บีเวอร์ สัตว์ชนิดนี้มีลักษณะ และพฤติกรรมที่โดดเด่น ด้วยลักษณะที่มีฟันหน้า หรือฟันแทะ (incisor) ที่มีขนาดใหญ่เพื่อใช้ไว้แทะเปลือกไม้ตามต้นไม้ขนาดใหญ่ เพื่อเอามาสร้างเป็นที่พักอาศัย หรือสร้างเป็นเขื่อน จนถูกเรียกว่า บีเวอร์ วิศวกรตัวน้อย

บีเวอร์ วิศวกรตัวน้อย ที่มีชีวิตรอดจากการปรับตัว

บีเวอร์จัดเป็นสัตว์จำพวกฟันแทะชนิดหนึ่งเช่นเดียวกับกระรอกยักษ์ มีสองสายพันธุ์ คือ
– พันธุ์ยูเรเชียน (Eurasian beaver ชื่อทางวิทยาศาสตร์คือ Castor fiber)
– พันธุ์อเมริกาเหนือ (North American beaver ชื่อทางวิทยาศาสตร์ก็คือ Castor Canadensis)

ถึงแม้จะมีขนาดและรูปร่างหน้าตาที่คล้ายคลึงกัน แต่ทั้งสองสายพันธุ์แยกขาดจากกันตั้งแต่เมื่อ 24,000 ปีที่แล้ว พวกมันจึงไม่สามารถผสมพันธุ์กันเองได้อีก บีเวอร์มีขนาดตัวใหญ่กว่าที่คุณคิด โดยตัวบีเวอร์ตัวโตเต็มวัยจะมีขนาดใหญ่พอๆ กับเด็กอายุ 8 ขวบ ขณะที่ตัวบีเวอร์ยักษ์ (Giant beaver ชื่อทางวิทยาศาสตร์คือ Castor ohioensis) ซึ่งได้สูญพันธุ์ไปแล้วเมื่อประมาณ 10,000 ปีก่อน  ดำน้ำได้นานถึง 15 นาที

สัตว์ชนิดนี้มีลักษณะและพฤติกรรมที่โดดเด่น ทำให้คนทั่วไปสามารถจดจำพวกมันได้อย่างแม่นยำตั้งแต่แรกเห็น ด้วยลักษณะที่ว่าพวกมันมีฟันหน้า หรือฟันแทะ (incisor) ที่มีขนาดใหญ่เพื่อใช้ไว้แทะเปลือกไม้ตามต้นไม้ขนาดใหญ่ เพื่อเอามาสร้างเป็นที่พักอาศัย หรือสร้างเป็นเขื่อน เพื่อกักเก็บน้ำไว้อุปโภค และบริโภค

 

ที่สุดแล้วการสร้างเขื่อนของบีเวอร์นั้น มีผลต่อระบบนิเวศ เพราะแหล่งน้ำที่ได้จากเขื่อนจะดึงดูดสัตว์จำพวกปลา สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ และสัตว์เลื้อยคลานให้เข้ามาอาศัย และหากินใกล้บริเวณเขื่อน และการสร้างเขื่อนของบีเวอร์ยังมีประโยชน์ในการป้องกันพวกมันจากนักล่าอีกด้วย เนื่องจากบีเวอร์มีพฤติกรรมชอบอาศัยอยู่ในน้ำ ดังนั้นบีเวอร์จึงต้องการแหล่งน้ำจากเขื่อน อีกทั้งหางของพวกมันก็มีลักษณะแบนเป็นเสมือนพายของเรือ ซึ่งช่วยให้พวกมันเคลื่อนไหวได้รวดเร็วขึ้นเมื่ออาศัยอยู่ในน้ำ

บีเวอร์ วิศวกรตัวน้อย ที่มีชีวิตรอดจากการปรับตัว

และเมื่อบีเวอร์รู้สึกถึงอันตราย และการถูกคุกคามจากนักล่า พวกมันจะดำน้ำลงไป และเตือนเพื่อนหรือฝูงด้วยการใช้หางของมันตบน้ำให้มีเสียงและเมื่อฝูงของมันได้ยินพวกมันก็จะดำน้ำตามลงไป ถึงแม้ว่าเวลาที่พวกมันอยู่บนบกนั้นพวกมันจะค่อนข้างช้าแต่ถ้าพวกมันว่ายน้ำพวกมันจะเร็วมาก อีกทั้งพวกมันยังมีริมฝีปากซึ่งมีขนขึ้นเป็นแนวที่สามารถกั้นน้ำได้ รวมถึงหูที่สามารถปิด และโพรงจมูกที่สามารถเปิด ซึ่งช่วยให้พวกมันแทะใต้น้ำได้

  • บีเวอร์สามารถดำน้ำได้นานถึง 15 นาที
  • หูสามารถใช้ปิดโพรงจมูกซึ่งช่วยให้พวกมันสามารถแทะใต้น้ำได้
  • เปลือกตาของพวกมันโปร่งแสงซึ่งทำหน้าที่เหมือนเป็นแว่นตาว่ายน้ำ
  • มีขนตรงริมฝีปากเพื่อกันน้ำไหลเข้าปากกันสำลัก

สำหรับวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างเขื่อน ส่วนมากเป็นไม้  กิ่งไม้ต่าง ๆ บีเวอร์ใช้ฟันสีเหลืองส้มซึ่งมีลักษณะคล้ายสิ่ว 4 ซี่ ในการตัดต้นไม้ เพราะฟันที่คมกริบอยู่เสมอสามารถโค่นต้นไม้ซึ่งมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 4 นิ้ว ได้ภายในเวลาประมาณ 15 นาที

เขื่อนจากฝีมือตัวบีเวอร์ที่ ใหญ่ที่สุดในโลกนั้น ได้มีการบันทึกว่ามีความยาวถึง 853 เมตร ถูกค้นพบที่อุทยาน Wood Buffalo National Park บริเวณทางเหนือของ Alberta ประเทศแคนนาดา โดยเขื่อนบีเวอร์ ที่ใหญ่ที่สุดในโลกนี้ เกิดขึ้นจาก บีเวอร์สองครอบครัว ที่สร้างเขื่อน จากกิ่งไม้ เลน โคลน และมูลของตัวบีเวอร์ ขวางทางน้ำ เพื่อปรับสภาพแวดล้อมโดยรอบให้เป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่ เพื่อปกป้องรัง และเป็นแหล่งอาหารของพวกมัน เขื่อนนี้นับว่าเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ ที่สร้างโดยบีเวอร์

ในขณะนี้บีเวอร์ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายสัตว์ป่าในสกอตแลนด์อย่างเป็นทางการแล้ว โดยกฎหมายดังกล่าวระบุว่า บีเวอร์จะต้องได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายคุ้มครองสัตว์ของสหภาพยุโรปซึ่งระบุว่า ‘ห้ามฆ่า หรือทำลายสิ่งก่อสร้างและที่อยู่อาศัยของตัวบีเวอร์ หากไม่ได้รับอนุญาต’

 

 

อัปเดตทุกเรื่องฮิตติดกระแสคลิก tidhoo.co
และสามารถติดตามคอนเทนต์สนุก ๆ จากติดหูได้ทาง โซเชียลเน็ตเวิร์ค
Facebook | Twitter | Youtube

 

อ่านต่อเรื่องที่น่าสนใจ 

 

Hello, World

Everything you want to know