กลไกการป้องกันตัวเองในรูปแบบ ‘ฝันร้าย‘ บอกถึงสุขภาพจิตคุณอย่างไร

ความฝันเกิดจากความต้องการจากสัญชาติญาณในส่วนลึกของจิตใจ ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว เราก็รู้ว่าไม่สามารถเกิดขึ้นในความเป็นจริงได้

ทำให้ความฝันถูกมองเปรียบเทียบในรูปแบบของอ่างเก็บน้ำ ที่เมื่อไหร่น้ำใกล้ทะลัก จิตสำนึกจะละบายน้ำออกมาในรูปแบบของความฝัน หรือในทางการแพทย์เรียกว่า ‘กลไกการป้องกันตัวเอง’

ฝันร้าย

แล้วฝันร้ายทำให้จิตตกจริงไหม? ด้วยความเป็นมนุษย์นั้นต้องมีเรื่องให้จัดการมากมายในชีวิต สะสมจนเกิดเป็นความเครียด ซึ่งบางเรื่องเราไม่สามารถแก้ไขให้ออกไปจากใจได้

ดังนั้นจิตใต้สำนึกที่คอยทำหน้าที่ป้องกันการเกิด ‘โรคซึมเศร้า’ จึงเริ่มทำงานด้วยการเอาฝันร้ายมาโยนใส่เราในช่วงเวลาที่เราไม่รู้ตัว โดย ซิกมันด์ ฟรอยด์ (Sigmund Freud) จิตแพทย์ชาวออสเตรีย เรียกชื่อทฤษฎีนี้ว่า จิตไร้สำนึกหรือจิตใต้สำนึก (Unconscious mind)

เหตุผลที่เป็นแบบนั้นเพราะว่า เมื่อเราตื่นจากฝันร้าย ร่างกายจะตื่นตัวและสดชื่นกว่าปกติจาก อะดรีนาลีน ที่ถูกหลั่งออกมาตามธรรมชาติ รู้สึกสบายใจและโล่งใจเมื่อรู้ตัวแล้วว่าเรื่องทั้งหมดเป็นแค่ความฝัน

คล้ายๆ กับความรู้สึกหลังจากที่เราแก้ปัญหาหรือคลี่คลายความกังวลใจได้แล้ว ทำให้เรารู้ตัวว่า แท้จริงแล้ว ความรู้สึกก้นบึ้งในใจของเรานั้นเป็นอย่างไร

ยกตัวอย่างในประเทศญี่ปุ่น ที่มีบริการเปิดห้องให้คุณจ่ายเงินเข้าไปพังข้าวของได้เต็มที่เพื่อระบายอารมณ์จากความเครียดที่ไม่มีที่ระบาย รวมถึงการเข้าถึงภาพยนตร์ผู้ใหญ่ได้ไม่ยาก จึงช่วยลดความเครียดสะสมและลดอาการเก็บกดทางเพศได้เป็นอย่างดี

ฝันร้าย

แต่อย่างไรก็ตาม ‘ฝันร้าย‘ ก็เป็นเพียงกลไกการป้องกันตัวจากอันตรายที่อาจเกิดขึ้นต่อจิตใจเท่านั้น ทางที่ดีเราควรมีเวลาตรวจสอบตัวเอง ค้นหาความสุข และวิธีรับมือกับความเครียด ทั้ง ดนตรี, กีฬา, งานอดิเรก ฯลฯ

พยายามดูแลให้อ่างเก็บน้ำในจิตสำนึก ถูกละบายออกมาอย่างสม่ำเสมอ จะได้ไม่ฝันร้ายบ่อย หลับสนิท และมีสุขภาพสุขภาพจิตที่ดี


อัปเดตความคูล


อัปเดตทุกเรื่องฮิตติดกระแสคลิก tidhoo.co
และสามารถติดตามคอนเทนต์สนุก ๆ จากติดหูได้ทาง โซเชียลเน็ตเวิร์ค
Facebook | Twitter Youtube

Hello, World

Everything you want to know