ร้านอาหารนั่งดื่มสไตล์ญี่ปุ่น มีอัตราการเติบโตแค่ไหน หากอ้างอิงข้อมูลจากสถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และ เจโทร ในปี 2019 ประเทศไทยมีจำนวนร้านอาหารญี่ปุ่น อยู่ 3,637 สาขา เติบโตขึ้น 21% จากปีก่อน โดยประเภทร้านอาหารญี่ปุ่นที่ครองส่วนแบ่งอันดับ 1 คือ ภัตตาคารอาหารญี่ปุ่น จำนวน 829 ร้าน ซึ่งมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 19% จากปีก่อน ในส่วนของร้าน “อิซากายะ” ครองส่วนแบ่งในอันดับที่ 5 โดยมีจำนวน 283 ร้าน เติบโต 15% จากปีก่อน

อิซากายะ

อิซากายะ กำเนิดขึ้นมาในยุคก่อนสมัยเมจิในช่วงปี ค.ศ. 1868 ซึ่งในช่วงนั้นก็เป็นช่วงที่ประเทศญี่ปุ่นยกเลิกระบบโชกุน และถ้าเทียบช่วงเวลากับประเทศไทย ก็คือปีที่ รัชกาลที่ 4 สวรรคต และรัชกาลที่ 5 ได้ขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ ต่อมารูปแบบของร้านอิซากายะ ได้ถูกพัฒนาอย่างเต็มที่ก็ในช่วงปี 1980 หรือจะเรียกว่า เริ่มเข้าสู่ยุคสมัยใหม่แล้วก็ว่าได้

ในปัจจุบันนี้ อิซากายะ คือสถานที่รับประทานอาหารที่ให้รสชาติแห่งความเพลิดเพลิน โดยมีกลุ่มลูกค้าหลักคือพนักงานบริษัท โดยอาหารแต่ละจานจะไม่เน้นที่ปริมาณ แต่จะเน้นให้ลูกค้ามีการสั่งอาหารที่หลากหลาย และกินคู่กับเบียร์

หนึ่งในวัฒนธรรมที่น่าสนใจมากของร้านอิซากายะในประเทศญี่ปุ่น คือ จะมีอาหารที่ไม่ได้สั่ง แต่ดันถูกนำมาเสิร์ฟที่โต๊ะของลูกค้า ซึ่งเรียกว่า “โอโตชิ” พูดง่ายๆ ก็คือ การเสิร์ฟถั่วแระญี่ปุ่น หรือ เต้าหู้เย็น ที่ดูเหมือนจะให้ฟรี แต่กลับกัน ลูกค้าจะต้องชำระเงินค่าโอโตชิ ในตอนท้ายอย่างเลี่ยงไม่ได้

เบียร์สด จะต้องเป็นสิ่งเริ่มต้นสำหรับการดื่ม จึงไม่แปลกที่ อิซากายะ จะพบแบรนด์เบียร์สดจากญี่ปุ่น รวมถึงการสูบบุหรี่ภายในร้าน ก็ยังเป็นอีกหนึ่งวัฒนธรรมที่เป็นเรื่องปกติมากๆ ของชาวญี่ปุ่น

จุดเด่นในเรื่องของ วัฒนธรรมของความไม่รีบร้อน การเสิร์ฟอาหารแต่ละจาน จะไม่ได้เป็นการเสิร์ฟอย่างรวดเร็ว มีช่วงเวลาที่ลูกค้าอาจต้องรอในแต่ละจาน และจะเน้นความรวดเร็วในการเสิร์ฟเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อน

น่าจับตามองกันว่า ต่อไปธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นอิซากายะ ในเมืองไทย จะมีแนวโน้มเติบโต และได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นมากแค่ไหน ในอนาคต


อัปเดตความคูล


อัปเดตทุกเรื่องฮิตติดกระแสคลิก tidhoo.co
และสามารถติดตามคอนเทนต์สนุก ๆ จากติดหูได้ทาง โซเชียลเน็ตเวิร์ค
Facebook | Twitter | Youtube

Hello, World

Everything you want to know