แม้สถานการณ์ในช่วงนี้ ดูจะหนักหน่วงสาหัสสากรรจ์ไปสักนิด สำหรับรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ปัญหาทั้งหลายแหล่ต่างถาโถมเข้าใส่ จนมีแนวโน้มการใช้ กฎอัยการศึก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการออกมาปิดถนนประท้วงของกลุ่มคณะราษฎรที่เกิดขึ้นแทบทุกวัน หนำซ้ำยังมีข่าวลือต่าง ๆ  นานา ว่าจะเกิดรัฐประหาร ยึดอำนาจการบริหารประเทศ

แต่นั่นก็ไม่ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีวิตกกับเรื่องที่เกิดขึ้น พร้อมกับออกมาประกาศว่า ยังไม่เป็นจำเป็นที่ต้องประกาศ กฎอัยการศึก มาใช้ควบคุมฝูงชน เพราะไม่มีความจำเป็น ใช้แค่กฎหมายปกติก็เพียงพอแล้ว อีกทั้งเป็นธรรมดาของทุกประเทศ ในระบอบประชาธิปไตย ที่มีการชุมนุม

ซึ่งในการชุมนุม ไม่อยากกล่าวหาว่าใครดีไม่ดี แต่ทุกอย่าง จะต้องถูกปฏิบัติตามข้อกฎหมาย ถ้าหากทำผิดจะต้องถูกดำเนินคดีทั้งหมด ยอมรับว่า จะให้ทุกคนเห็นด้วยในระบอบประชาธิปไตยทั้งหมด คงเป็นไปไม่ได้ แต่จะทำอย่างไร ให้ทุกคนเดินหน้าไปด้วยกันได้ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต หากจะประกาศชุมนุมต่อเนื่อง ก็ชุมนุมไป แต่ขออย่าทำผิดกฎหมายก็พอ

แม้ตอนนี้ นายกฯ ยังไม่มีการประกาศใช้ในการควบคุมสถานการณ์การชุมนุม แต่ ติดหู ว่า มีทำความรู้จักกับ กฎอัยการศึก ไว้สักหน่อยก็ยังดี ซึ่ง กฎอัยการศึก (Martial Law หรือ Military Law) ก็คือ กฎหมายซึ่งได้ตามขึ้นไว้สำหรับประกาศใช้เมื่อมีเหตุจำเป็น

ทั้งนี้เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง เช่น ในกรณีที่เกิดสงคราม เกิดจลาจล ซึ่งในเขตที่ประกาศใช้กฎอัยการศึกนั้น เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารมีอำนาจหน้าที่เหนือเจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือน ในการระงับปราบปรามหรือการรักษาความสงบเรียบร้อย และศาลทหารก็มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีอาญาบางอย่างที่ประกาศระบุไว้แทนศาลพลเรือน

กฎอัยการศึก เป็นกฎหมายที่มีอยู่ในเวลาปกติ แต่จะใช้ได้ก็ต่อเมื่อมีการประกาศบังคับใช้และกำหนดเขตพื้นที่ที่จะบังคับใช้ ซึ่งในประเทศไทยนั้น กฎอัยการศึกถูกตราเป็นกฎหมายชัดเจน

ซึ่งมีสาระสำคัญของ พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พุทธศักราช 2457 ฉบับนี้ยังใช้อยู่จนปัจจุบัน มีสาระสำคัญ คือ

1. การประกาศกฎอัยการศึกจะเป็นไปโดยพระบรมราชโองการหรือผู้บังคับบัญชาทหารที่มีกำลังอยู่ ใต้บังคับบัญชา ไม่น้อยกว่า 1 กองพัน ประกาศใช้ก็ได้ แต่การยกเลิกใช้กฎอัยการศึก จะเป็นไปได้ต่อเมื่อมีพระบรมราชโองการประกาศเลิกใช้เท่านั้น

2. ในเขตที่ประกาศใช้กฎอัยการศึก ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารมีอำนาจเหนือเจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือน ในส่วนที่เกี่ยวกับการยุทธ การระงับปราบปราม หรือ การรักษาความสงบเรียบร้อย และเจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือนต้องปฏิบัติตามความต้องการของเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร (มาตรา 6)

3. เมื่อประกาศใช้กฎอัยการศึกในตำบลใด เมืองใด มณฑลใด เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารมีอำนาจเต็มที่จะ ตรวจค้น ที่จะเกณฑ์ ที่จะห้าม ที่จะยึด ที่จะเข้าอาศัย ที่จะทำลายหรือเปลี่ยนแปลงสถานที่ และที่จะขับไล่ (มาตรา 8)

4. ความเสียหายที่จะเกิดขึ้นอย่างหนึ่งอย่างใด ในเรื่องอำนาจที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารตามข้อ 3 บุคคล หรือบริษัทใดจะร้องขอค่าเสียหายหรือค่าปรับอย่างหนึ่งอย่างใดแก่เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารไม่ได้เลย …( มาตรา 16)

มาตรการทางกฎหมายที่ให้อำนาจแก่เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร โดยกฎอัยการศึกนี้ ได้รับการยอมรับอย่างมั่นคงในรัฐธรรมนูญแห่งราชาอาณาจักรไทยตลอดมา ฉบับปัจจุบันก็ปรากฏความในมาตรา 222 ว่า

“มาตรา 222 พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการประกาศใช้และเลิกใช้กฎอัยการศึกตามลักษณะและวิธีการตามกฎหมายว่าด้วยกฎอัยการศึก”  ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องประกาศใช้กฎอัยการศึกเฉพาะแห่งเป็นการรีบด่วน เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารย่อมกระทำได้ตามกฎหมายว่าด้วยกฎอัยการศึก

 

∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴
∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴

อัปเดตทุกเรื่องฮิตติดกระแสคลิก tidhoo.co
และสามารถติดตามคอนเทนต์สนุก ๆ จากติดหูได้ทาง โซเชียลเน็ตเวิร์ค
Facebook | Twitter | Youtube

∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴

∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴

 

 

Hello, World

Everything you want to know