สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ยังน่าเป็นห่วง อยากเตือนให้ทุกคน ระวังสัตว์มีพิษ ที่มากับน้ำท่วม หรืออยู่กับน้ำ ด้วยความห่วงใยติดหูอยากให้ทุกคนระวังสัตว์มีพิษ และสัตว์ที่มากับน้ำท่วมมากที่สุดเป็นพิเศษ คือ แมงป่อง ตะขาบ และงู

 

ระวังสัตว์มีพิษ ที่มากับน้ำท่วม แมงป่อง ตะขาบ และ งู

∼ ∼ ∼ ∼ ∼ ∼ ∼ ∼ ∼ ∼ ∼ ∼ ∼ ∼ ∼ ∼ ∼ ∼ ∼ ∼ ∼ ∼ ∼ ∼ ∼ ∼ ∼ ∼ ∼ ∼ ∼ ∼ ∼ ∼ ∼ ∼ ∼ ∼ ∼ ∼ ∼

สำหรับวิธีป้องกันไม่ให้สัตว์มีพิษเหล่านี้เข้าบ้านในช่วงเวลาน้ำท่วม

ในส่วนของ งู นั้น หากเรามีปูนขาวก็สามารถนำปูนขาวมาโรยรอบบริเวณที่เราอยู่อาศัย หรือ บริเวณที่เราหนีภัยจากน้ำท่วม ก็จะสามารถป้องกันงูได้ และในส่วนของ ตะขาบ และ แมงป่อง มักชอบอยู่อาศัย และซุกตัวอยู่ในที่อับชื้น และรก หากเราจำเป็นต้องเข้าไปในที่รกร้างอับชื้น ควรแต่งกายให้มิดชิด สวมรองเท้าบู๊ท และใช้ไม้ตีตามจุดต่าง ๆ เพื่อให้สัตว์เหล่านั้นตกใจหนีไป

รองเลขาธิการสถาบันการแทพย์ฉุกเฉิน กล่าวว่า นอกจาก แมงป่อง และตะขาบ ที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว งูพิษก็เป็นสัตว์ที่น่ากลัวที่สุดอีกชนิดหนึ่งที่มากับน้ำ โดยงูจะแฝงตัวอยู่ในพื้นที่รก และชื้นแฉะ  ซึ่งข้อมูลจากสถานเสาวภา สภากาชาดไทย  ระบุว่า งูพิษที่พบมากที่สุดในประเทศไทย คือ

วิธีสังเกตอาการหากถูกกัด หากแพ้รุนแรง หลังจากที่ปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้วมีอาการแพ้รุนแรงเช่นบวมบริเวณใบหน้า หายใจลำบาก แน่นหน้าอก หน้ามืดเวียนศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน ช็อคหมดสติ ให้รีบโทรสายฉุกเฉิน 1669 เพื่อนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที

แมงป๋อง

วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นหากเราถูกแมงป่องกัด : เบื้องต้นเราต้องทำความสะอาดบริเวณแผลที่ถูกแมงป่องกัดด้วยน้ำสะอาด และเราสามารถประคบเย็นได้ครั้งละประมาณ 10 นาที เพื่อลดอาการบวมเฉพาะที่ ถ้ามีอาหารปวดสามารถกินยาพาราเซตามอลเพื่อระงับอาการปวดได้

ระวังสัตว์มีพิษ ที่มากับน้ำท่ว

ตะขาบ

การปฐมพยาบาลเบื้องต้นหากเราถูกตะขาบกัด : ล้างแผลที่ถูกตะขาบกัดให้สะอาด กินยาพาราเซตามอลแก้ปวด ให้ยาหม่องทาบาง ๆ เบา ๆ ไม่กดนวด ตรงบริเวณที่ถูกตะขาบกัด และหากมีอาการปวดมากให้ใช้น้ำอุ่นประคบที่แผลประมาณ 20 นาที

ระวังสัตว์มีพิษ ที่มากับน้ำท่ว

งู

หากท่านพบเห็นผู้ที่ถูกงูพิษกัด เมื่อตรวจสอบแล้วว่าเป็นงูพิษ ให้รีบโทรแจ้งสายฉุกเฉิน 1669 เพื่อขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ จากนั้นให้ทำการปฐมพยาบาลตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ โดยต้องรีบล้างแผลให้สะอาด ห้ามกรีดบาดแผล หรือดูดเลือดออกจากบาดแผลเด็ดขาดเนื่องจากเป็นความเข้าใจผิด และอาจจะทำให้ผู้ที่เข้าช่วยเหลือจะได้รับพิษไปด้วยหากมีบาดแผลในช่องปาก

นพ.ไพโรจน์ กล่าวว่า  หากท่านพบเห็นผู้ที่ถูกงูพิษกัด เมื่อตรวจสอบแล้วว่าเป็นงูพิษ ให้รีบโทรแจ้งสายฉุกเฉิน 1669 เพื่อขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ จากนั้นให้ทำการปฐมพยาบาลตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ โดยต้องรีบล้างแผลให้สะอาด ห้ามกรีดบาดแผล หรือดูดเลือดออกจากบาดแผลเด็ดขาด เนื่องจากเป็นความเข้าใจผิดและอาจจะทำให้ผู้ที่เข้าช่วยเหลือจะได้รับพิษไปด้วยหากมีบาดแผลในช่องปาก นอกจากนี้ห้ามกินยาที่มีส่วนผสมของแอสไพริน เพราะจะไปเสริมฤทธิ์ให้พิษงูทำงานเร็วยิ่งขึ้น  และควรจัดให้ผู้ที่ถูกงูพิษกัดอยู่ในท่าที่สบายนอนนิ่ง ๆ และเคลื่อนไหวให้น้อยที่สุด ใช้ผ้ายืดหรือหาผ้าสะอาด พันรอบอวัยวะส่วนที่ถูกกัดให้กระชับ โดยพันจากส่วนปลายขึ้นมาจนสุดบริเวณอวัยวะ ที่ถูกกัด แล้วทำการดามด้วยของแข็ง เพื่อลดการเคลื่อนไหวของอวัยวะ บริเวณที่ถูกกัด จากนั้นรีบนำส่งสถานพยาบาลที่ใกล้ที่สุด ที่สำคัญไม่ควรปฐมพยาบาลด้วยการขันชะเนาะ เพราะหากทำผิดวิธีจะยิ่งทำให้ผู้ป่วยมีอันตรายมากยิ่งขึ้น และหากผู้ป่วยฉุกเฉินหยุดหายใจจะต้องรีบทำการฟื้นคืนชีพ หรือ CPR ทันที

ขอคุณข้อมูลจาก : สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ


 

อัปเดตทุกเรื่องฮิตติดกระแสคลิก tidhoo.co
และสามารถติดตามคอนเทนต์สนุก ๆ จากติดหูได้ทาง โซเชียลเน็ตเวิร์ค
Facebook | Twitter | Youtube

 อ่านต่อเรื่องที่น่าสนใจ 

อเมริกัน พิทบูลเทอร์เรีย กับรักแท้ที่ดูแลไม่ได้
ส่องความน่ารัก Rusty spotted cat แมวที่ตัวเล็กที่สุด ในโลก
เมื่อแมวฉันหาย อยากได้คืน กับ วิธีตามหาแมวของชาวญี่ปุ่น
โดนฝน ไม่ได้ทำให้เป็นหวัด แต่ที่เป็นหวัดเพราะ
Vertical Garden เพิ่มพื้นที่สีเขียวในบ้าน ด้วยสวนแนวตั้ง

Hello, World

Everything you want to know