นับเป็นอีกเรื่องใหญ่ที่เข้ามามีผลกระทบต่อชีวิตของประชาชนเป็นอย่างมากในช่วงนี้ สำหรับปัญหา ฝุ่นPM2.5 ที่เกินค่ามาตรฐานในหลายพื้นที่ของกทม. และปริมณฑล เพราะมองไปทางไหนก็ดูขมุกขมัวเต็มไปด้วยฝุ่นที่ปกคลุมหนาแน่น

ถึงแม้ว่าหน่วยงานเรื่องอากาศอย่างกรมอุตุนิยมวิทยา จะออกมาบอกให้อดทนอีกสักนิด เดี๋ยวสถานการณ์นี้ก็จะคลี่คลายลง เนื่องจาก 1-2  วันนี้ ความกดอากาศสูงจากตอนบนของประเทศ หรือทางตอนใต้ของจีนจะลงมา พอความกดอากาศสูงลงมา จะทำให้เกิดลมพัดแรงขึ้น ฝุ่นที่ปกคลุมอยู่ก็กระจายตัวไปเอง

แต่ก่อนที่สถานการณ์ฝุ่นพิษจะคลี่คลายลงในอีก 2  วัน ติดหู ว่าช่วงนี้ตัวเรานี่แหละควรหันมาดูแลตัวเองก่อนดีไหม เพื่อที่ว่าจะได้ไม่เกิดอาการเจ็บป่วยขึ้นระหว่างรอสถานการณ์คลี่คลาย

ซึ่งการดูแลตัวเองให้ห่างไกล และได้รับอันตรายจากฝุ่น PM2.5 ให้น้อยที่สุดนี้ ติดหูได้นำมาจากข้อแนะนำมาจาก นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย ที่ออกมาบอกว่า ถึงแม้สถานการณ์ฝุ่นจะอยู่ในระดับที่ดีขึ้นมีผลต่อสุขภาพน้อยลง แต่ประชาชนก็ยังคงดูแลใส่ใจสุขภาพตนเองอยู่เสมอ

โดยทำได้ด้วยการสวมหน้ากากป้องกัน และติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศ ด้วยการดูค่า AQI ได้ที่เว็บไซต์ air4thai.pcd.go.th หรือแอพพลิเคชั่น “Air4thai” ของกรมควบคุมมลพิษ หรือเฟซบุ๊กเพจ “คนรักอนามัย ใส่ใจอากาศ PM 2.5” ของกระทรวงสาธารณสุข

เพื่อการดำเนินชีวิตประจำวันจะได้ปลอดภัย และที่สำคัญผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงควรสังเกตอาการตนเองและคนในครอบครัว หากพบอาการผิดปกติ เช่น ไอบ่อย หายใจลำบาก หายใจถี่ หายใจมีเสียงวีด แน่นหน้าอก ใจสั่น คลื่นไส้ เมื่อยล้าผิดปกติ หรือวิงเวียนศรีษะ ให้รีบไปพบแพทย์ทันที

นอกจากนี้ อธิบดีกรมอนามัย ยังได้แนะนำวิธีช่วยลด ฝุ่นPM2.5 ด้วยดังนี้

1. หมั่นทำความสะอาดบ้าน ปัดกวาดหยากไย่ ฝุ่นละออง หรือ ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้าน โดยเช็ดถูทำความสะอาดพื้นและตามซอกมุมต่างๆ เพื่อป้องกันการ ฟุ้งกระจายของฝุ่น รวมทั้งล้างอุปกรณ์เครื่องใช้ เช่น พัดลม เครื่องปรับอากาศ แผ่นกรองอากาศและมุ้งลวดให้สะอาดอยู่เสมอ

รวมทั้ง ห้องนอนซึ่งเป็นที่ซ่อนไรฝุ่นด้วยการซักผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน มุ้ง ผ้าห่มและพรมเช็ดเท้าอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง ที่สำคัญ ขณะทำความสะอาดควรสวมถุงมือ หน้ากากปิดจมูกและปาก ทุกครั้ง เพื่อช่วยป้องกันการสูดฝุ่นละอองเข้าสู่ร่างกายได้

2. ลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว โดยให้ใช้ รถสาธารณะ

3. เช็กสภาพรถเป็นประจำ และดับเครื่องยนต์เมื่อจอดรถทุกครั้ง

4. งดเผาขยะ ใบไม้

5. งดจุดธูป เปลี่ยนมาใช้ธูปสั้น หรือธูปไฟฟ้า

และ 6. ปลูกต้นไม้ที่มีใบหยาบและมีขน เพราะใบไม้แบบนี้มีประสิทธิภาพในการดักฝุ่นสูง เช่น ตะขบฝรั่ง เถากันภัย เล็บมือนาง พวงประดิษฐ์ เป็นต้น

ซึ่งทั้ง 6  วิธีนี้แม้จะลดฝุ่นพิษ PM2.5 ได้ 100% แต่ก็ช่วยให้ห่างไกลได้ในระดับหนึ่ง เอาเป็นว่า ถ้าสมาชิกติดหูท่านไหน มีเวลามากพอก็อย่าลืมนำคำแนะนำดี ๆ นี้ไปปฏิบัติลดฝุ่นในบ้านดู อย่างน้อยที่ ๆ ใกล้ตัวเราก็ปราศจากฝุ่นพิษแล้วละ

แต่ถ้าหากมีไอเดียดีๆ ในการแก้ปัญหานี้ อย่าลืมเข้ามาคอมเม้นท์แสดงความเห็นกันได้นะ เพราะอย่างน้อยถือว่าเป็นการแชร์ความคิดกันให้รอดพ้นในช่วงวิกฤติจากสภาพแวดล้อมเช่นนี้

แถมดีไม่ดีแนวคิดนี้อาจถูกต่อยอดนำไปใช้แก้ปัญหาให้กับประเทศได้ด้วย เนื่องจาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายวราวุธ ศิลปอาชา ได้ขอความร่วมมือประชาชน ในการร่วมกันออกนโยบายลดฝุ่นที่เกิดขึ้นอยู่นั่นเอง 

ภาพจาก @XTxxTX5

∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴
∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴

อัปเดตทุกเรื่องฮิตติดกระแสคลิก tidhoo.co
และสามารถติดตามคอนเทนต์สนุก ๆ จากติดหูได้ทาง โซเชียลเน็ตเวิร์ค
Facebook | Twitter | Youtube

∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴

∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴

 

Hello, World

Everything you want to know