ต่อไปนี้หากใครถูกจับในคดีเกี่ยวกับงานจราจร  นอกจากต้องบึ่งรถไปที่สน. เพื่อเข้าแถวต่อคิวจ่าย ค่าปรับ แล้ว จากนี้สามารถชำระค่าปรับ ผ่านตู้ ATM  หรือช่องทางอื่น ๆ เช่น ธนาคาร ได้ด้วย ส่วนการชำระ ค่าปรับ ผ่านทางไปรษณีย์นั้นให้ยกเลิก ซึ่งการชำระค่าปรับตามใบสั่งรูปแบบนี้ได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา ว่าด้วยเรื่อง วิธีการและสถานที่ในการชำระค่าปรับ ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 พ.ศ. 2563 ที่มีใจความว่า

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดวิธีการและสถานที่ในการชำระค่าปรับสำหรับผู้ขับขี่ เจ้าของรถหรือผู้ครอบครองรถ ที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 หรือกฎหมายอื่นอันเกี่ยวกับรถและการใช้ทาง และเจ้าพนักงานจราจรได้ออกใบสั่งให้แก่ผู้ขับขี่นั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 141 แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2563 ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จึงกำหนดวิธีการและสถานที่ในการชำระค่าปรับไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรื่อง วิธีการและสถานที่ในการชำระค่าปรับตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 พ.ศ. 2563”

ข้อ 2 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ข้อ 3 ให้ยกเลิก

(1) ระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยวิธีการชำระค่าปรับทางไปรษณีย์ลงทะเบียน และการส่งใบอนุญาตขับขี่คืนให้แก่ผู้ได้รับใบสั่ง พ.ศ. 2546

(2) ข้อกำหนดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรื่อง การชำระค่าปรับ การชำระค่าปรับทางไปรษณีย์ และวิธีการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ บัตรเครดิตหรือวิธีการอื่น โดยผ่านธนาคารหรือหน่วยบริการรับชำระเงิน และกำหนดจำนวนค่าปรับตามที่เปรียบเทียบสำหรับความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 พ.ศ. 2559

ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ การชำระค่าปรับ การชำระค่าปรับทางไปรษณีย์ และวิธีการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์บัตรเครดิตหรือวิธีการอื่น โดยผ่านธนาคารหรือหน่วยบริการรับชำระเงิน

(3) ข้อกำหนดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรื่อง สถานที่ในการชำระค่าปรับโดยวิธีการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ บัตรเครดิต หรือวิธีการอื่น ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 พ.ศ. 2559

ข้อ 4 ผู้ขับขี่ เจ้าของรถหรือผู้ครอบครองรถซึ่งได้รับใบสั่งตามมาตรา 140 ต้องชำระค่าปรับภายในเวลาที่กำหนดไว้ในใบสั่งด้วยวิธีการและสถานที่อย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้

(1) ชำระค่าปรับที่สถานีตำรวจหรือหน่วยงานที่ออกใบสั่ง โดยให้ชำระตามจำนวนที่กำหนดไว้ในใบสั่งหรือตามจำนวนที่พนักงานสอบสวนเปรียบเทียบ

(2) ชำระค่าปรับที่สถานีตำรวจอื่นๆ นอกเหนือจาก (1) ได้ทั่วราชอาณาจักร

(3) ชำระค่าปรับโดยการส่งธนาณัติหรือการส่งตั๋วแลกเงินของธนาคาร ตามจำนวนที่ระบุไว้ในใบสั่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนสั่งจ่ายแก่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยสำเนาใบสั่งไปยังผู้บังคับการตำรวจจราจร หัวหน้าสถานีตำรวจ หรือหัวหน้าหน่วยงานที่มีระดับตั้งแต่สารวัตรขึ้นไปแล้วแต่กรณี ตามข้อมูลที่ระบุไว้ในใบสั่ง

(4) ชำระค่าปรับโดยวิธีการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ บัตรเครดิต หรือวิธีการอื่น ตามจำนวนที่ระบุไว้ในใบสั่ง ณ สถานที่ ดังต่อไปนี้

(ก) ธนาคาร

(ข) เครื่องรับจ่ายเงินอัตโนมัติ (ATM)

(ค) หน่วยบริการรับชำระเงิน

(ง) สถานที่หรือวิธีการอื่นใดที่สามารถเข้าถึงการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ได้

ข้อ 5 หากเป็นกรณีที่ใบสั่งไม่ได้ระบุจำนวนค่าปรับไว้ การชำระค่าปรับตามข้อ 4 (3) (4) ให้ชำระค่าปรับสำหรับข้อหานั้นตามที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติประกาศกำหนด

