ก่อนหน้านี้เราอาจจะเคยได้ยินข่าวเรื่องเด็กเล็กติดเชื้อไวรัส RSV แต่ความจริงนั้น ในวัยผู้ใหญ่ หรือผู้สูงวัย ก็มีโอกาสติดเชื้อไวรัส RSV ได้เหมือนกัน และเป็นอันตรายไม่แพ้เด็กเลยทีเดียว มาดูกันว่า RSV ในผู้สูงอายุ อันตรายอย่างไร

RSV ในผู้สูงอายุ อันตรายไม่แพ้เด็ก

RSV ในผู้สูงอายุ

ไวรัส RSV คืออะไร

RSV หรือ Respiratory Syncytial Virus คือ เชื้อไวรัสที่ติดต่อผ่านทางเดินระบบหายใจ ทำให้เกิดการติดเชื้อในปอดและทางเดินหายใจ โดยทำให้เกิดอาการที่รุนแรงได้เมื่อเกิดกับเด็กเล็ก หรือกลุ่มผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว เชื้อนี้สามารถติดต่อผ่านทางละอองน้ำลาย และเสมหะของผู้ป่วยโดยก่อนหน้านี้เรามักจะเคยได้ยินข่าวว่าไวรัสตัวนี้เป็นอันตรายกับเด็กเล็ก เกิดขึ้นกับเด็กเล็กเป็นส่วนใหญ่ แต่บอกเลยว่าในวัยผู้ใหญ่ โดยเฉพาะผู้สูงอายุก็อันตรายไม่แพ้กันนะ แต่เพียงเเค่ในผู้ใหญ่ เด็กโตและเด็กที่มีสุขภาพแข็งแรง อาการการติดเชื้อไวรัส RSV จะไม่รุนแรง และโดยปกติมักจะมีอาการแค่เป็นไข้หวัด แต่ก็ไม่ควรประมาทอย่างยิ่ง

 

ผู้ใหญ่ที่มีความเสี่ยงการติดเชื้อไวรัส RSV

การติดเชื้อไวรัส RSV อาจเป็นอันตรายกับบางคนได้ สำหรับผู้ใหญ่ที่มีความเสี่ยงสูง และอาจมีอาการรุนเเรงหากได้รับเชื้อไวรัส RSV มีดังต่อไปนี้

  • ผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป
  • ผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจ โรคปอด และหลอดเลือดเรื้อรัง
  • ผู้ใหญ่ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ

 

ช่วงใดที่ RSV มักมีการระบาด

โรคติดเชื้อ RSV มักมีการระบาดในช่วงปลายฤดูฝน ถึงต้นฤดูหนาว

RSV ในผู้สูงอายุ

วิธีสังเกตอาการเมื่อได้รับเชื้อไวรัส RSV

หากผู้สูงอายุที่ได้รับเชื้อไวรัส RSV มักมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ เช่น อาการไอต่อเนื่อง น้ำมูกไหล เจ็บคอ อาการไอและปวดศีรษะ หรือผู้ที่เป็นภูมิแพ้ แต่ทั้งนี้การติดเชื้อไวรัส RSV ในบางครั้งอาจนำไปสู่อาการที่รุนแรงได้ เช่น

  • โรคปอดบวม (การติดเชื้อของปอด)
  • ผู้ที่เป็นโรคหอบหืดจะมีอาการที่รุนแรงมากขึ้น
  • สำหรับผู้ที่เป็นโรคหอบหืดเรื้อรัง โรคปอด (COPD) (โรคเรื้อรังของปอด ที่ทำให้หายใจยาก) จะมีอาการรุนเเรงมากขึ้น
  • หัวใจวายเฉียบพลัน (เมื่อหัวใจไม่สามารถสูบฉีดเลือดได้)

ดังนั้น จะเห็นได้ว่าภาวะการติดเชื้อ RSV ในผู้สูงอายุนั้น อันตรายไม่น้อยกว่าในเด็กเล็กเลยทีเดียว และในผู้สูงอายุที่มีอาการนั้นติดเชื้อนั้น จำเป็นอย่างมากที่ต้องเข้ารับการรักษา และปรึกษาแพทย์อยู่เสมอ เพราะเสี่ยงต่อการเกิดโรคแทรกซ้อนร้ายแรงตามมา และหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ก็อาจทำให้อันตรายถึงชีวิตได้

วิธีป้องกันตัวเองจากเชื้อไวรัส RSV

  • ควรล้างมือบ่อย ๆ ล้างมือด้วยน้ำและสบู่เป็นเวลา 20 วินาที  แต่ถ้าในกรณีไม่มีสบู่และน้ำ แนะนำให้ใช้แอลกอฮอล์ หรือเจลแอลกอฮอลล์ล้างมือแทน เพราะจะสามารถช่วยปกป้องกันเชื้อโรค
  • หลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสใบหน้า ดวงตา จมูก และปาก ถ้าหากยังไม่ได้อาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาด
  • เนื่องจากเชื้อไวรัส RSV สามารถแพร่กระจายได้ ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้ป่วย เช่น การจูบ  กินข้าวโดยใช้ภาชนะหรืออุปกรณ์ร่วมกับคนที่มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ 
  • คนที่มีอาการไอและจาม ควรใช้ผ้าปิดปากและจมูก เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อให้แก่คนอื่น
  • หมั่นทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ พื้นผิวที่มักจะมีการถูกสัมผัสบ่อย ๆ

 

∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴

อัปเดตทุกเรื่องฮิตติดกระแสคลิก tidhoo.co
และสามารถติดตามคอนเทนต์สนุก  จากติดหูได้ทาง โซเชียลเน็ตเวิร์ค
Facebook | Twitter | Youtube

                

 

ข้อมูล : bumrungrad / Mayo Clinic / CDC.gov

 

♦ อ่านต่อเรื่องที่น่าสนใจ

 

Hello, World

Everything you want to know