Hermès Birkin กระเป๋าที่มูลค่ามากกว่ากระเป๋า กับเรื่องราวของกระเป๋าที่ราคาไม่สบายกระเป๋า เพราะมูลค่าอาจเหมาบ้านได้ทั้งหลังก็เป็นได้ อะไรทำให้ Hermès เป็นแบรนด์ที่ผู้คนหลงใหล และใคร่ขอเป็นเจ้าของ ที่สำคัญกว่าจะมาได้ครอบครองสักใบนั้นยากมาก

Hermès Birkin กระเป๋าที่มูลค่ามากกว่ากระเป๋า และครอบครองได้ยากที่สุด

รู้หรือไม่ว่าแท้จริงแล้วแบรนด์ Hermès อ่านออกเสียงว่า “แอร์-เมส” ซึ่งมาจากนามสกุลของผู้ก่อตั้งนาม Thierry Hermès (เธียร์รี่ แอร์เมส)

Hermès Birkin กระเป๋าที่มูลค่ามากกว่ากระเป๋า

Thierry เกิดขึ้นในดินแดนฝรั่งเศส ซึ่งรายล้อมไปด้วยวัฒนธรรมที่โดดเด่นในเรื่องสิ่งทอ เขามีโอกาสได้เรียนรู้สิ่งทอรวมไปถึงการพิมพ์ลายลงบนผ้าและหนัง เรียกได้ว่าเป็นการปูพื้นความรู้และพัฒนาต้นทุนไปสู่ความสามารถ เขาย้ายไปทางเหนือของปารีส และได้รับวัฒนธรรมจากบริบทของประเทศในยุคสมัยที่การขี่ม้ายังเป็นเรื่องของคนชนชั้นสูง และเป็นยุคของการใช้ม้าเป็นยานพาหนะในขณะนั้น เขาจึงได้เรียนรู้อุปกรณ์เกี่ยวกับม้า อาทิเช่น เบาะนั่ง บังเหียน และสายรัดต่างๆซึ่งทำขึ้นจากหนังชั้นดี ต่อมาในปี 1828 จึงกลายเป็นยุคเริ่มต้นของแบรนด์ Hermès และภายในปี 1831 เขามีภรรยาและลูก คือ Charles-Emile Hermès (ลูกชาย) พวกเขาค้นพบว่าแบรนด์ของ Hermès ที่ทำเพียงอุปกรณ์ของม้าเร่ิมไม่ตอบโจทย์ธุรกิจที่เริ่มเงียบลง จึงได้ไอเดียในการทำร้านในสำหรับเวิร์กช็อปด้วย แบรนด์ Hermès จึงกลายเป็นที่รู้จักและเป็นสัญลักษณ์ของคนชันชั้นสูงนับตั้งแต่นั้นมา

ในปี 1880 ลูกของเขาเริ่มดูแล Hermès ต่อ และในขณะนั้นก็ถือกำเนิดกระเป๋าขึ้นเพื่อมอบความสะดวกสบายในการใส่สัมภาระสำหรับการเดินทางบนหลังม้าอย่าง Haut à Courroies ซึ่งเป็นต้นแบบของกระเป๋าแอร์เมสหลายรุ่นในปัจจุบัน Hermès เริ่มกระจายสินค้าสู่แผ่นดินยุโรป อเมริกาและเอชีย จึงกลายเป็นแบรนด์ยอดนิยมระดับโลก ต่อมาในปี 1902 Charles ได้ส่งไม้ต่อให้ลูกทั้ง 2 ของเขาคือ Adolphe และ Émile-Maurice เข้ารับช่วงต่อเพื่อดูแลธุรกิจ โดยรีแบรนด์เป็นชื่อใหม่ว่า “Hermès Frères” ซึ่งแปลว่า “สองพี่น้อง” ในช่วงนั้นอุปกรณ์อานม้าเป็นนิยมและเรียกได้ว่ายอดขายรุ่งเรืองมาก พวกเขาเริ่มใช้ซิปมาเป็นประส่วนประกอบซึ่งไม่เคยมีมาก่อนในฝรั่งเศส

Hermès ในยุคหลังจากที่ทั้งสองพี่น้องแยกทางการเหลือแต่ Émile-Maurice ที่ยังคงพัฒนาแบรนด์ที่ไม่ทิ้งเรื่องราวของการขี่ม้า จึงทำให้สไตล์การออกแบบยังแอบสอดแทรกเข้าไปในแฟชั่นของกระเป๋าและอื่นๆ เสมอๆ เมื่อเวลาผ่านไปก็มีการปรับเปลี่ยนผู้บริหาร รสนิยมและดีไซน์จึงเปลี่ยนไปด้วย แต่แน่นอนว่ายังคงไว้ด้วยหนังคุณภาพและสไตล์เฉพาะตัวเสมอ แต่มีลูกเล่นใหม่ที่ทันสมัยมากขึ้น เช่น การเลือกใช้สีส้ม การผลิตผ้าพันคอ เสื้อผ้า นาฬิกาหรู จนการออกผลิตภัณฑ์น้ำหอม หรือที่โด่งดังมากที่สุดก็คือ “Sac a depeches bag” หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ “Kelly bag” ในปัจจุบัน Hermès พัฒนาผลงานและสร้างสรรค์เอกลักษณ์ขึ้นเฉพาะตัวมาอย่างยาวนานซึ่งทั้งหมดทั้งมวลจึงเป็นแบรนด์แฟชั่นที่มีราคาแพง(มาก) เหมาะแก่คนชนชั้นสูงตามต้นตำหรับที่ต่อยอดกันมา

 

Hermès Birkin ชื่อนี้มาจากไหน ?