ข้อ 6 เมื่อได้ชำระค่าปรับตามวิธีการ และขั้นตอน ที่กำหนดในประกาศนี้แล้ว ให้คดีเป็นอันเลิกกัน

ประกาศ ณ วันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2563

พลตำรวจเอก สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

ส่วจำนวนค่าปรับเกี่ยวกับความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 (ตัวอย่างบางส่วน) ตามที่มี “ประกาศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรื่อง การกำหนดจำนวนค่าปรับตามที่เปรียบสำหรับความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 (พ.ศ. 2563) นั้นประกอบด้วย

1. ขับขี่บนทางเท้าโดยไม่มีเหตุอันสมควร (ม. 43 (7)) ปรับไม่เกิน 500 บาท
2. หยุดรถบนทางเท้า (ม.55 (2))  ปรับไม่เกิน 300 บาท
3. ฝ่าสัญญาณไฟจราจร (ม.22) ปรับไม่เกิน 500 บาท
4. ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ขณะขับรถ โดยไม่ใช้อุปกรณ์เสริมสำหรับสนทนา (ม.43(9)) ปรับไม่เกิน 500 บาท
5. ขับรถย้อนศร (ม.41) ปรับไม่เกิน 200 บาท ปรับไม่เกิน 500 บาท
6. ไม่ให้ไฟสัญญาณขณะเลี้ยวรถ (ม. 36 วรรค 1) ปรับไม่เกิน 400 บาท
7. หยุดรถล้ำเส้นหยุด (ม.22 (2)) ปรับไม่เกิน 500 บาท
8. ไม่สวมหมวกนิรภัย (ม.122) ปรับไม่เกิน 400บาท
9. ขับรถเร็วเกินกว่ากำหนด (ม.67) ปรับไม่เกิน 500 บาท
และ10. คนซ้อนไม่สวมหมวกกันน็อค (ม.122) ปรับไม่เกิน 800 บาท

ขณะที่ความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522  ที่มีอัตราโทษปรับสูงสุด  1,000 บาท ได้แก่ ใช้รถยนต์ที่เครื่องยนต์ก่อให้เกิดก๊าซ ฝุ่น ควัน ละออง เคมี หรือเสียง เกินเกณฑ์ที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกำหนด (ม.10 ทวิ, 15)

ขับรถที่ใช้บรรทุกวัตถุระเบิดหรือวัตถุอันตรายชนิด อื่นใด โดยไม่จัดให้มีป้ายแสดงถึงวัตถุที่บรรทุกและเครื่อง ดับเพลิง และไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขในการป้องกัน อันตราย (ม.17 วรรค 1, มาตรา 158)

ขับรถที่ใช้บรรทุกวัตถุระเบิดหรือวัตถุอันตรายชนิด อื่นใด โดยลักษณะและวิธีการติดป้ายไม่แสดงถึงวัตถุที่ บรรทุกและเครื่องดับเพลิงตลอดจนเงื่อนไขในการป้องกัน อันตราย ไม่เป็นไปตามกฎกระทรวง (ม.17 วรรค 2, มาตรา 158)

ผู้ขับรถแท็กซี่ไม่พาคนโดยสารไปยังสถานที่ที่ว่าจ้าง ตามเส้นทางที่สั้นที่สุดหรือเส้นทางที่ไม่อ้อมเกินควร และต้องส่งคนโดยสาร ณ สถานที่ตามที่ตกลงไว้ (ม.100 วรรค 1, มาตรา 158) และผู้ขับรถแท็กซี่พาคนโดยสารไปทอดทิ้งระหว่างทางไม่ว่าด้วยประการใด ๆ (ม. 100 วรรค 2, มาตรา 158) เป็นต้น

การถูกจับปรับในคดีจราจร แม้ดูจะเป็นเรื่องไม่ใหญ่โต แต่พอได้ชื่อว่าเป็นการขึ้นโรงขึ้นศาลแล้วคงไม่มีใครอยากไปเท่าไหร่ เอาเป็นว่าหากไม่อยากเสียทั้งเงินและเวลาไปกับเรื่องพวกนี้ ติดหู อยากแนะนำข้อปฏิบัติที่ง่ายนิดเดียว นั่นก็คือการใช้รถใช้ถนนให้ถูกกฎจราจร เพียงเท่านี้ก็ไม่ต้องลำบากตัดสินใจว่าเราจะไปเสียค่าปรับตามใบสั่งที่ไหนแล้ว จริงไหมละ !!

∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴
∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴

อัปเดตทุกเรื่องฮิตติดกระแสคลิก tidhoo.co
และสามารถติดตามคอนเทนต์สนุก ๆ จากติดหูได้ทาง โซเชียลเน็ตเวิร์ค
Facebook | Twitter | Youtube

∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴

∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴

Hello, World

Everything you want to know