มองเผินๆ อาจจะเป็นแค่เรื่องของการขาดวินัยในการกิน แต่ในความจริงอาจเป็นจุดเริ่มต้นของอาการ “โรคกินไม่หยุด” หรือ Binge Eating Disorder (BED) อยู่ก็เป็นได้

Binge Eating Disorder

ชอบกักตุนอาหารไว้รอบบ้านเพื่อให้สามารถกินอาหารได้ตลอดเวลา ส่งผลให้มีพฤติกรรมกินผิดปกติ โดยจะกินอาหารครั้งละมากๆ กินเร็วกว่าปกติ ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ แม้จะไม่มีอาการหิวเลยก็ตาม ผู้ป่วยส่วนใหญ่กินอาหารมากจนร่างกายรับไม่ไหว จนเกิดความรู้สึกทรมาน รวมถึงมักมีภาวะน้ำหนักเกินและภาวะอ้วนร่วมด้วย

ซึ่งไม่เหมือนกับโรคการกินผิดปกติอื่นๆ อย่างโรค Anorexia ที่จะมีพฤติกรรมเอาของที่กินออก เช่น ล้วงคอ กินยาลดความอ้วน

Binge Eating Disorder

Binge Eating Disorder เกิดได้กับใครบ้าง?

พบมากถึง 2% โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นตอนปลายถึงอายุราว 20 ต้นๆ และมักเกิดกับเพศหญิงมากกว่าชาย โดยในสหรัฐพบผู้หญิงที่มีอาการของโรคนี้ 3.6% ในขณะที่ผู้ชายมีอาการ 2% เท่านั้น แม้ว่านักวิจัยจะยังไม่สามารถระบุถึงสาเหตุของโรคที่แน่นอนได้ แต่พบปัจจัยเสี่ยงจากหลายสาเหตุ

หนึ่งในการศึกษาพบว่าผู้ป่วยโรคนี้มักมีความอ่อนไหวต่อโดพามีน (Dopamine) สารเคมีในสมองที่ส่งผลต่อความรู้สึกผิดและกดดัน และมีหลักฐานที่ค่อนข้างชัดเจนว่า โรคนี้สามารถส่งต่อทางพันธุกรรมได้

จากการสำรวจพบว่า 80% ของผู้ป่วยมักมีโรคอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น โรคกลัว โรคซึมเศร้า ไบโพลาร์ โรคเครียด และพฤติกรรมการกินไม่หยุดก็อาจส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพ เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร ได้เช่นกัน

แต่ส่วนมากเริ่มต้นจากความเครียดและความรู้สึกกดดัน รวมไปถึงพฤติกรรมการนอนที่ไม่ตรงเวลาด้วย

โดยแนวทางการรักษาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของแต่ละคน ส่วนใหญ่มักจะใช้วิธีจิตบำบัด ความขัดแย้งในใจของผู้ป่วย และในบางรายอาจมีการให้ยาในการรักษาร่วมด้วย


อัปเดตความคูล


อัปเดตทุกเรื่องฮิตติดกระแสคลิก tidhoo.co
และสามารถติดตามคอนเทนต์สนุก ๆ จากติดหูได้ทาง โซเชียลเน็ตเวิร์ค
Facebook | Twitter Youtube

Hello, World

Everything you want to know