จากเหตุสะเทือนใจไฟไหม้-อาคาร 3 ชั้นถล่ม เมื่อช่วงเช้าตรู่วันที่ 3 เมษายน 2564 ที่หมู่บ้านกฤษดานคร 31 เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่กู้ภัยและเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้าไปช่วยดับไฟได้สำเร็จ ติดหูสรุปให้ กรณี ไฟไหม้กฤษดานคร 31

00.20 น. (4 เม.ย.64) : พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ สรุปสถานการณ์เหตุเพลิงไหม้ บ้านเลขที่ 138/12 หมู่บ้านกฤษดานคร 31 เขตทวีวัฒนา ขณะนี้พบผู้บาดเจ็บ 6 ราย และมีผู้เสียชีวิต 5 ราย ดังนี้

  1. นายธนภพ ประไพ อายุ 44 ปี (เจ้าหน้าที่)
  2. นายสมัญญา นิลธง อายุ 48 ปี (เจ้าหน้าที่)
  3. นายอรรถพล ท้วมทอง อายุ 26 ปี (เจ้าหน้าที่)
  4. นายเกียรติ แพตเตอร์สัน อายุ 35 ปี (ผู้ประสบภัย)
  5. นายสุทัศน์ เปลี่ยนกลัด อายุ 38 ปี (เจ้าหน้าที่)

ไทม์ไลน์เหตุการณ์ ไฟไหม้กฤษดานคร 31

เมื่อเวลา เวลา 06.07 น. ของวันที่ 3 เม.ย.64 เจ้าหน้าที่ได้เข้าพื้นที่เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย และในเวลา 07.08 น.อาคารทรุดตัวขณะที่มีเจ้าหน้าที่ติดอยู่ด้านใน จำนวน 11 ราย จากนั้นเจ้าหน้าที่อาสาที่อยู่ด้านนอกได้เร่งนำผู้ที่ได้รับบาดเจ็บออกมาจากบ้านที่ถล่ม จำนวน 2 ราย และพบร่างผู้เสียชีวิต 1 ราย ซึ่งนำร่างออกมาได้ รวมทั้งพบร่างผู้เสียชีวิตอีก 2 รายแต่ไม่สามารถนำออกมาได้เนื่องจากมีคานทับอยู่ หากเคลื่อนย้ายอาจส่งผลให้โครงสร้างทรุดตัวลงมาอีก

เวลาประมาณ 10.00 น. พบผู้บาดเจ็บเพิ่ม 1 ราย และนำส่งโรงพยาบาล และเวลา 12.30 น. พบผู้เสียชีวิตอีก 1 ราย เวลา 17.50 น. จากการตรวจสัญญาณชีพไม่พบว่ามีสัญญาณแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงได้ยุติการค้นหาพร้อมนำเครื่องมือเข้าเคลื่อนย้ายอาคารเพื่อนำผู้ที่ติดค้างที่เหลือออกมาจากอาคารให้ครบทั้งหมด

สำหรับสาเหตุเพลิงไหม้นั้น ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้มอบหมายให้สำนักการโยธา สำนักงานเขตทวีวัฒนา ร่วมกับสถานีตำรวจท้องที่ เร่งดำเนินการตรวจสอบให้แล้วเสร็จโดยเร็ว โดยความเสียหายในขณะนี้ นอกจากบ้านหลังดังแล้ว ยังมีบ้านข้างเคียงที่ได้รับผลกระทบจำนวนสองหลัง ซึ่งได้รับความเสียหายในส่วนของกำแพง หลังคา และรั้วบ้าน

ทราบตัวเจ้าของบ้านแล้ว

ผู้อำนวยการเขตทวีวัฒนา เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการตรวจสอบเรื่องการขอใบอนุญาตและการออกเลขที่บ้าน แต่ยังไม่สามารถตรวจสอบได้แน่ชัด ทราบเพียงว่าออกเลขที่บ้านประมาณ 10 ปีขึ้นไป ซึ่งบ้านหลังดังกล่าวเป็นบริษัทเกี่ยวกับสระว่ายน้ำหรือชุดว่ายน้ำ โดยขณะนี้ทราบตัวเจ้าของบ้านแล้วนั่นก็คือ เอ อดิศร โสภา นักธุรกิจและเจ้าของบริษัทและดำเนินธุรกิจหลายอย่าง ซึ่งนายอดิสร เป็นบุคคลที่มักออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองสนับสนุนรัฐบาลบ่อยครั้ง และรอบบ้านมีการติดป้ายจำนวนมาก เพื่อแสดงจุดยืนของตนและโจมตีฝ่ายตรงข้ามจนได้ฉายาว่า ‘เอ มินเนี่ย’ เพราะมักสวมชุดการ์ตูนมินเนี่ยนในการทำคลิปสนับสนุนรัฐบาล และโจมตีฝ่ายตรงข้าม แล้วยังตั้งชื่อบ้านว่า “บ้านมินเนี่ยนเอ ไม่ต้อนรับพวกล้มเจ้า”