Hermès Birkin กระเป๋าที่มูลค่ามากกว่ากระเป๋า
คุณ Jane Birkin และ Hermes Birkins จาก: hommesthailand

Birkin เกิดขึ้นในปี 1984 โดยนักแสดงสาว Jane Birkin ขณะเดินทาง Jane พบว่าไม่มีกระเป๋าใบใดเลยที่ถูกใจและสามารถขนสัมภาระของเธอได้อย่างสะดวกสบาย เธอขึ้นเครื่องบินเที่ยวเดียวกันกับ Jean-Louis Dumas (ผู้บริหาร Hermès ขณะนั้น) jane พยายามจะยัดตระกร้าที่เธอใช้บรรจุสิ่งของของเธอลงบนที่เก็บของเหนือศรีษะบนเครื่องบิน แต่ของกลับตกลงมา เธอจึงบ่นกับ Dumas และขณะนั้นเอง บนเครื่องบินลำนั้น Dumas ได้ออกแบบกระเป๋าขึ้นมาในร่างกระดาษ ก่อนจะกลายเป็น The Birkin Bag ใบแรกให้ Jane ให้หลังจากปีนั้น นามสกุลของ Jane “Birkin” จึงกลายเป็นชื่อรุ่นกระป๋าสุดฮิตในปัจจุบัน ซึ่งเป็นกระเป๋าที่บรรดาหญิงสาวแม้กระทั่งชายหนุ่มก็ใฝ่ฝันอยากจะครอบครอง จึงเป็นสุดยอดกระเป๋าระดับตำนาน

อะไรที่ทำให้ Hermès Birkin แพงและหายากมาก

หนึ่งในฉากการปรากฏตัวของ Hermès Birkinในภาพยนตร์เรื่อง Sex and the City (2001)

หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้มันโด่งดังขนาดนี้คือการที่ กระเป๋า Birkin ไปปรากกฏในฉากหนึ่งในภาพยนตร์เรื่อง Sex and the City (ปี 2001) จึงทำให้ยอดการจองเพื่อซื้อกระเป๋า Hermès Birkin พุ่งพรวด อีกทั้งยังมีดาราและเซเลปมากมายเริ่มใช้ จึงกลายเป็นการประชาสัมภาษณ์หรือโฆษณาเป็นวงกว้าง และรู้หรือไม่ว่า Hermès Birkin นี้มีกระบวนการผลิตที่ยากและปราณีตมาก เพราะวิธีการทำแบบเฉพาะตัว จึงกลายเป็นผลงานศิลปะชั้นสูง โดยใช้ช่างที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 10 ปี และใช้ช่างทำเพียงแค่คนเดียวต่อกระเป๋า 1 ใบ เท่านั้น และทุกใบทำด้วยมือทั้งสิ้น (Handmade) ซึ่งกินเวลากว่า 48 ชม. จึงทำให้ Hermès Birkin มีจำนวนผลิตที่น้อยมากถ้าเทียบกับตวามต้องการซื้อของผู้คนจำนวนมาก จึงกลายเป็นกลยุทธิ์ทางการตลาดอันทรงคุณค่า และแน่นอนว่าเมื่อมีน้อยแต่คนต้องการมาก มูลค่าจึงแพงมหาศาลอย่างแน่นอน

