จากกรณี ไฟไหม้กฤษดานคร 31 หลังอาคารบ้านพัก 3 ชั้น พังถล่มลงมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย เป็นผู้ที่อยู่ในบ้านพัก 1 ราย เจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยอีก 4 ราย และผู้บาดเจ็บอีกหลายราย โดยเหตุเกิดที่ในหมู่บ้านกฤษดานคร 31 ถ.พุทธฆณฑล สาย 3 แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ

รองศาสตราจารย์สิริวัฒน์ ไชยชนะ อุปนายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมน์ หรือ วสท. เปิดเผยว่า อาจจะยังตรวจสอบอะไรมากไม่ได้ เนื่องจากสภาพอาคารพังทลายลงมาหมดแล้ว จึงต้องไปหาข้อมูล แบบแปลนการก่อสร้างอาคารว่ามีจุดใดที่เป็นสาเหตุที่ทำให้อาคารถล่มลงมา เบื้องต้นประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการขอแปลนบ้าน เพื่อที่นำไปถอดบทเรียนไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกในอนาคต ทั้งนี้ยังไม่สามารถระบุว่ามีการต่อเติมอาคาร ตามที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตหรือไม่ ต้องขอดูแปลนบ้าน

โดยอาคารแห่งนี้มีการก่อสร้างในช่วงปี 2554-2555 ซึ่งในช่วงนี้มีเทคโนยีการก่อสร้าง การใช้วัสดุที่ดี ทนต่อไฟอยู่แล้ว จึงต้องดูสภาพแวดล้อม โดยขนาดของพื้นที่เองก็มีส่วนเกี่ยวข้อง หากพื้นที่แคบจะทำให้อาคารอมความร้อน มากกว่าอาคารที่อยู่ในพื้นที่กว้าง พื้นที่โล่งกว้างจะทำให้ความร้อนกระจายตัวได้มากกว่า ขณะเดียวกันวัสดุ สิ่งของที่อยู่ภายในบ้าน เช่น กระดาษ พลาสติกต่างๆ รวมทั้งวัตถุไวไฟ จะเป็นเชื้อเพลิงที่ทำให้อุณหภูมิพุ่งสูงได้ถึง 900-1,000 องศา จากปกติที่วัสดุก่อสร้างจะทนความร้อนได้ถึง 300-600 องศา ซึ่งตรงส่วนนี้ทำให้โครงสร้างอาคารเกิดรอยร้าว มีการแยกตัวออกจากกัน ความร้อนจึงเข้าไปในช่องว่าง ทำให้เหล็กเปลี่ยนรูปร่างหรือเปลี่ยนสภาพ ยื้อกันระหว่างจุดที่แข็งแรงของตัวบ้านกับจุดที่อ่อนแอ เป็นสาเหตุที่ทำให้อาคารถล่มลงมา ยืนยันว่า อาคารที่มีอายุประมาณ 10 ปี นั้น ถือว่ายังไม่เสื่อมสภาพ หากก่อสร้างอย่างถูกต้อง จะอยู่ได้ 30-50 ปี

ส่วนที่หลายคนตั้งข้อสังเกตว่าอาคารหลังนี้คานมีขนาดใหญ่กว่าเสา รองศาสตราจารย์สิริวัฒน์ บอกว่า เป็นเรื่องปกติ เนื่องจากคานจะต้องรับน้ำหนักมากกว่าเสา สำหรับประเด็นการฉีดน้ำดับไฟ ตรงส่วนนี้ยืนยันว่าไม่ส่งผลให้อาคารถล่มลงมา เพราะปูนไม่ดูดซับน้ำ ส่วนการเปลี่ยนแปลงประเภทการใช้ประโยชน์ของอาคาร จากที่อยู่อาศัยเป็นที่เก็บของ หากไม่มีการแจ้งเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ ถือว่าผิดกฎหมาย ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้ง

โปรดเกล้าฯ รับผู้เสียชีวิตจากเหตุไฟไหม้กฤษดานคร 31 เป็นศพในพระบรมราชานุเคราะห์

จากกรณีเพลิงไหม้อาคาร 3 ชั้นในพื้นที่เขตทวีวัฒนาและพังทลายลงมาจนมีผู้เสียชีวิต 5 ราย และได้รับบาดเจ็บ 6 ราย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้า ฯ ให้ พลอากาศโท ภักดี แสงชูโต ผู้ช่วยราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เชิญพวงมาลา ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และของเจ้าคุณพระสินีนาฎ พิลาสกัลยานี ไปวางหน้าหีบศพของอาสาสมัครป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 3 รายที่เสียชีวิตจากการเข้าระงับเหตุเพลิงไหม้และอาคารถล่มในพื้นที่เขตทวีวัฒนา ได้แก่ นายสมัญญา นิลธง นายอรรถพล ท้วมทอง และนายสุทัศน์ เปลี่ยนกลัด เวลา 17.30 น. ณ ศาลา 11 วัดศาลาแดง เขตบางแค กรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ยังโปรดเกล้า ฯ ให้จิตอาสาพระราชทานไปช่วยดูแลอำนวยความสะดวกภายในงานสวดพระอภิธรรมที่วัดทุกวัน ๆ ละ 10-15 คน

ไล่ออก 2 พนักงานโพสต์ซ้ำเติมเหตุบ้านถล่ม

ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์โพสต์ของพนักงาน บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด ที่แสดงความคิดเห็นไม่เหมาะสม ล่าสุด ทางบริษัท ได้ประกาศให้พนักงานคนดังกล่าวพ้นสภาพทันที แม้ว่าการโพสต์นั้นเป็นการแสดงความคิดเห็นในพื้นที่ส่วนบุคคล แต่บริษัทต้องขออภัยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากเป็นการกระทำที่กระทบต่อความรู้สึกของผู้คนในสังคม ที่กำลังส่งกำลังใจไปให้กับครอบครัวผู้สูญเสีย เช่นเดียวกับบริษัทที่ร่วมอาลัยต่อครอบครัวผู้สูญเสียด้วยเช่นกัน

และยังมีเฟซบุ๊กของเจ้าหน้าที่ รพ.แพทย์รังสิต ได้โพสต์แสดงความคิดเห็นไม่เหมาะสมเช่นกัน ล่าสุด เฟซบุ๊กแฟนเพจ PatRangsit Hospital ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ประกาศ กรณีพนักงานแสดงความคิดเห็นที่ไม่เหมาะสม กลุ่มโรงพยาบาลแพทย์รังสิต ขอเรียนชี้แจงกรณีพนักงานบริษัทฯ ได้โพสต์ข้อความไม่เหมาะสมบนสื่อโซเชียล แม้เป็นการแสดงความเห็นส่วนตัว แต่เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมและขัดต่อค่านิยมของบริษัท โดยให้พนักงานผู้นั้น พ้นสภาพความเป็นพนักงานของบริษัทฯ ทันที

ที่มาจาก เรื่องเล่าเช้านี้
ภาพประกอบจาก กรุงเทพมหานคร, ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัปเดตทุกเรื่องฮิตติดกระแสคลิก tidhoo.co
และสามารถติดตามคอนเทนต์สนุก ๆ จากติดหูได้ทาง โซเชียลเน็ตเวิร์ค
Facebook | Twitter | Youtube

Hello, World

Everything you want to know