หลังจากเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้มีการเผยแพร่ประกาศให้ กัญชา กัญชง พ้นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 โดยให้มีผลบังคับตั้งแต่วันนี้ (15 ธ.ค. ) เป็นต้นไป ส่งผลทำให้สายเขียวทั้งหลายถูกอกถูกใจกันยกใหญ่ เพราะต่างก็เชื่อว่าถึงเวลาแล้วที่จะสามารถนำกัญชาและกัญชงไปใช้ประโยชน์กันได้อย่างเสรี

กัญชา

แต่เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งรีบใจร้อนมั่นใจขนาดนั้น เนื่องจากประกาศฉบับนี้ ยังมีการห้ามบางส่วนของกัญชาให้เป็นยาเสพติดให้โทษอยู่  ซึ่งบางส่วนของกัญชาที่ว่านั้นก็คือ ช่อดอก และเมล็ดกัญชานั่นเอง

โดยในเรื่องนี้ นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ได้เปิดเผยว่า สาเหตุที่ช่อดอก และเมล็ดกัญชา ยังไม่ถูกปลดออกจากยาเสพติดให้โทษประเภท 5 นั่นก็เพราะยังติดอนุสัญญายาเสพติดระหว่างประเทศยังควบคุมเป็นยาเสพติดอยู่

ดังนั้นการปลูกกัญชาและกัญชงยังต้องขออนุญาตตามกฎหมายยาเสพติด ซึ่งผู้มีคุณสมบัติขออนุญาต คือ หน่วยงานรัฐ สถาบันอุดมศึกษา เกษตรกร วิสาหกิจชุมชน สหกรณ์ ผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์ เภสัชกร แพทย์แผนไทยเท่านั้น และการนำกัญชาไปใช้จะต้องได้มาจากผู้รับอนุญาตที่ถูกกฎหมาย โดยตรวจสอบได้จาก www.fda.moph.go.th หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามได้ที่โทรศัพท์ 1556 กด 3

สำหรับ ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 พ.ศ.2563 มีใจความว่า อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 6 วรรคหนึ่ง และมาตรา 8 (1) และ (2) แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ให้ยกเลิก
(1) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 พ.ศ.2561 ลงวันที่ 31 ก.ค. 2561
(2) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2562 ลงวันที่ 27 ส.ค. 2562

ข้อ 2 ให้ยาเสพติดให้โทษที่ระบุชื่อดังต่อไปนี้ เป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม

(1) กัญชา (cannabis) พืชในสกุล Cannabis และวัตถุหรือสารต่างๆ ที่มีอยู่ในพืชกัญชา เช่น ยาง น้ำมัน ยกเว้นวัตถุหรือสารดังต่อไปนี้ เฉพาะที่ได้รับอนุญาตให้ผลิตในประเทศ ไม่จัดเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5
(2) กัญชง (hemp) พืชซึ่งมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Cannabis sativa L. subsp. sativa อันเป็นชนิดย่อยของพืชกัญชา (Cannabis sativa L.) และวัตถุหรือสารต่างๆ ที่มีอยู่ในพืชกัญชง เช่น ยาง น้ำมัน ยกเว้นวัตถุหรือสารดังต่อไปนี้ เฉพาะที่ได้รับอนุญาตให้ผลิตในประเทศ ไม่จัดเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5
(3) พืชกระท่อม
(4) พืชฝิ่น
(5) เห็ดขี้ควายหรือพืชเห็ดขี้ควาย

ข้อ 3 กรณียาเสพติดให้โทษตามข้อ 2 ที่เป็นสารควบคุมคุณภาพในการตรวจวิเคราะห์ และควบคุมคุณภาพของการตรวจสารเสพติดในร่างกาย ซึ่งเป็นเครื่องมือแพทย์ตามกฎหมายว่าด้วยเครื่องมือแพทย์ และต้องใช้ตามวัตถุประสงค์ของเครื่องมือแพทย์นั้น ให้ยกเว้นจากการเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5

ข้อ 4 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับ ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา (15 ธ.ค. 2563) เป็นต้นไป

ทั้งนี้จากประกาศพอสรุปได้ว่าส่วนของกัญชา และกัญชง ที่นำมาใช้ได้อย่างถูกกฎหมาย ประกอบด้วย 1.ใบที่ไม่ติดกับช่อดอก เปลือก ลำต้น เส้นใย กิ่ง ก้าน ราก ไม่เป็นยาเสพติด, 2.เมล็ดกัญชง น้ำมัน สารสกัด เมล็ดกัญชง และ3.สารสกัด CBD และในส่วนสาร THC ต้องไม่เกิน 2%

∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴
∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴

อัปเดตทุกเรื่องฮิตติดกระแสคลิก tidhoo.co
และสามารถติดตามคอนเทนต์สนุก ๆ จากติดหูได้ทาง โซเชียลเน็ตเวิร์ค
Facebook | Twitter | Youtube

∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴

∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴

Hello, World

Everything you want to know