆ เพราะเรื่องเน้นไปที่ความเป็นมาของตัวละครนี้ โดยวิธีการแสดงของ Joaquin คือการศึกษาประวัติศาสตร์เรื่องการลอบสังหารนักการเมือง เขาออกแบบให้ Joker มีความผิดปกติแบบผู้ป่วยจิตเวช คือการคุมการหัวเราะไม่ได้ อีกทั้งลดน้ำหนักลงไปถึง 52 ปอนด์ในเวลารวดเดียว จนส่งผลต่อสภาพจิตใจอีกด้วย

Christian Bale
Christian Bale กับการลด-เพิ่มน้ำหนักอย่างบ้าพลัง
  • Christian Bale กับการเพิ่มลดน้ำหนัก ขึ้นลงเป็นระลอกคลื่น

เขาเชื่อว่าไม่เพียงแค่ปรับตัวตนในแต่ละบทบาทเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการปรับเปลี่ยนร่างกายหรือแปลงโฉมไปตามบทบาทอีกด้วย

เรียกได้ว่าทำลายขีดจำกัดของร่างกายได้หฤโหดมากพ่อ มาดูการเพิ่มลดในแต่ละเรื่องกัน

1. The Secret Agent” (ปี 1996) และ “Metroland” (ปี 1997) เบาๆกับหุ่นธรรมดาที่ยังไม่เพิ่มลดมากแต่อย่างใด
2.AMERICAN PSYCHO (ปี 2000) ร่างกายฟิต & เฟิร์ม ช่วงนี้เขาต้องงดน้ำตาลและเลือกทานอาหารอย่างเข้มงวด เรียกว่าคุมร่างกายเพื่อโชว์หุ่นสุดฟิต ในลักษณะลีนๆ
3.REIGN OF FIRE (2002) เรื่องนี้ ต้องเพิ่มน้ำหนักจากเดิมขึ้นมา 5 ปอนด์ และเปลี่ยนจากหุ่นลีนๆมาเป็น กล้ามเนื้อชัดๆ
4.THE MACHINIST (2004) ที่สุดของร่างกายไร้ขีดจำกัด เมื่อเขาลดน้ำหนักจนเหลือเพียง 54 กิโลกกรัมเท่านั้น ดูจากในหนังคือผอมมาก ผอมสุดๆ
5.BATMAN BEGINS (2005) มาถึงยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงจากผอมแห้งสุดโต่งมาสู่ความล่ำบึก เพิ่มน้ำหนักมากถึง 45 กิโลกรัมกันเลย
6.RESCUE DAWN (2006) ลดน้ำหนักอีกแล้ว ลดน้ำหนักไปอีก 25 กิโลกรัม แถมยังต้องค่อยๆเพิ่มขึ้นมาทีละนิดเพื่อความสมจริงอีกด้วย
7.THE DARK KNIGHT (2008) กลับมาบึก เท่ อีกแล้วในภาคต่อของ batman
8.THE FIGHTER (2010) ผอมอีกแล้ว ลดไปถึง 14 กิโลกรัมเลย แต่ครั้งนี้ไม่ลดโหดเหมือนครั้งก่อนๆแล้ว เพราะมีทีมแต่งหน้าแต่งตัวช่วยให้ดูผอมลงกว่าเดิม
9.THE DARK KNIGHT RISES (2012) พูดถึง Batman ทีไร ต้องกลับมาฟิต บึก ทุกที ซึ่งพี่ Bale เราก็ไม่เบาจัดให้ตามตัวละคร
10.AMERICAN HUSTLE (2013) กับแปลงโฉมอีกครั้งด้วยน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นถึง 20 กิโลกรัม อ้วนลงพุงกันเลยทีเดียวแหละ
11.THE BIG SHORT (2015) รูปร่างปกติ ที่ใกล้เคียงกับตัวตนของเขามากที่สุด ในวัย 40 ปี
12.VICE (2018) คิดว่าจะหมดแล้ว แต่ในหนังเรื่องนี้เขากลับมารับบทชายแก่ที่มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นอีก 18 กิโลกรัม แถมยังสร้างกล้ามเนื้อบางส่วนให้ดูธรรมชาติมากขึ้นอีกด้วย
13.FORD V. FERRARI (2019) เรื่องนี้ก็กลับมาลดน้ำหนักลงอีกแล้ว

ทั้งหมดทั้งมวลต้องขอยอมรับในตัว พี่แกเลยจริง แอดแค่คิดตามยังเหนื่อยแทนเลยอะ แล้วท่าต้องเพิ่มๆลดๆจริง คงเหนื่อยตุยเย่แน่แลย

