เครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับ ได้ออกมาเรียกร้องให้มีการแก้ไข พรบ.จราจรทางบก ให้เพิ่มโทษหนักคน เมาแล้วขับ ทำผิดซ้ำสองต้องติดคุก ไม่รอลงอาญา

โดยสาเหตุที่ต้องให้มีการปรับแก้ พ.ร.บ.จราจรฯ ใหม่ครั้งนี้ เนื่องจากเห็นว่า บทลงโทษที่มีอยู่ไม่สามารถทำให้นักดื่มเกิดความเกรงกลัวกฎหมาย และยังคงมีพฤติกรรมซ้ำ ๆ เดิม ๆ เกิดขึ้น ทั้งนี้ก็เพื่อให้เป็นไปเช่นเดียวกับประเทศพัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และฝรั่งเศส

ขับรถ

อย่างไรก็ดีนอกจากข้อเรียกร้องดังกล่าวแล้วทางเครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับ ได้ยื่นข้อเสนอต่อคณะกรรมาธิการฯ เพื่อให้การปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ.จราจรทางบก มีประสิทธิภาพ ลดอุบัติเหตุเมาแล้วขับได้มากขึ้น ดังนี้

  1. ระบุในร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ให้ลงโทษผู้ที่ทำความผิดซ้ำเมื่อเกิดอุบัติเหตุดื่มแล้วขับ ต้องจำคุกทุกกรณี โดยไม่รอลงอาญา
  2. กำหนดความผิดร่วมของผู้ที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ให้คนเมาครองสติไม่ได้แล้วไปเกิดอุบัติเหตุ ให้ร่วมรับผิดจากความเสียหายที่เกิดขึ้นด้วย มิใช่แค่ฐานความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551มาตรา 29 เท่านั้น
  3. เครือข่ายฯ เป็นห่วงว่าในช่วงสงกรานต์ที่จะมาถึงนี้  สถานการณ์การดื่มสุราจะเพิ่มมากขึ้น ส่งผลต่อการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน  จึงขอเรียกร้องผ่านไปยังรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งมีมาตรการเชิงรุก เพื่อลดอุบัติเหตุอย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับข้อมูลข้อคนกระทำผิดเมาแล้วขับ แล้วกลับมาก่อเหตุซ้ำ พบว่าเฉพาะจำนวนผู้ที่กระทำความผิดฐานดื่มแล้วขับช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 เกิดขึ้น 11,997 คดี ในจำนวนนี้ทำผิดซ้ำ 277 ราย ขณะที่ปีใหม่ 2564จำนวนคดีดื่มแล้วขับเกิดขึ้น 4,435 คดี แม้จะลดลงจากการระบาดของไวรัสโควิด-19แต่ผู้กระทำซ้ำกลับมีจำนวนใกล้เคียงกับปีที่แล้ว นั่นคือ 203 ราย

ขณะที่อัตราโทษเมาแล้วขับ ตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43 ได้ระบุห้าม มิให้ขับขี่รถในขณะเมาสุรา หรือของมึนเมาอื่น ๆ และมีการเพิ่มโทษให้หนักขึ้น กับ พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2550 โดยได้กำหนดโทษของการเมาแล้วขับ โดยสามารถแบ่งตามข้อหาได้ทั้งหมด 3 ข้อ ดังนี้

  • เมาแล้วขับ เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่ร่างกายและจิตใจ
    ผู้ใดเมาแล้วขับ และเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตราย หรือได้รับบาดเจ็บทางร่างกายและจิตใจ มีโทษจำคุก 1-5 ปี ปรับตั้งแต่ 20,000-100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และศาลสามารถสั่งพักใช้ใบขับขี่ไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือเพิกถอนใบขับขี่
  • เมาแล้วขับ เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส
    ผู้ใดที่เมาแล้วขับรถชนผู้อื่นจนได้รับอันตรายสาหัส เช่น สูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพ จะมีโทษจำคุก 2-6 ปี ปรับตั้งแต่ 40,000-120,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และศาลสามารถสั่งพักใบขับขี่ไม่น้อยกว่า 2 ปี หรือเพิกถอนใบขับขี่
  • เมาแล้วขับ เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
    แต่หากผู้ใดเมาแล้วขับรถไปชนผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย มีโทษจำคุก 3-10 ปี ปรับตั้งแต่ 60,000-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และศาลสามารถสั่งเพิกถอนใบขับขี่

    โดยผู้ขับขี่ทั่วไป ระดับแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ถือว่าผิดกฎหมาย ส่วนผู้ขับขี่ที่มีอายุไม่เกิน 20 ปีบริบูรณ์ ที่ได้รับใบอนุญาตขับขี่ชั่วคราวทั้งผู้ดื่มและขับขี่,

    ผู้ที่มีใบอนุญาตขับขี่ประเภทอื่น ๆ ที่ใช้แทนกันไม่ได้ และผู้ที่ไม่มีใบอนุญาตขับขี่หรือถูกระหว่างพักใช้ หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ ถ้าเป่าแล้วมีระดับแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ก็ถือว่าผิดกฎหมายเช่นกัน

อัปเดตทุกเรื่องฮิตติดกระแสคลิก tidhoo.co
และสามารถติดตามคอนเทนต์สนุก ๆ จากติดหูได้ทาง โซเชียลเน็ตเวิร์ค
Facebook | Twitter | Youtube

 

Hello, World

Everything you want to know