เนื่องจาก Memories of Murder ภาพยนตร์ผลงานมาสเตอร์พีซของผู้กำกับรางวัลออสก้า บง จุน โฮ กำลังจะถูกนำมาฉายในโรงภาพยนตร์อีกครั้ง ซึ่ง Memories of Murder เป็นเค้าโครงเรื่องจริงจากคดีฆากรรมต่อเนื่องอันโหดเหี้ยมในเมือง ฮวาซอง

ฮวาซอง

ติดหูจึงพาทุกคนไปรำลึกถึงเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายในเหตุการณ์ฆาตกรรมเมื่อ 33 ปีที่แล้ว และความล้มเหลวในการทำงานของตำรวจเกาหลีใต้ จนนำไปสู่การจับ ‘แพะ’ เพื่อปกปิดความอัปยศของตัวเอง

เกิดเหตุฆากรรมต่อเนื่อง (ขืนใจแล้วฆ่า) หญิงสาวนับ 10 ราย ด้วยวิธีสุดวิปริต ระหว่างวันที่ 15 กันยายน 1986 ถึงวันที่ 3 เมษายน 1991 ที่เมือง ฮวาซอง จังหวัดคย็องกี ประเทศเกาหลีใต้ ในปี 1986 ซึ่งหนึ่งในจำนวนนั้นคือ เด็กสาววัยเพียง 13 ปีที่ถูกข่มขืนฆ่าบนเตียงในบ้านของเธอเอง

ซึ่งแม้ตำรวจเกาหลีใต้จะระดมกำลังเจ้าหน้าที่รวมกันมากถึง 2 ล้านนาย และมีการสอบปากคำผู้ต้องสงสัยรวมกันมากถึง 21,000 คน เพื่อคลี่คลายคดีนี้ ก็ไม่สามารถเอาตัวคนร้ายมารับโทษได้ ลอยนวลสร้างความหวาดกลัวให้กับหญิงสาวในเกาหลีใต้มานานถึง 33 ปี

ฮวาซอง

แพะรับบาป 20 ปี ‘ฮวาซอง

ตำรวจโดนโจมตีอย่างหนักเนื่องจากไม่สามารถหาตัวคนร้ายในคดีฆาตกรรมต่อเนื่องฮวาซอง ได้ในเร็ววัน ความกดดันนี้ทำให้ในปี 1988 ตำรวจได้จับ “แพะ” เพื่อฝังความอัปยศของตัวเอง

“ยุน” (ชื่อเล่นของผู้ต้องหาเนื่องจากกฎหมายของเกาหลีใต้ไม่อนุญาตให้เผยแพร่ชื่อจริงของผู้ต้องหาต่อสาธารณะ) ชายหนุ่มช่างซ่อมเครื่องจักรทางการเกษตร วัย 22 ปี รายหนึ่งที่กำลังกินอาหารเย็น โดยไม่รู้เลยว่า หลังจากนี้เขาจะกลายเป็นแพะรับบาปที่โด่งดังที่สุดในประเทศ และต้องไปนอนทนทุกข์ทรมานในคุกยาวนานถึง 20 ปี ในข้อหาฆาตกรต่อเนื่องฆ่าและข่มขืนหญิงสาวถึง 8 คน ภายในระยะเวลาเพียง 2 ปี

“ยุน” ชายผู้ป่วยเป็นโรคโปลิโอ จึงถูกขนานนามว่า “ฆาตกรโหดแห่งฮวาซอง” (ซึ่งต่อมาภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจยอมรับว่าได้ใช้กำลังบีบบังคับระหว่างสอบสวน) เขาต้องกลายเป็นฆาตกรข่มขืนฆ่าเด็กสาววัย 13 ปี จนทำให้ถูกศาลลงโทษจำคุกตลอดชีวิต แต่ในเวลาต่อมา เขาก็ได้รับการลดโทษและปล่อยตัวหลังถูกจองจำยาวนานถึง 20 ปี ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา เขายืนยันต่อสาธารณชนมาตลอดว่า “เขาไม่ใช่ฆาตกร”

ฮวาซอง

ฆาตกรคนเดียวกัน

เนื่องจากหลักฐานที่ปรากฏในที่เกิดเหตุมีลักษณะที่คล้ายคลึงกัน ไม่ว่าจะเป็นการถูกล่วงละเมิดทางเพศ มีข้อความปรากฏอยู่บนเสื้อหรือถุงน่อง ศพถูกมัดมือไพล่หลัง ทิ้งไว้ที่ริมท้องนา ปากคาบสิ่งของเอาไว้ และมีกางเกงในของผู้ตายครอบไว้ที่ศีรษะ โดยเป้าหมายมีทั้งแม่บ้าน, เด็กนักเรียนหญิง, พนักงานห้าง, และสาวโรงงาน, ที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ

และเมื่อตำรวจลงความเห็นว่า เหตุฆาตกรรมที่เกิดขึ้นเกิดจาก “ฆาตกรคนเดียวกัน” มันจึงกลายเป็นข่าวโด่งดังในระดับประเทศทันที อย่างไรก็ตามหลักฐานที่ทางตำรวจมีอยู่ในมือก็มีอยู่เพียงน้อยนิด ด้วยเทคโนโลยีที่ไม่เอื้อต่อการสืบสวนในยุคสมัยนั้นด้วย ไม่มีกล้องวงจรปิด การตรวจดีเอ็นเอก็ยังไม่พัฒนา แถมยังเป็นเมืองที่อยู่ต่างจังหวัดด้วย พื้นที่ป่าเยอะ ผู้คนไม่มาก ทำให้ไม่มีพยานที่พอจะเห็นเหตุการณ์เลย

