หลังจากศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด-19 หรือ ศบค. ได้ออกมาเปิดเผยถึงสถานการณ์การติดเชื้อ COVID-19 ประจำ วันอาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม 2563 ว่า มีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มอีก 14 รายแบ่งเป็นผู้ป่วยติดเชื้อในประเทศ 2 ราย และผู้ป่วยที่เดินทางจากต่างประเทศ 12 ราย

โดยผู้ป่วยที่พบติดเชื้อในประเทศนั้นเป็นการพบในพื้นที่ กทม. ซึ่งจากการตรวจสอบประวัติพบว่าทั้งคู่ได้เข้าไปในพื้นที่เสี่ยงอย่าง  อ.แม่สาย จ.เชียงราย และ จ.ท่าขี้เหล็ก ของเมียนมานั้น  (อ่านข่าว :โควิด-19 ยังน่าห่วง! ศบค. เผยพบผู้ติดเชื้อใน กทม.อีก 2 ราย)

ล่าสุดทางกระทรวงสาธารณสุข ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก กระทรวงสาธารณสุข แจ้งเตือนให้ประชาชนที่เดินทางด้วยเครื่องบินจำนวน 4 เที่ยว เฝ้าสังเกตอาการตนเอง เป็นเวลา 14 วัน นับจากวันเดินทาง หลังจากพบว่าทั้ง 4 เที่ยวบินมีผู้ป่วยไวรัสโควิด-19 เดินทางมาด้วย

ซึ่งหากมี ไข้ ไอ น้ำมูก เจ็บคอ จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส ให้โทรแจ้ง 1422 หรือหน่วยงานสาธารณสุขใกล้บ้าน และไปรับการตรวจที่ รพ. ใกล้บ้านทันที  โดยสวมหน้ากาก เว้นระยะห่างจากผู้อื่นๆ และใช้รถส่วนตัวในการไปพบแพทย์ครั้งนี้  สำหรับเที่ยวบินทั้ง 4  ลำ ที่กระทรวงสาธารณสุขให้ผู้โดยสารเฝ้าสังเกตอาการตนเองเกี่ยวกับไวรัสโควิด-19  ได้แก่

โควิด-19

1. สายการบินนกแอร์ เที่ยวบิน DD8717 วันที่ 28 พ.ย. 63 เวลา 13.40 น.
2. สายการบิน Thai Lion Air เที่ยวบิน SL533 วันที่ 29 พ.ย. 63 เวลา 10.40 น.
3. สายการบิน Thai Smile เที่ยวบิน WE137 วันที่ 29 พ.ย. 63 เวลา 20.30 น.
4. สายการบิน Thai Lion Air เที่ยวบิน SL545 วันที่ 30 พ.ย. 63 เวลา 19.15 น.

ทั้งนี้การออกมาประกาศดังกล่าวก็เพื่อเป็นการเป็นการเฝ้าระวังและป้องกันการระบาดของไวรัสโควิด-19  ถึงแม้ทางกระทรวงสาธารสุข จะยืนยันว่า การพบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ในขณะนี้ ไม่ได้ถือเป็นการระบาดระลอก2   เพราะเป็นผู้ป่วยติดเชื้อมาจากต่างประเทศ ถือเป็นการติดเชื้ออย่างจำกัด สามารถระบุต้นเหตุและที่มาได้ก็ตาม

สำหรับข้อปฏิบัติของบุคคลเมื่อกลับจากพื้นที่เสี่ยง “โควิด-19” มีวิธีดังนี้

  • ควรสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา
  • ควรกักตัวเองอยู่แต่ในบ้าน ไม่ออกไปใช้ชีวิตข้างนอก (แม้ว่าจะไม่มีอาการไข้หวัดหรืออาการผิดปกติใด ๆ เลยก็ตาม)  ให้แน่ใจว่าไม่มีอาการคล้ายไข้หวัดใด ๆ เกิดขึ้น จึงค่อยกลับมาทำงาน หรือใช้ชีวิตปกติ เพราะการติดเชื้อโควิด-19 จะมีระยะฟักตัว ยาวนานถึง 14 วัน
  • ระหว่างที่พักอยู่ที่บ้าน ควรหลีกเลี่ยงการชุมนุมสังสรรค์กับคนหมู่มาก ทั้งเครือญาติ หรือกลุ่มเพื่อนต่าง ๆ
  • อยู่คนเดียวปลอดภัยที่สุด แยกห้องนอน ห้องน้ำส่วนตัวไปเลยคนเดียว อยู่ห่างจากคนอื่นอย่างน้อย 1-2 เมตร
  • ถ้าจำเป็นต้องอยู่ร่วมกับสมาชิกในครอบครัว ควรระมัดระวังการใช้ชีวิตร่วมกันให้ปราศจากความเสี่ยงที่เชื้อไวรัสจะติดต่อถึงได้มากที่สุด เช่น
    – ไม่ใช้ช้อน ส้อม แก้วน้ำ และอุปกรณ์ในการกินอาหารร่วมกัน
    – ใช้ช้อนกลางเมื่อต้องนั่งร่วมโต๊ะอาหาร
    – ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่ หรือเจลล้างมือที่มีแอลกอฮอล์เข้มข้นไม่ต่ำกว่า 70% ครั้งละไม่ต่ำกว่า 20 วินาที
    – สวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งที่อยู่ร่วมกับคนในบ้าน
    – เข้าใช้ห้องน้ำคนสุดท้าย และทำความสะอาดให้เรียบร้อยด้วยน้ำกับสบู่ ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อกับอ่างน้ำ ก๊อกน้ำ ชักโครก ลูกบิดประตู เป็นต้น
    – ซักผ้าแยกต่างหาก ไม่ซักรวมกับคนอื่น
    – แยกของใช้ส่วนตัวทุกอย่าง เช่น ผ้าเช็ดตัว ผ้าเช็ดมือ ผ้าเช็ดหน้า ฯลฯ
  • อยู่ห่างจากคนที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคเรื้อรังต่าง ๆ รวมถึงเด็กเล็ก และผู้สูงอายุ
  • วางโทรศัพท์ไว้ข้างตัวเสมอ หากมีเหตุฉุกเฉินจะได้โทรเรียกคนอื่น หรือเรียกรถพยาบาลได้
  • วัดไข้ทุกวัน หากเกิน 37.5 องศาเซลเซียส มีอาการเจ็บคอ ไอ น้ำมูกไหล และหายใจลำบาก ควรพบแพทย์
  • หากมีอาการแล้วต้องไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล ควรขับรถยนต์ส่วนตัว ขึ้นรถแท็กซี่ หรือเรียกรถพยาบาลมารับ แล้วแจ้งให้คนขับรถทราบด้วย ไม่ควรเดินทางด้วยรถหรือพาหนะสาธารณะ
  • เมื่อพบแพทย์ ระหว่างสอบถามประวัติต่าง ๆ ควรตอบตามความเป็นจริง ห้ามโกหกเด็ดขาด ว่าเดินทางไปที่ไหนมา กี่วัน ทำอะไรที่ไหนบ้าง มีอาการเป็นอย่างไร ฯลฯ เพื่อการวินิจฉัยอย่างแม่นยำ และถูกต้องที่สุด

 

Hello, World

Everything you want to know