สื่อต่างประเทศรายงาน ไฟเซอร์ (Pfizer) เริ่มทดลอง ยาเม็ดต้านโควิด เป็นครั้งแรก โดยมีฐานการผลิตที่สหรัฐอเมริกาและเบลเยียม คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้

“พวกเราได้ออกแบบให้ตัวยาชนิดนี้ โดยใช้วิธีรักษาด้วยการรับประทานเหมือนยาเม็ดทั่วไป โดยไม่จำเป็นต้องให้ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล” คำยืนยันจาก Mikael Dolsten ประธานฝ่ายวิจัยพัฒนาการแพทย์ทั่วโลก กล่าว

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา

หากการทดลองครั้งนี้ประสบความสำเร็จ มีความเป็นไปได้สูงมากที่ตัวยาชนิดนี้จะถูกบรรจุให้เป็นเหมือนยาสามัญประจำบ้าน เพราะในอนาคตอันใกล้ ‘โควิด19′ จะเป็นโรคที่สามารถรักษาได้หายขาดเหมือนไข้หวัดทั่วไป

ตามรายงานระบุว่า ยาชนิดนี้มีชื่อรหัสว่า PF07321332 ถูกจัดอยู่ในกลุ่มยาต้านไวรัสที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในการรักษาโรคเอชไอวี โรคเอดส์ และไวรัสตับอักเสบซี โดยได้การรับการคิดค้นสูตรเพื่อยับยั้งไม่ให้ไวรัสเกิดการคัดลอกตัวเองซ้ำ ลดเกิดการขยายตัวของเชื้อโรคในบริเวณจมูก ลำคอ และปอดของมนุษย์

เราต้องใช้ทีมนักวิจัยกว่า 210 คน เพื่อคิดค้นสารประกอบชนิดนี้ เพื่อสกัดออกมาได้ตัวยาขนาด 7 มิลลิกรัม (ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าเม็ดฝนเสียอีก) โดยสารชนิดนี้ถูกผลิตขึ้นในช่วงปลายเดือน กรกฎาคม 2563 และ ปลายเดือนตุลาคมในปีเดียวกัน พวกเขาสามารถผลิตตัวยาได้มากถึง 100 กรัม และ 1 กิโลกรัม ในสองสัปดาห์ถัดไป ซึ่งเป็นข้อมูลบ่งชี้ถึงอนาคตอันใกล้นี้ที่ว่าประชากรทั้งโลกจะสามารถเข้าถึงตัวยาชนิดนี้ภายในสิ้นปี 2564 Dafydd Owen ผู้อำนวยการด้านเคมียาของไฟเซอร์ กล่าว

ปัจจุบันมีอาสาสมัครกว่า 60 ราย ซึ่งเป็นบุคคลที่มีอายุระหว่าง 18 – 60 ปี กำลังเข้าร่วมการทดลองของ Pfizer ในกลุ่มยารักษาโควิด19 แบ่งเป็น 3 ระยะ ซึ่งใช้ระยะเวลาทั้งหมด 145 วัน ตามกำหนดจะเสร็จสิ้นในช่วงกลางเดือนมิถุนายน ที่จะถึงนี้โดยทีมแพทย์ได้เผยถึงขั้นตอนการทำงานเป็นระยะ ดังนี้

ระยะที่1 : ให้ผู้ทดลองได้รับสารเคมีจากตัวยา เพื่อดูผลทดสอบความสามารถในการทนรับต่อปริมาณยาได้มากน้อยแค่ไหน และมีผลข้างเคียงอย่างไร
ระยะที่2 : ขั้นตอนเหมือนในระยะแรก แต่ให้ผู้ทดลองได้รับปริมาณยาที่มีหลายขนาดมากขึ้น
ระยะที่3 : มีการทดสอบในรูปแบบของ ยาเม็ด ยาน้ำ และตรวจหาผลข้างเคียงต่อไป

มีการยกตัวอย่างแบบเข้าใจง่าย ๆ จากทีมแพทย์ เพื่ออธิบายถึงขั้นตอนการทำงานให้กับคนทั่วไปได้เข้าใจลักษณะการทำงานมากขึ้น โดยยกตัวอย่างเคมียาแทนด้วยอาหาร
ตัวอย่างเช่น ให้ผู้รับการทดลอง รับประทานอาหารเช้าที่มีไขมันสูงกว่าปกติ โดยเมนูคือ ไข่ดาวสองฟองทอดกับเนย เบคอน 2 แผ่น ขนมปังปิ้งทาเนย 2 แผ่น และเฟรนช์ฟรายส์ไซส์จัมโบ้ และนมกล่องใหญ่ โดยต้องรับประทานให้หมดภายใน 20 นาที หากผู้ทดลองสามารถรับประทานได้ตามระยะเวลาที่กำหนด เท่ากับว่าตัวยาชนิดนี้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสมต่อผู้ที่ต้องการรักษา เป็นต้น

ทีมนักวิจัยได้ยืนยันถึง ศักยภาพของฤทธิ์ยาที่สามารถต้านไวรัส ‘โรคซาร์ส’ ได้เป็นอย่างดี รวมถึงภาวะที่ก่อให้เกิดไวรัสชนิดอื่น ๆ ซึ่งทำให้โอกาสในการรักษา ‘โควิด19’ มีความเป็นไปได้มากยิ่งขึ้น

ถึงแม้ตัวยาจะสามารถใช้งานได้ดีในแง่ของการทดลองในระยะที่ 3 ก็ตาม แต่ทางทีมวิจัยยังมีความจำเป็นต้องเฝ้าติดตามเพื่อตรวจสอบว่าตัวยาชนิดนี้ สามารถใช้ได้ผลกับคนทุกเพศทุกวัยหรือไม่ นั่นจึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมกระบวนการผลิตครั้งนี้ถึงใช้เวลานานก่อนที่จำหน่ายตัวยาออกสู่ท้องตลาด

สำหรับ ‘ไฟเซอร์’ ในตอนนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับการ ‘แข่งกับเวลา’ เพราะพวกเขาไม่เพียงต้องผลิตยาที่ได้คุณภาพ แต่พวกเขายังคงต้องแบกรับความคาดหวังจากคนทั้งโลก ไปพร้อมกับการต่อสู้กับไวรัสโควิด 19 ที่ยังคงเป็นภัยคุกคามหลักต่อมนุษยชาติ

แปลและเรียบเรียงโดย Tidhoo Team / ที่มาจาก The Telegraph

อัปเดตสถานการณ์ โควิด-19 เพิ่มเติม คลิกที่นี่

อัปเดตทุกเรื่องฮิตติดกระแสคลิก tidhoo.co
และสามารถติดตามคอนเทนต์สนุก ๆ จากติดหูได้ทาง โซเชียลเน็ตเวิร์ค
Facebook | Twitter | Youtube

Hello, World

Everything you want to know