ย้อนกลับไปเมื่อ 79 ปีที่แล้ว ช่วงเช้าของวันที่ 7 ธันวาคม ค.ศ.1941 กองทัพญี่ปุ่นบุกโจมตีอ่าว เพิร์ลฮาร์เบอร์ แบบสายฟ้าแลบ 2 ระลอกต่อเนื่อง โดยที่สหรัฐฯ ไม่ได้ตั้งตัว ทำให้ตกเป็นเป้านิ่งที่ไร้ซึ่งการตอบโต้ กองทัพญี่ปุ่นใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง ด้วยฝูงบินรบและฝูงบินทิ้งระเบิด 353 ลำ ทำให้เรือรบ เรือดำน้ำ เครื่องบิน ยุทโธปกรณ์ทุกอย่างของสหรัฐฯ ย่อยยับพังพินาศ

ก่อให้เกิดความเสียหายรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯสมัยนั้น โดยมีทหารเสียชีวิต 2,403 นาย บาดเจ็บ 1,178 นาย พลเรือนเสียชีวิต 68 ราย และบาดเจ็บ 35 ราย ขณะที่ทหารญี่ปุ่นเสียชีวิตเพียง 64 นาย ถูกจับเป็นเชลย 1 นาย

ชนวนของการบุกโจมตีมีผลสืบเนื่องจาก

เหตุสงครามจีน-ญี่ปุ่นครั้งที่ 2 จุดเริ่มต้นมาจากการที่จักรวรรดิญี่ปุ่นได้บุกเข้ายึดครองดินแดนแมนจูเรียหลังเกิดกรณีมุกเดน (Mukden) เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความไม่พอใจแก่สาธารณรัฐจีนเป็นอย่างมาก ทำให้จีนออกแถลงการณ์ลิตตัน เพื่อประณามการกระทำของญีปุ่น ทำให้ญี่ปุ่นไม่พอใจ พร้อมประกาศถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกสันนิบาตชาติ

แต่การออกจากสันนิบาติชาติก็ไม่ได้เป็นผลอะไร ญี่ปุ่นยังคิดจะยึดครองจีนต่อไป โดยไม่มีชาติใดมาขัดขวาง เมืองนานกิงก็ถูกกองทัพญี่ปุ่นเข้ายึดครอง และเกิดการสังหารหมู่ชาวจีน ซึ่งสร้างความโกรธแค้นให้กับชาวจีนอย่างมาก จึงคิดที่จะหันไปพึ่งสหรัฐฯ ที่สามารถถ่วงดุลอำนาจของจักรวรรดิญี่ปุ่นได้ แม้ว่าขณะนั้นสหรัฐฯ จะพยายามทำตัวเป็นกลาง ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสงคราม แต่เมื่อจีนขอมาก็ยอมให้ความช่วยเหลือจีนอย่างเต็มที่

ประธานาธิบดีแฟรงคลิน ดี. รูสเวลต์ ออกประกาศยุติการส่งออกสินค้า อย่างเช่น น้ำมัน เหล็ก เป็นต้น ไปยังญี่ปุ่น ทำให้ญี่ปุ่นขาดปัจจัยในการบำรุงกองทัพ โดยเฉพาะน้ำมัน ส่งผลให้การบุกยึดจีนต่อไปต้องหยุดชะงัก จักรวรรดิญี่ปุ่นพยายามส่งทูตไปเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อขอให้ส่งน้ำมันต่อ แต่ก็ไม่เป็นผล ทำให้ญี่ปุ่นไม่พอใจ จึงตัดสินใจบุกโจมตีอ่าวเพิร์ลฮาร์เบอร์

ยุทธศาสตร์การบุกโจมตี เพิร์ลฮาร์เบอร์ ทำให้ทุกอย่างพลิกเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ความสั่นคลอนก่อตัวขึ้นในจิตใจชาวอเมริกา จากแต่ก่อนที่ไม่เห็นด้วยกับการเข้าร่วมสงคราม กลับเปลี่ยนความคิด คนทั้งประเทศจึงพร้อมที่จะรับมือกับสงคราม โดยเฉพาะในรัฐแคลิฟอร์เนีย กองทัพสหรัฐฯ ที่ได้ย้ายฐานไปตั้งที่บริเวณชายฝั่ง 

มีการฝึกซ้อมรับมือภาวะฉุกเฉิน ทหารอาสาสมัครเปิดอบรมหลักสูตรการดับเพลิงจากการโจมตีเป็นความรู้ให้กับประชาชน มีการแจกจ่ายหน้ากากกันพิษ และทาสีทับบานกระจกหน้าต่าง เพื่อว่าทั้งเมืองจะมืดสลัวในยามค่ำคืน ใครที่ยังไม่รู้สึกปลอดภัยเพียงพอ ก็จะขุดสนามหญ้าในเขตบ้านเป็นหลุมหลบภัย

จากนั้นในช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อวันที่ 6 และ 9 สิงหาคม  ปี 1945 สหรัฐฯ ทิ้งระเบิดปรมาณูมีชื่อว่า “ลิตเติลบอย” ลงเมืองฮิโรชิมา สังหารผู้บริสุทธิ์ไป 140,000 ราย และทิ้งระเบิดปรมาณูชื่อว่า “แฟตแมน” ลงเมืองนางาซากิ สังหารพลเมืองไป 70,000 ราย จนญี่ปุ่นประกาศยอมแพ้ต่อฝ่ายพันธมิตร ในวันที่ 15 สิงหาคม และปิดฉากสงครามโลกครั้งที่สองอันโหดร้ายอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 2 ก.ย. ปีเดียวกัน จากนั้นญี่ปุ่นกับสหรัฐฯ ได้กลายมาเป็นมิตรที่ดีต่อกันจนถึงปัจจุบัน เพื่อร่วมมือกันคานอำนาจจีน ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก

 

∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴

อัปเดตทุกเรื่องฮิตติดกระแสคลิก tidhoo.co
และสามารถติดตามคอนเทนต์สนุก ๆ จากติดหูได้ทาง โซเชียลเน็ตเวิร์ค
Facebook | Twitter | Youtube

∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴

อ่านต่อเรื่องราวที่น่าสนใจ

กฎหมายคูฮารา ผ่านแล้ว พ่อแม่ที่ละเลยไม่มีสิทธิเรียกร้องมรดก
คลายสงสัย ที่มารูปปั้นตะมุตะมิ แท้จริงคือ ศิลปะ Naive Art
โควิด-19 คนติดเชื้อเพิ่ม แต่ สธ. บอกอย่าวิตกเพราะรับมือได้
7 ธ.ค.นี้ เริ่มใช้ ห้าม! โฆษณา ขายเหล้าเบียร์ ผ่านออนไลน์
ระทึก! คนร้ายขี่ จยย. ไล่แทง-ปาดคอ ชาวบ้านที่ อุดรธานี เบื้องต้น เสียชีวิต 2 เจ็บเพียบ

Hello, World

Everything you want to know