จะได้ Hermès Birkin สักหนึ่งใบต้องทำอย่างไร

Hermès Birkin กระเป๋าที่มูลค่ามากกว่ากระเป๋า

เคยได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้าง ความซื้อยากของ Hermès Birkin กันมาบ้างแล้วใช่ไหม ต้องบอกว่าแบรนด์นี้เขาไม่เพียงวิจิตรบรรจงในการสร้างงานศิลปะลงบนกระเป๋าหนังสุดหรูเท่านั้นนะ แต่ยังใส่ใจถึงการเลือกลูกค้าด้วย เพราะเขาต้องการให้ลูกค้าที่จะหยิบจับกระเป๋าสักใบไปเป็นเจ้าของ ต้องคู่ควรและติดตามแบรนด์ Hermès มาอย่างยาวนาน สินค้าของแบรนด์จึงไม่ได้วางขายให้จับจ่ายได้ทั่วไป เพราะต้องทุ่มตัวกลายเป็นสมาชิกของแบรนด์ แถมต้องทุ่มเงินจำนวนมากเพื่อซื้อสินค้าอื่นๆ ของ Hermès ให้ถึงยอด จึงจะมีสิทธิได้รับการ เสนอให้ซื้อ Birkin สักหนึ่งใบได้ ถึงกระนั้นก็ยังไม่สามารถเลือกว่า อยากได้รุ่นอะไร สีอะไร หรือหนังชนิดใดได้ เพราะ Hermès จะเป็นผู้เสนอให้คุณเอง และเมื่อถึงจังหวะนั้น ใครๆก็ต้องคว้าไว้เท่านั้นเพราะโอกาสนั้นมียากมาก แถม Hermès ยังจำกัดให้ 1 คนสามารถซื้อได้แค่ 2 ใบต่อปีเท่านั้น เมื่อได้ครอบครองยากมากจึงมีคุณค่าต่อใจมากนั่นเอง (จึงเคยมีข่าวดาราออกอาการกรี๊ดลั่นเมื่อได้ Hermès Birkin มาสักใบ) และนี่คือกลยุทธิ์ทางการตลาดที่ใครๆก็เลียนแบบไม่ได้ จึงยิ่งมีแต่จะเพิ่มมูลค่ามากขึ้น

 

วันนี้ติดหูได้รวมวิธีครอบครองเจ้า Hermès Birkin สักหนึ่งใบจะต้องทำยังไงบ้างนะ

  • ต้องลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์เสียก่อนนะ ซึ่งก็จะมีเวลาลงทะเบียนกันด้วย เวลาไหนปิด วันไหนเปิดต้องเช็คให้ดีล่ะ
    กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน แล้วจะได้ Code มายืนยัน เพื่อนัดแนะเวลา
  • เมื่อได้วันเวลาแล้วก็ให้รีบไปตามนัด เผื่อเวลาไว้จะดีมาก แนะนำให้ทานอารหารให้อิ่มเพราะได้ยินมาว่า บางคนเข้าไปใน Shop กันถึง 5 ชม.เลยนะ
  • สิ่งที่ควรเตรียมตัวคือวงเงินในบัตรเครดิต หรือเงินสดให้เพียงพอ เพราะ Hermès เคร่งครัดว่าคุณจะต้องจ่ายเงินในชื่อของตัวเองแต่เพียงผู้เดียว
  • เตรียมตัวเสียทรัพย์ เมื่อพนักงานจะให้กระดาษเพื่อจดในสิ่งที่คุณต้องการ ระบุไปก่อนแต่จะได้ไหม ก็ต้องรอลุ้นกันอีกที
  • พนักงานจะเดินกลับมาพร้อมกับกล่องสีส้มสไตล์เฉพาะของแบรนด์ Hermès ซึ่งในขั้นแรกอาจเป็นเข็มขัด หรือ แอกเซสซอรี (accessory) อื่นๆ ไม่ต้องแปลกในว่าไฉนใย Birkin ใบงามที่เราต้องการจึงยังไม่ใช่ เพราะคุณต้องซื้อของให้ยอดถึงเสียก่อน ถึงจะเป็นบันไดไปสู่ กระเป๋าที่ปรารถนาได้อยาก
  • ซื้อและซื้อตามที่พนักงานเสนอขาย จนกว่าจะได้รับข้อเสนอให้ซื้อกระเป๋าสักใบ อาจเป็น Birkin หรือ kelly หรืออื่นๆต้องรอลุ้น (อีกแล้ว)
    คุณจะได้เชิญให้ไปโซนต่างๆ เรียกได้ว่าเสียทรัพย์กันยกใหญ่ เมื่อข้อเสนอกระเป๋ามาถึง พนักงานจะกลับไปพากล่องส้มใบใหญ่มาเสนอ และนั่นคุณก็ต้องลุ้นอีกแล้วว่าจะเป็นรุ่นอะไร สีอะไร และหนังชนิดไหนกัน หากถูกใจก็ปิดจ๊อบได้ครอบครองสำเร็จ หากยังไม่ใช่ก็อาจขอต่อรองดูใบอื่นๆกันอีกนิด
  • เตรียมใจว่าคุณอาจมีโอกาสถูกเชิญมาใหม่ในวันถัดไป เพราะของยังไม่มี ก็สุดแล้วแต่ดวงและสถานการณ์ในตอนนั้นด้วยน้า

ที่มา: vogue, wikipedia, ลงทุนแมน


∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴

อัปเดตทุกเรื่องฮิตติดกระแสคลิก tidhoo.co
และสามารถติดตามคอนเทนต์สนุก ๆ จากติดหูได้ทาง โซเชียลเน็ตเวิร์ค
Facebook | Twitter | Youtube

∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴

 

นักเขียน: siwawa
ผู้หลงรักการแสดงออก ผู้รู้สึกด้วยทุกครั้ง ที่คุณรู้สึก ผู้สดใสและเศร้าหมอง สลับกันไป
Hello, World

Everything you want to know