ไทยควรรับมืออย่างไร? เมื่อ COVID-19 ระบาดในกลุ่มแรงงานต่างชาติ กรณีศึกษาจากการรับมือของสิงคโปร์

วันที่ 20 ธันวาคม 2563 นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. (ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19) แถลงสถานการณ์ COVID-19 พบผู้ติดเชื้อใหม่ 576 คน (รวมกับผู้ติดเชื้อที่แถลงไปเมื่อคืน) ทำให้มียอดสะสม 4,907 คน เป็นผู้ติดเชื้อในประเทศ ทั้งใน กทม.และ จ.สมุทรสาคร 19 ราย และพบจากการคัดกรองเชิงรุก โดยส่วนมาเป็นแรงงานต่างชาติ 516 ราย และผู้ป่วยที่เดินทางมาจากต่างประเทศ และอยู่ในสถานที่กักโรคที่รัฐจัดไว้ 41 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม

สิงคโปร์คือบทเรียนที่น่าถูกนำมาพูดถึงมากที่สุด เพราะมีแรงงานต่างชาติกว่า 300,000 คน โดยส่วนใหญ่ต้องนอนในห้องเดียวกันถึง 11 คน ทำให้โอกาสแพร่ระบาดมีเปอร์เซ็นต์สูงติดเพดาน ย้อนไปดูวันที่ 16 เมษายน มีแรงงานต่างชาติติดเชื้อเพิ่มขึ้นในวันเดียวถึง 728 ราย ไม่ต่างกับสถานการณ์ในไทยเลย ซึ่งสิ่งที่รัฐบาลสิงคโปร์ทำทันทีนั่นก็คือ

COVID-19

1.ประกาศห้ามแรงงานต่างชาติที่อาศัยอยู่ในหอพักออกไปทำงานข้างนอก พร้อมกับส่งบุคลากรทางการแพทย์ เข้าไปประจำการ เพื่อไม่ให้เกิดการแพร่กระจายเชื้อ

2.สั่งให้เจ้าหน้าที่รีบออกตรวจร่างกายของแรงงานต่างชาติ โดยแยกคนที่ร่างกายปกติดีเป็นกลุ่มหนึ่ง ส่วนกลุ่มที่ติดเชื้อ COVID-19 ไปแล้ว ต้องถูกย้ายตัวไปที่กักตัวที่ถูกดัดแปลงมาจากพอพัก และบางส่วนถูกส่งไปกักตัวยังฐานทัพ

3.สาธารณสุขพยายามตรวจหา COVID-19 แบบละเอียด โดยเฉพาะการใช้วิธีการแบบเซรุ่มวิทยา เพื่อค้นหาว่า แรงงานต่างชาติคนไหนบ้างที่เพิ่งติดเชื้อเป็นครั้งแรก หรือเป็นการกลับมาติดซ้ำอีกครั้ง เป็นสิ่งที่สำคัญมากว่า การระบาดนี้ร้ายแรงในระดับไหนแล้ว สิ่งที่น่าชื่นชมคือ รัฐบาลประกาศว่า หากสถานการณ์ดีขึ้น มาตรการ ‘ล็อคดาวน์’ จะถูกผ่อนคลายลง ซี่งการประกาศในลักษณะนี้ช่วยให้คนในประเทศผ่อนคลายความกังวลและความตึงเครียดด้านเศรษฐกิจลง ดีกว่าการ ‘ล็อคดาวน์’ โดยไม่รู้ว่าจะจบลงในเร็ววันหรือไม่

4.แรงงานต่างชาติที่ออกมาข้างนอกได้บ้างแล้วหลังจากหายป่วย จะต้องมีอุปกรณ์ติดตามตัว contract-tracing devices อยู่ด้วยเสมอ ประสานงานกับกลุ่มนายจ้างอย่างใกล้ชิด เพื่อออกแบบการทำงาน รักษาระยะห่างทางสังคม

5.ป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดขึ้นหลังจากนี้ ด้วยการเข้าไปช่วยปรับปรุงสภาพความเป็นอยู่ของแรงงานข้ามชาติให้ดีขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะความแออัดที่เกิดขึ้น รวมไปถึงการเข้าไม่ถึงบริการด้านสาธารณสุขที่จำเป็นต่อชีวิต

ต้องยอมรับการแก้ปัญหาของสิงคโปร์กลายเป็นโมเดลการแก้ไขปัญหาที่ถูกนำปรับในได้เกือบทุกประเทศในเอเชียที่มีสะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำทางสภาพสังคมสูง จนเกิดเป็นปัญหาลุกลามที่COVID-19ได้ทำให้มันผุดขึ้นมาให้เห็นแล้ว


อัปเดต


อัปเดตทุกเรื่องฮิตติดกระแสคลิก tidhoo.co
และสามารถติดตามคอนเทนต์สนุก ๆ จากติดหูได้ทาง โซเชียลเน็ตเวิร์ค
Facebook | Twitter | Youtube

Hello, World

Everything you want to know