ยุคสมัยนี้ โทรศัพท์มือถือคือเครื่องมือสื่อสารที่พัฒนาจนเป็นอีกหนึ่งแหล่งการเรียนรู้ ที่สามารถเข้าสื่อมัลติมีเดีย ดูสิ่งต่าง ๆ ได้ทันที และเพราะความสะดวกสบายแบบนี้นี่เอง ที่ทำให้เป็นอีก 1 สิ่ง ที่เจ้าตัวน้อยนิยมนำมาเล่น ซึ่งการให้เด็กใช้เวลาอยู่กับหน้าจอมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นเด็กทารก หรือเด็กวัยหัดเดิน ก็ส่งผลกระทบถึงสมองได้ อีกทั้งยังส่งผลให้สมาธิสั้น ไปจนถึงความสนใจ และการเอาใจใส่ในสิ่งต่าง ๆ รอบตัวลดลง ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น เรามาดู ผลเสียของการให้ลูกเล่นโทรศัพท์ พร้อม ๆ กันเลย

ผลเสียของการให้ลูกเล่นโทรศัพท์

จอประสาทตาถูกทำลาย

ด้วยวัยที่ยังแบเบาะ ทำให้ดวงตาและระบบการมองเห็น ยังอ่อนไหวและมีการเปลี่ยนแปลง จึงไม่ควรมองแสงที่สว่างมากเกินไป ซึ่งแสงสีฟ้าจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือสามารถทำลายจอประสาทตาของเด็ก จนนำไปสู่โรคทางสายตา หรือจอประสาทตาเสื่อมได้ ซึ่งถือว่าเป็นอันตรายมาก ๆ

ทักษะการพูดและการสื่อสารพัฒนาได้ช้า

ลูกน้อยมักจะเรียนรู้ เรื่องการพูดและภาษา จากคุณพ่อคุณแม่ หรือบุคคลรอบข้าง ด้วยการสังเกตจากรูปปาก และเสียงที่เปล่งออกมา การเล่นโทรศัพท์มือถือหรืออยู่กับหน้าจอนาน ๆ จึงเป็นการลดโอกาสในการพัฒนาทักษะด้านการสื่อสารแบบตัวต่อตัวของเจ้าตัวเล็ก

ขาดการเคลื่อนไหวร่างกาย

สำหรับเด็กในวัยทารกจนถึง 2 ขวบ การเคลื่อนไหวร่างกายเป็นเรื่องที่ควรทำ เพื่อพัฒนาทักษะของเจ้าหนูน้อย ทั้งทางกาย ไม่ว่าจะเป็นการเดิน วิ่ง ขยับมือ หยิบจับสิ่งของ ดังนั้นการที่เด็กนั่งนิ่ง ๆ อยู่กับหน้าจอ จะทำให้ไม่ได้พัฒนาทักษะการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างที่ควรเป็น

ขาดปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง

สำหรับการเลี้ยงลูกด้วยโทรศัพท์หรือแท็บเล็ต จะทำให้เจ้าตัวน้อยนั้นจดจ่ออยู่แต่กับหน้าจอ ส่งผลให้เกิดพฤติกรรมเก็บตัว แยกตัวไปอยู่คนเดียว ซึ่งจะทำให้ขาดการพูดคุย ไม่ปฏิสัมพันธ์กับครอบครัวและคนรอบข้าง

ผลเสียของการให้ลูกเล่นโทรศัพท์

สมาธิสั้น

การให้ลูกดูสื่อต่าง ๆ ผ่านทางโทรศัพท์มือถือหรือหน้าจอโทรทัศน์มากเกินไป ลูกจะเห็นภาพและเสียงผ่านเข้ามาอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เสียสมาธิได้ เพราะไม่สามารถจดจ่อกับการดูสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้ลุล่วง เนื่องจากภาพบนหน้าจอนั้นมีการสลับไปมาอย่างรวดเร็ว และไม่ใช่แค่ภาพบนหน้าจอเท่านั้น เสียงแจ้งเตือนต่าง ๆ ก็รบกวนสมาธิของเด็กได้เช่นกัน

