ในช่วงที่ต้อง Work from Home แบบนี้ เคยมีความรู้สึกนี้กันหรือเปล่า ? รู้สึกว่า.. แยกเวลาการทำงาน กับเวลาส่วนตัวไม่ได้ หรือรู้สึกว่า.. มักจะใช้เวลาในการทำงาน นานกว่าปกติ ไหนจะรู้สึกว่า.. วันหยุดเหมือนไม่ได้หยุด ไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ จน หมดไฟในการทำงาน

หมดไฟในการทำงาน

นี่คือปัญหาหลัก ๆ ในการทำงาน หลังจากที่ต้อง Work from Home เป็นเวลานานติดต่อกัน ประกอบกับสถานการณ์ในช่วงนี้ที่แทบจะไม่สามารถออกไปไหนด้วยแล้ว ทำให้หลายคนแยกเวลาทำงานกับเวลาส่วนตัวได้ไม่ชัดเจน เส้นแบ่งระหว่างเวลาส่วนตัวกับเวลาทำงานหายไป ไม่รู้ว่าเวลาไหนควรทำงาน เวลาไหนควรพัก เพราะรู้สึกว่าทุกวันกลายเป็นวันทำงาน แม้แต่วันหยุดเองก็ตาม

เนื่องด้วยสาเหตุที่ว่าเมื่อก่อนนั้นสถานที่ทำงาน กับบ้านซึ่งเราไว้ใช้พักผ่อน จะถูกแยกกันอย่างชัดเจน ทำให้เมื่อกลับถึงบ้านหรือออกจากที่ทำงาน เราก็จะรู้สึกได้เองว่านี่คือเวลาพักผ่อนของเราแล้ว นี่คือสถานที่ ที่เราใช้พักผ่อนได้อย่างเต็มที่ แต่ในปัจจุบันเมื่อต้องใช้บ้านเป็นสถานที่ทำงาน จึงทำให้หลายคนรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่

อีกทั้งยังอาจถูกรบกวนจากสภาพแวดล้อมรอบตัว เช่น สัตว์เลี้ยง เสียงเด็ก ส่งผลให้เกิดความเหนื่อยล้าจากการทำงานเพิ่มขึ้นกว่าเดิม จนนำไปสู่ภาวะ ‘หมดไฟ’ ในการทำงาน ซึ่งทางองค์การอนามัยโลก ได้จัดให้ภาวะหมดไฟในการทำงาน ว่าเป็นความผิดปกติที่เกิดจากการทำงานและความเครียดเรื้อรัง ที่ไม่ได้รับการรักษาให้หายขาดได้

หมดไฟในการทำงาน

โดยมีอาการหลัก ๆ ที่เห็นได้ชัดเจนดังนี้

– รู้สึกอ่อนเพลีย ไม่มีพลังหรือเรี่ยวแรงในการทำงาน เบื่อหน่ายกับงานที่ทำ

– มีความรู้สึกในแง่ลบต่องาน มักจะดูแคลนงานตัวเอง และไม่พอใจกับงานที่ทำ

– ประสิทธิภาพการทำงานลดลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเทียบกับตอนที่ต้องเข้าออฟฟิศ

ดังนั้นเพื่อแก้ปัญหาเกี่ยวกับ Work Life Balance ของตัวเอง เพื่อไม่ให้เกิดภาวะหมดไฟในการทำงาน จึงจำเป็นที่จะต้องจัดการเวลาในการทำงาน รวมถึงสถานที่ในการทำงานของตัวเองให้ชัดเจน เช่น อาจจะจัดห้องหรือมุมส่วนตัว ที่ไว้สำหรับงานโดยเฉพาะ โดยแยกให้เป็นสัดส่วนจากบริเวณที่ใช้ในการพักผ่อน รวมถึงพยายามที่จะหลีกเลี่ยงการจับคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการทำงาน เมื่อหมดเวลาทำงาน (หากไม่มีธุระหรืองานเร่งด่วน) เพื่อช่วยให้เราได้ดีท็อกซ์ตัวเอง

หมดไฟในการทำงาน

นอกจากนี้ยักมีวิธีอื่นที่ช่วยลดอาการเบื่อจากการ Work from Home อีกมากมาย เช่น

– หางานอดิเรกทำ ในช่วงเวลาว่าง เช่น ปลูกต้นไม้ อ่านหนังสือ ดูหนัง

– จัดห้องใหม่ เพื่อไม่ให้มีความรู้สึกที่จำเจ จากการที่ต้องอยู่ห้องหรือบ้านเป็นเวลานาน

– โทรคุยกับเพื่อน เพื่อแลกเปลี่ยนข่าวสาร ช่วยลดความเหงาและคลายเครียดได้

– จัดสรรเวลาในการทำงานให้ชัดเจน อาจจะมีการทำตารางเวลาเพื่อช่วย

– อย่าจ้องหน้าจอคอมตลอดเวลา มองออกไปนอกบ้านหรือนอกห้องเพื่อพักสายตาบ้าง

– ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ นอกจากจะช่วยลดความเครียดแล้ว ยังลดน้ำหนักได้ด้วย

ที่มา : ba.cmu.ac.th , officemate , bot.or.th

อัปเดตทุกเรื่องฮิตติดกระแสคลิก tidhoo.co
และสามารถติดตามคอนเทนต์สนุก ๆ จากติดหูได้ทาง โซเชียลเน็ตเวิร์ค
Facebook | Twitter | Youtube | Instagram

Hello, World

Everything you want to know