Shia LaBeouf
Shia LaBeouf นักแสดงลุคเท่ที่มีประวัติสวมบทบาทสุดเสียว
  • Shia LaBeoufกับวิธีการสวมบทบาทแบบแปลกๆ เขาเคยเล่นฉากที่มี sex scene ซึ่งเล่นจริงไรจริงด้วยนะ แต่ที่น่าจะเป็นที่สุดกว่า ก็คือบทบาทในเรื่อง Fury ที่ต้องรับบทเป็นทหาร ซึ่งเขาลองฝึกใช้ชีวิตแบบสันโดษไม่พูดไม่จากับใคร แถมยังไม่อาบน้ำ เพื่อจำลองความจำเป็นที่ต้องใช้ชีวิตอย่างลำบาก อีกทั้งยังเอามีดกรีดตัวเองให้เกิดความรู้สึกเจ็บ และที่น่าตกใจมากๆก็คือ เขาเคยถอนฟันตัวเองให้รับรู้ความรู้สึกที่แท้จริงอีกด้วย คิดแล้วเจ็บแทน

 

James Francis Dornan
James Francis Dornan หล่อแบบนี้แต่ก็ลงทุนสวมบทบาทด้วยวิธีแปลกๆเหมือนกันนะ
  • James Francis Dornan

จาก Fiffty Shades of Grey คุณเกรย์สุดเท่ ผู้ทรงเสน่ห์สำหรับสาวๆหลายๆคน ก่อนจะรับบทบาทนี้ เขาเคยได้รับบทเป็นฆาตกรต่อเนื่องมาก่อนจากเรื่อง The Fall ซึ่งเขาเข้าถึงตัวละครด้วยการแอบติดตามหญิงสาวคนหนึ่งเป็นวันๆ ด้วยการสะกดรอยตามไปตามที่ต่างๆ ฟังดูน่ากลัวมาก ซึ่งเขาได้รับรู้ถึงความตื่นเต้นและสัมผัสได้ถึงจิตใจของฆาตกร หรือตัวละครของเขานั่นเอง

Natalie Portman
Natalie Portman กับการทุ่มเทฝึกซ้อมอย่างหนัก
  • Natalie Portman

นักบัลเล่จากเรื่อง Black Swan ในบทบาทสาวสวยที่ต้องพยายามอย่างมากที่จะรับบทหงส์ขาวและดำในเรื่อง เธอเองต้องฝึกบัลเล่มากถึง 8 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งได้รอยช้ำจากการฝึกฝนมากเลยทีเดียว เพื่อให้ทุกท่วงท่าสวยงามมากที่สุด แถมยังต้องลดน้ำหนักลงอย่างมาก เธอทานเพียงแครอทและอัลมอนด์ ในช่วงที่สวมบทบาท

Ryan Gosling, left, and Michelle WilliamsPhoto
  • Michelle Williams & Ryan Gosling

จากเรื่อง Blue Valentine (2010) เรื่องนี้ผู้กำกับต้องการให้ทั้ง2มีความเป็นธรรมชาติในการอยู่ด้วยกัน ซึ่งก่อนการถ่ายทำจึงให้ทั้งคู่ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน (เฉพาะตอนกลางวันนะ) เป็นเวลากว่า 1 เดือน เพื่อให้เกิดความคุ้นชินกัน จึงแสดงออกมาได้อย่างธรรมชาติสุดๆ

Gal Gadot
Gal Gadot กับฝึกร่างกายให้เป็นสาวสุดสตรองก์
  • Gal Gadot

สาวสวยสายสตรองก์ จากเรื่อง Wonder Woman สวยๆแบบนี้ก็ต้องเปลี่ยนตัวตนของตัวเองจากหุ่นผอมเพรียว และเรี่ยวแรงน้อย สู่การเพิ่มน้ำหนักและเพิ่มกล้ามเนื้อ ซึ่งเธอเพิ่มน้ำหนักมามากถึง 8 กิโลกรัม แถมยังมีพลังดึงข้อและออกแรงได้มากกว่าเดิมอย่างผิดหูผิดตาอีกด้วย เพื่อได้รับบทนี้สวยอย่างเดียวไม่ได้ต้องอึดด้วยนะจ้ะ Gal Gadot ไม่ได้กล่าว แอดกล่าวเองนะ ฮ่าๆ

 


∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴

อัปเดตทุกเรื่องฮิตติดกระแสคลิก tidhoo.co
และสามารถติดตามคอนเทนต์สนุก ๆ จากติดหูได้ทาง โซเชียลเน็ตเวิร์ค
Facebook | Twitter | Youtube

∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴

นักเขียน: siwawa
ผู้หลงรักการแสดงออก ผู้รู้สึกด้วยทุกครั้ง ที่คุณรู้สึก ผู้สดใสและเศร้าหมอง สลับกันไป
Hello, World

Everything you want to know