ทั้งนี้ บ้านหลังที่เกิดไฟไหม้ ไม่ใช่บ้านที่นายอดิศรอยู่ และไม่ใช่บ้านที่เห็นในคลิปบ่อย ๆ แต่เป็นบ้านที่ใช้ทำธุรกิจและให้ลูกจ้างประมาณ 10 คนพักอาศัย ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับบ้านที่นายอดิศรอยู่ ในขณะที่สื่อบางเจ้ารายงานว่าตอนนี้นายอดิศรอยู่ที่ญี่ปุ่น และจนถึงตอนนี้ยังไม่ทราบสาเหตุเพลิงไหม้ที่แน่ชัด มีเพียงนางน้อย ลูกจ้าง บอกว่าต้นเพลิงน่าจะอยู่ที่ตู้พัก รปภ.เก่า ซึ่งปัจจุบันใช้เป็นห้องเก็บของ เก็บที่นอนเก่า และติดตั้งปั๊มลมสำหรับฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อ ที่ต้องเสียบปลั๊กไว้ตลอดเวลาอาจเกิดการช็อต เพียงเท่านั้น

โยงการเมือง – พาแฮชแท็ก #อาคารถล่ม ติดเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับ 1

ต้องบอกเลยว่า เป็นประเด็นที่มาพร้อมความแตกต่างทางความคิดอย่างมากในทวิตเตอร์ กับแฮชแท็ก #อาคารถล่ม ซึ่งก็มีทั้งแสดงความเสียใจกับผู้เสียชีวิต บ้างก็เอาไปโยงการเมือง ทำให้ชาวเน็ตบางท่านต้องออกมาดึงสติกันสักหน่อย เพราะแทนที่จะไปโฟกัสการเมืองเราควรโฟกัสผู้เสียชีวิตก่อนดีกว่าไหม

ย้อนกลับไปปี 2562 นายอดิศรเคยตกเป็นข่าวดัง เมื่อเขาโพสต์ข้อความในไอจีว่า #ดักตบอีช่อช่องArrival สื่อถึงนักการเมืองหญิงพรรคหนึ่ง แล้วนักร้องดังเข้าไปคอมเมนต์ว่า “รบกวนด้วยค่ะ” จนเกิดดราม่า อีกทั้งในโลกออนไลน์ก็มีการเผยแพร่แชตหลุดที่อ้างว่าเป็นของนายอดิศร เขียนว่า “ผมว่าโดนวางเพลิง เพราะระบบในบ้านดีมาก แต่รอแป๊บ ให้พิสูจน์หลักฐานออกมาก่อน เกลียดรัฐบาล เพราะช้า เฉย จนผมทนไม่ไหวต้องออกมาแสดงพลังเอง” ทำให้เรื่องนี้ถูกโยงไปเรื่องการเมือง

ลุงตู่ แสดงความเสียใจ นักผจญเพลิงเสียชีวิต

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ติดตามเหตุการณ์เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ภายในซอยอัญมณี 17 หมู่บ้านกฤษดานคร 31 แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร ส่งผลให้อาคารถล่มเสียหายทั้งหมด โดยทางบิ๊กตู่มีความห่วงใยต่อเหตุการณ์ดังกล่าว ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิตเป็นกรณีพิเศษ พร้อมดูแลเยียวยาสภาพจิตใจของผู้ที่เกี่ยวข้อง เพราะการสูญเสียเจ้าหน้าที่ระหว่างปฏับัติงานถือว่าเป็นการสูญเสียที่มีความสำคัญ นอกจากนี้ยังให้ดูแลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บเป็นอย่างดี ป้องกันการสูญเสียให้ได้มากที่สุด

ทางทีมงานติดหู ขอแสดงความเสียใจต่อการจากไปของผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนี้

อัปเดตทุกเรื่องฮิตติดกระแสคลิก tidhoo.co
และสามารถติดตามคอนเทนต์สนุก ๆ จากติดหูได้ทาง โซเชียลเน็ตเวิร์ค
Facebook | Twitter | Youtube

Hello, World

Everything you want to know