เคยได้ยินคนพูดกันว่า ดื่มน้ำน้อย ระวังจะทำให้บวมน้ำนะ เอ๊ะ..ตอนได้ยินครั้งแรก ก็แอบงง ว่าทำไมดื่มน้ำน้อย แล้วถึงบอกว่ามีโอกาสบวมน้ำได้ล่ะ พอได้ยินแบบนี้ก็รีบลองไปหาข้อมูลทันทีเลย ซึ่งบอกเลยว่า เป็นเรื่องจริงนะ และยังส่งผลเสียกับสุขภาพด้วย

ดื่มน้ำน้อย ส่งผลเสียต่อสุขภาพมากกว่าที่คิด

ดื่มน้ำน้อย

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า ร่างกายของเรา มีน้ำเป็นส่วนประกอบถึง 70%” น้ำในร่างกายแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ น้ำที่ประกอบอยู่ในเซลล์ประมาณ 60% มีอยู่นอกเซลล์ประมาณ 30% และที่อยู่ในเนื้อเยื่อ หรือเลือดอีก 10% เหตุนี้จึงทำให้มนุษย์ต้องการน้ำ ประมาณ 2–3 ลิตรต่อวัน ในทางกลับกัน แต่ละวันร่างกายก็มีการขับน้ำออกในลักษณะของปัสสาวะ 0.5-2.3 ลิตร นอกจากนั้นยังมีการขับน้ำออกทางเหงื่อ อุจจาระ และลมหายใจด้วย

นอกจากนี้ อากาศที่ร้อน และแห้ง ก็ทำให้ร่างกายจะสูญเสียน้ำทางผิวหนังและลมหายใจมากกว่าปกติ ดังนั้น ผู้ที่อยู่กลางแจ้งและในห้องปรับอากาศที่เย็นจัดจะต้องการน้ำมากกว่าคนที่อยู่ในที่ร่มหรือในห้องที่อุ่นสบาย หรือผู้ที่ออกกำลังกาย หรือคนที่ มีไข้ ท้องเสีย อาเจียนก็ควรดื่มน้ำเพื่อชดเชยการสูญเสียน้ำด้วย ทั้งนี้ ควรดื่มน้ำทีละนิด แบบจิบทีละ 2–3 อึก จิบบ่อยๆ ไปตลอดทั้งวัน

ซึ่งจะดีกว่าการดื่มน้ำครั้งละมากๆเพราะเป็นการเพิ่มภาระให้กับระบบขับถ่ายอย่างไตปอดม้ามและระบบย่อยอาหารอีกทั้งร่างกายจะดูดซึมไม่ทันและขับออกมาเป็นปัสสาวะ

**ควรดื่มน้ำทันทีหลังจากตื่นนอน โดยตอนเช้าควรดื่มน้ำอุ่นทันที 2 แก้ว เพื่อช่วยให้ขับถ่ายอุจจาระได้ดี ดื่มน้ำทุกครั้งที่รู้สึกกระหาย ไม่ควรดื่มน้ำเกินครึ่งแก้วก่อนรับประทานอาหาร 15 นาที และภายใน 40 นาทีหลังมื้ออาหาร เนื่องจากทำให้น้ำย่อยเจือจางลง ส่งผลต่อระบบการย่อยอาหาร

ดื่มน้ำน้อย

ผลเสียของการดื่มน้ำน้อย

ทีนี้เรามาดูกันว่า ถ้าดื่มน้ำน้อยแล้วมีข้อเสียอย่างไร … ถ้าเราดื่มน้ำน้อยจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เลือดของเรามีความหนืดและข้นขึ้นซึ่งมีผลกระทบโดยตรงต่อการไหลเวียนของเลือดไปตามส่วนต่างๆในร่างกายเมื่อเป็นแบบนี้นานวันเข้าจะทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพเช่นปวดศีรษะอ่อนเพลียเรื้อรังมีเสียงในหูความจำเสื่อมเป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีอาการทางตา เช่น มีเลือดคั่งที่ตา สูญเสียการมองเห็น รวมถึงมีผล กระทบต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด ไปจนถึงมีการอักเสบเนื่องจากหลอดเลือดดำอุดตัน แต่อาการที่กล่าวจะรวมกับปัจจัยอื่นๆ เช่น ไขมันในเลือดสูง

ดื่มน้ำน้อยก็มีส่วนให้เกิดอาการท้องผูก สาเหตุหลักๆ ก็คือ การขาดตัวกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้ กินอาหารที่ขาดใยอาหาร หรือดื่มน้ำน้อย อุจจาระจึงแข็งและลำอุจจาระเล็ก ลำไส้จึงบีบตัวลดลงอุจจาระจึงเคลื่อนตัวได้ช้า การรักษาที่สำคัญ คือ การกินอาหารมีใยอาหารสูง เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืชต่างๆ และดื่มน้ำสะอาดอย่างพอเพียง หากปล่อยให้เกิดอาการท้องผูกเรื้อรังอาจก่ออาการลำไส้อุดตัน เกิดมะเร็งลำไส้ ได้ในที่สุด

หากร่างกายได้รับน้ำไม่เพียงพอ จะทำให้ไตไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากว่าไตต้องทำหน้าที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น กำจัดสารพิษ ดูดสารอาหารที่มีประโยชน์กลับคืนเข้าสู่ร่างกาย ควบคุมระดับความเป็นกรด ด่าง ของของเหลวในร่างกาย กำจัดของเสียส่วนเกินแล้วขับออกทางปัสสาวะ สร้างฮอร์โมนที่เป็นตัวกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดงและวิตามินดี ฯลฯ เมื่อได้รับน้ำไม่เพียงพอ ไตก็จะไม่สามารถทำหน้าที่ดังที่กล่าวได้ดี จึงเสี่ยงต่อโรคต่างๆ โดยเฉพาะนิ่วในไต และย่อมส่งผลเสียต่ออวัยวะต่างๆ ในร่างกาย โดยเฉพาะตับที่ต้องมารับทำหน้าที่แทน

นอกจากนี้ การดื่มน้ำน้อยยังเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง ผิวพรรณไม่สดใส ตะคริว และโรคอ้วนอีกด้วย ทั้งนี้ สำหรับคนที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคไต ที่มีอาการบวมน้ำต้องควบคุมปริมาณน้ำดื่มในแต่ละวันตามที่คุณหมอกำหนด

∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴

อัปเดตทุกเรื่องฮิตติดกระแสคลิก tidhoo.co
และสามารถติดตามคอนเทนต์สนุก  จากติดหูได้ทาง โซเชียลเน็ตเวิร์ค
Facebook | Twitter | Youtube

 

 

ข้อมูล : สสส

♦ อ่านต่อเรื่องที่น่าสนใจ

Hello, World

Everything you want to know