ปวดหัว ปวดตา

การใช้โทรศัพท์มือถือ หรือจ้องหน้าจอเป็นเวลานาน จะส่งให้ได้รับรังสีจากคลื่นโทรศัพท์ที่แผ่ออกมามากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งรังสีดังกล่าวอาจส่งผลต่อระบบประสาทของตัวเด็ก ทำให้เกิดอาการข้างเคียงตามมา ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นอาการปวดศีรษะ ปวดตา หรือบางรายก็อาจจะมีอาการที่รุนแรงกว่านั้น

ปวดเมื่อยคอ

ส่วนใหญ่แล้วเวลาที่เด็กก้มมองจอโทรศัพท์ องศาของการก้มคอจะอยู่ประมาณ 60 องศา ซึ่งเป็นท่าที่ไม่เหมาะสม เพราะจะส่งให้เกิดอาการปวดคอได้หากก้มเป็นเวลานาน ๆ

ผลเสียของการให้ลูกเล่นโทรศัพท์

พฤติกรรมก้าวร้าว

หากเด็ก ๆ เล่นโทรศัพท์มือถือจนติด หรือพ่อแม่ใช้โทรศัพท์เป็นสิ่งหลอกล่อให้เด็กทำตามคำสั่ง ผลเสียที่ตามมาก็คือเมื่อเด็กไม่ได้ใช้โทรศัพท์มือถือในเวลาที่ต้องการ มักจะเกิดอาการฉุนเฉียว หงุดหงิดง่าย และแสดงความก้าวร้าวออกมา อาจมีบางคนที่จะทำลายข้าวของ หรือทุบตีพ่อแม่เพราะไม่ได้ดั่งใจ ซึ่งพบได้บ่อยในเด็กที่ติดการใช้โทรศัพท์มือถือมากเกินไป

 

รบกวนการนอนหลับ

การให้ลูกเล่น หรือดูหน้าจอโทรศัพท์ก่อนนอน แสงจากหน้าจอจะส่งผลต่อการหลั่งฮอร์โมน เมลาโทนิน ที่ช่วยควบคุมการนอนหลับ เนื่องจากการปล่อยฮอร์โมนดังกล่าว ต้องอาศัยแสงสว่างเป็นสำคัญ อีกทั้งยังก่อให้เกิดปัญหาต่อคุณภาพการนอนหลับ ทำให้เด็กนอนฝันร้าย หรือนอนไม่หลับ ซึ่งมีผลทำลายการทำงานของเซลล์ประสาท ส่งผลระยะยาวไปจนลูกโต

จินตนาการหดหาย

จินตนาการในวัยเด็กคือสิ่งมหัศจรรย์ที่สุดอย่างหนึ่ง แต่การปล่อยให้เด็กเรียนรู้ผ่านรายการในโทรศัพท์หรือโทรทัศน์ ซึ่งมักจะบอกแนวความคิดว่าต้องทำอะไร คิดอย่างไร แล้วผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไร ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะจำกัดจินตนาการของเด็ก ๆ นั่นคงเป็นสิ่งที่น่าเสียดายมาก เมื่อจินตนาการของลูกน้องหายไป

จะเห็นได้ว่า ผลเสียของการให้ลูกเล่นโทรศัพท์ นั้นมีมากมาย และจะทำให้เจ้าตัวน้อยนั้นมีพัฒนาการที่ไม่ตรงตามวัย การเลี้ยงดูลูกน้อยจึงต้องเอาใจใส่มากเป็นพิเศษ เลี้ยงดูด้วยความรัก ความเข้าใจ เพื่อที่ลูกน้อยจะได้โตขึ้นมาอย่างสมบูรณ์

อัปเดตทุกเรื่องฮิต ติดกระแสคลิก tidhoo.co
และ สามารถติดตาม คอนเทนต์สนุก ๆ จากติดหู ได้ทาง โซเชียลเน็ตเวิร์ค
Facebook | Twitter | Youtube

 

อ่านต่อเรื่องราวที่น่าสนใจ 

Hello, World

Everything you want to know