สื่อออนไลน์ถือเป็นช่องทางหลักในการ โฆษณา ประชาสัมพันธ์สินค้าในปัจจุบัน เพราะเป็นสื่อที่เขาถึงได้ง่ายจากทุกที่ทุกเวลา ทำให้เจ้าของธุรกิจห้างร้านไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ต่างก็หันมาเลือกใช้สื่อออนไลน์ในการเป็นช่องทางให้ผู้คนรู้จักสินค้าและผลิตภัณฑ์ของตัวเอง อีกทั้งสื่อออนไลน์ก็ยังไม่มีมาตรการใดๆ มาควบคุมการโฆษณา ทำให้มีผลิตภัณฑ์เกือบทุกประเภทถูกเผยแพร่ให้รู้จักผ่านสื่อรูปแบบนี้กันทั้งสิ้น โดยเฉพาะสินค้าประเภทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เหล้า-เบียร์

แน่นอนเหล้า-เบียร์ ถูกมองว่าเป็นของมึนเมา หากมีการพบเห็นได้ง่าย ก็เหมือนเป็นการสนับสนุนเชิญชวนให้คนหันมาดื่มกินกันมากขึ้น โดยเฉพาะเยาวชนคนรุ่นใหม่ เมื่อยิ่งดื่ม ก็ยิ่งเมา เมื่อยิ่งเมา ปัญหาต่างๆ ก็ยิ่งตามมา ทั้งอุบัติเหตุจากเมาแล้วขับ, อาชญกรรม หรือแม้กระทั่งความรุนแรงในครอบครัว

เมื่อเป็นดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันปัญหา จะได้ตัดไฟแต่ต้นลม และลดการมองเห็น ผลกระทบอันเกิดจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทางสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สคอ.) จึงได้ออกกฎหมายห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ด้วยวิธีการขายทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือทางออนไลน์มันเสียเลย

โดยนายแพทย์นิพนธ์ ชินานนท์เวช ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สคอ.) กล่าวว่า เจตนารมณ์ของประกาศการบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ ก็เพื่อควบคุม ผู้ประกอบการและร้านค้าบางส่วน ให้ใช้ช่องทางในการซื้อขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ว่าสื่อนั้นจะอยู่ในรูปแบบใดก็ตาม ไม่ใช่การปิดกั้นช่องทางการ โฆษณา ของบริษัทจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ขณะเดียวกันเนื้อหาของกฎหมายฉบับนี้ มุ่งเน้นเอาผิดกับวิธีการจำหน่ายแอลกอฮอล์ ในลักษณะเชิญชวนให้ซื้อ หรือ เสนอขายแก่ผู้บริโภคโดยตรงผ่านสื่อสังคมออนไลน์เพื่อประโยชน์ทางการค้า เช่น เว็บไซต์ เพจเฟซบุ๊ก ไลน์  ไม่ได้รวมถึงการซื้อขายโดยตรงที่ร้านจำหน่าย หรือการทำธุรกรรมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยกฎหมายฉบับนี้ได้ประกาศผ่านราชกิจจานุเบกษาเป็นที่เรียบร้อยแล้วตั้งแต่ วันที่ 7  ส.ค. ที่ผ่านมา และให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 7  ธ.ค. นี้เป็นต้นไป

สำหรับบทลงโทษ หากมีการละเมิดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ผ่านสื่อออนไลน์จะมีโทษจำคุก ไม่เกิน 6 เดือน หรือ ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งนอกจากกฎหมายฉบับใหม่นี้แล้ว กฎหมายฉบับเดิมที่เกี่ยวข้องยังมีผลอยู่ เช่น หากเป็นการเชิญชวนให้ดื่มเครื่องดื่มแอกอฮอล์ จะเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากเป็นการจำหน่ายสุราหลีกเลี่ยงภาษี จะมีโทษปรับตามปริมาณของน้ำสุรา ส่วนการขายให้กับเด็กและเยาวชน จะเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ

∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴
∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴

อัปเดตทุกเรื่องฮิตติดกระแสคลิก tidhoo.co
และสามารถติดตามคอนเทนต์สนุก ๆ จากติดหูได้ทาง โซเชียลเน็ตเวิร์ค
Facebook | Twitter | Youtube

∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴

∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴

นายแพทย์นิพนธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ เป็นไปตามมาตรฐานเดียวกัน ทั้งบริษัทเล็กและบริษัทใหญ่ ยืนยันไม่ได้ต้องการปิดกั้นช่องทางการโฆษณาของบริษัทจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่กฎหมายฉบับนี้ มุ่งเน้นไปที่วิธีการจำหน่ายลักษณะเชิญชวนให้ซื้อ หรือ เสนอขายแก่ผู้บริโภคโดยตรงผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เช่น เว็บไซต์ เพจเฟซบุ๊ก ไลน์ เพื่อประโยชน์ทางการค้า ซึ่งไม่รวมถึงการซื้อขายโดยตรงที่ร้านจำหน่าย หรือการทำธุรกรรมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์

ด้าน พันตำรวจเอกศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า กฎหมายฉบับนี้ประกาศใช้ในวันที่ 7 ธันวาคม หากมีการละเมิดกฎหมาย จะมีโทษจำคุก ไม่เกิน 6 เดือน หรือ ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งนอกจากกฎหมายฉบับใหม่นี้แล้ว กฎหมายฉบับเดิมที่เกี่ยวข้องยังมีผลอยู่ เช่น หากเป็นการเชิญชวนให้ดื่มเครื่องดื่มแอกอฮอล์ จะเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากเป็นการจำหน่ายสุราหลีกเลี่ยงภาษี จะมีโทษปรับตามปริมาณของน้ำสุรา ส่วนการขายให้กับเด็กและเยาวชน จะเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ

Hello, World

Everything you want to know