ยังคงมีการฆาตกรรมหญิงสาวอยู่เรื่อยๆ ตำรวจเกาหลีที่ไม่มีหนทางสืบสวนมากนัก จึงให้ตำรวจหญิงสวมชุดสีแดงเพื่อล่อฆาตกรให้มาติดกับ แต่ก็สูญเปล่า

 

‘สำนักข่าวยอนฮับ’ สื่อชื่อดังของเกาหลีใต้ เขียนข่าวโจมตีตำรวจเกาหลีใต้ว่า

“นี่คือการสืบสวนคดีที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ แต่ก็ยังมีเหยื่อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และถึงแม้จะเคียดแค้นฆาตกรโหดรายนี้มากเพียงใด เราคงไม่สามารถเก็บซ่อนความรู้สึกถึงความอ่อนแอและไร้ซึ่งอำนาจในการตามล่าตัว ฆาตกรใจโหดรายนี้ได้”

และจากการถูกประจานอย่างหนักนี่เองทำให้เรื่อง แพะรับบาป ถูกเปิดเผย

ฮวาซอง

33 ปี ยุติความอัปยศตำรวจเกาหลีใต้

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รื้อนำหลักฐาน ดีเอ็นเอ จากคดีฆาตกรรมต่อเนื่องฮวาซอง ไปส่งสรวจสอบ ผลลัพธ์ที่ได้คือ ดีเอ็นเอ จากที่เกิดเหตุที่นำไปตรวจนั้นมีถึง 3 คดี ตรงกับฆาตกรที่มีชื่อว่า ‘อี ชุน แจ’ ซึ่งปัจจุบันเป็นนักโทษในคดีข่มขืนแล้วฆ่าพี่สะใภ้ของตัวเองตั้งแต่ปี 1994

‘อี ชุน แจ’ เริ่มต้นฆาตกรรมแต่ปล็ดประจำการทหาร แล้วเดินทางกลับมาที่เมืองฮวาซอง ในปี 1987 ตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีฆ่าข่มขืนหญิงสาววัย 29 ปี รายหนึ่งในเมืองแห่งนี้ แต่ก็ได้รับการปล่อยตัว เนื่องจากตำรวจมีหลักฐานไม่เพียงพอ

ต่อมาในปี 1991 ได้แต่งงานกับแฟนสาว ลูกด้วยกันหนึ่งคน และย้ายถิ่นฐานไปพำนักที่เมืองชองจู และในปี 1993 เมื่อภรรยาหนีจากไป เขาก็ได้ก่อเหตุข่มขืนฆ่าพี่สะใภ้ในปี 1994 ซึ่งถือเป็นคดีแรกๆ ที่ตำรวจเกาหลีใต้นำการตรวจหา ดีเอ็นเอ มาช่วยในการไขคดี

คดีฆาตกรรมต่อเนื่องฮวาซ็อง เดินมาถึงบทสรุปในเดือนกันยายน ปี 2019 เจ้าหน้าที่ตำรวจจังหวัดคยองกีได้ออกแถลงการณ์ที่ยุติความอัปยศของวงการตำรวจเกาหลีใต้

โดยพนักงานสืบสวนได้ข้อสรุปว่า ‘อี ชุน แจ’ ฆาตกรสุดโหดรายนี้เป็นบุคคลที่มีอาการของโรคบุคลิกภาพผิดปกติแบบต่อต้านสังคม (psychopaths) จากการที่เขาก่อคดีถึง 14 คดี มี 10 คดีที่เกิดขึ้นในฮวาซอง (รวมถึง เหยื่อที่มีการกล่าวหาว่า ยุน เป็นฆาตกร) การก่ออาชญากรรมของเขาเกิดจากความต้องการทางเพศ เขายังรับสารภาพด้วยว่า เหยื่อสาวที่ถูกเขาข่มขืนทั้งหมดมีทั้งสิ้นกว่า 30 คน ในช่วงระหว่างปี 1986-1991

คดีฆาตกรรมฮวาซอง สิ้นสุดลงตั้งแต่ปี 2006 ดังนั้น ‘อี ชุน แจ’ จึงไม่ต้องได้รับโทษ แต่ถูกส่งตัวกลับไปที่เรือนจำเมืองปูซานเพื่อรับโทษจำคุกตลอดชีวิต

ฮวาซอง

แม้ล่าสุดในช่วงเดือนธันวาคม ปี 2019 ตำรวจเมืองคยองกีนัมบูจะสั่งสอบสวนตำรวจรวม 7 นาย และอัยการอีก 1 คน ที่เกี่ยวข้องในสำนวนคดีสุดอื้อฉาว รวมถึงให้มีการทบทวนเรื่องข้อกล่าวหาว่ามีการใช้อำนาจจับกุมโดยไม่ชอบธรรม แต่จนถึงปัจจุบัน (ปี 2020) ก็ยังคงไม่มีผลสรุปการสอบสวนในเรื่องดังกล่าวออกมาสู่สาธารณชนแต่อย่างใด


อัปเดตความคูล


อัปเดตทุกเรื่องฮิตติดกระแสคลิก tidhoo.co
และสามารถติดตามคอนเทนต์สนุก ๆ จากติดหูได้ทาง โซเชียลเน็ตเวิร์ค
Facebook | Twitter | Youtube

Hello, World

Everything you want to know