ในช่วงนี้หลายคนคงเห็นภาพและข้อความที่ถูกส่งต่อผ่านทางออนไลน์ไม่มากก็น้อยแหละ ถึงข่าวคราวที่บอกว่ารัฐบาลมีการเพิ่มเงิน เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ อีก 100  บาท ทำให้คนต่างใคร่สงสัยว่าข่าวนี้เป็นความจริงหรือข่าวเท็จกันแน่ และเพื่อเป็นการทำความเข้าใจให้ตรงกัน ทาง ๒ติดหู จึงได้สืบหาข้อมูล ก่อนจะทราบมาว่า กระแสข่าวนี้เป็นเพียงข่าวปลอมเท่านั้น เพราะทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่มีการปรับเพิ่ม เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ตามที่ส่งต่อในสื่อออนไลน์แต่อย่างใด

โดยเรื่องนี้ทางกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ออกมายืนยันเองว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นเพียงข้อมูลเท็จ ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว  และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารกรมกิจการผู้สูงอายุ สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.dop.go.th หรือโทร. 02 6424336

ขณะที่เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ยังคงจ่ายเท่าเดิม ตามแนวทางปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2552 ที่มีการจ่ายให้ผู้สูงอายุเป็นแบบขั้นบันไดตามช่วงอายุ คือ

อายุ 60-69 ปี ได้รับเบี้ยยังชีพเดือนละ 600 บาท, อายุ 70-79 ปี ได้รับเบี้ยยังชีพเดือนละ 700 บาท, อายุ 80-89 ปี ได้รับเบี้ยยังชีพเดือนละ 800 บาท และอายุ 90 ปี ขึ้นไป ได้รับเบี้ยยังชีพเดือนละ 1,000 บาทเท่านั้น  ส่วนเงิน 100  บาทที่มีการส่งต่อกันนี้ คาดว่าเป็นเงินในส่วนของเงินช่วยเหลือ เพื่อการยังชีพแก่ผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย ตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ

ที่ผู้ที่มีรายได้มากกว่า 30,000 บาท แต่ไม่เกิน 100,000 บาท/ปี ได้รับเพิ่ม 50 บาท/คน/เดือน และผู้ที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาท/ปี ได้รับเพิ่ม 100 บาท/คน/เดือน

สำหรับเบี้ยเลี้ยงยังชีพผู้สูงอายุ ถ้าใครยังไม่เข้าใจมาทำความเข้าใจกันก่อนดีกว่า  เบี้ยเลี้ยงยังชีพผู้สูงอายุ  คือเงินช่วยเหลือสำหรับผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป โดยจะจ่ายให้เดือนละ 600-1,000 บาท/เดือน ซึ่งในแต่ละคนนั้นก็จะได้เงินในส่วนนี้ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับอายุของบุคคลนั้น ๆ ด้วย

ซึ่งผู้ที่มีสิทธิได้รับเบี้ยเลี้ยงยังชีพผู้สูงอายุนี้ จะต้องมีคุณสมบัติ คือ จะต้องมีสัญชาติไทย และมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตองค์กรปกครองตามทะเบียนบ้าน, จะต้องมีอายุ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป, จะต้องไม่เคยรับสิทธิ์ใด ๆ มาก่อน ไม่ว่าจะจากหน่วยงานรัฐหรือหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ เช่น

เงินบำนาญ เบี้ยหวัด หรือหากคุณอยู่ในสถานสงเคราะห์ของรัฐหรือองค์กรปกครองใด ๆ ที่ได้รับเงินเดือนหรือมีผลประโยชน์เป็นค่าตอบแทนที่ได้เป็นประจำ ก็ถือว่าไม่มีสิทธิ์รับเงิน เบี้ยเลี้ยงยังชีพผู้สูงอายุ

อ่านมาถึงตรงนี้ หากส่วนใครที่เข้าเกณฑ์แล้วยังไม่ได้ไปลงทะเบียน สามารถไปติดต่อขอขึ้นทะเบียนสำนักงานในเขตต่าง ๆ ใน กทม. ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านนั้น ๆ  ส่วนต่างจังหวัด สามารถยื่นได้ที่ องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หรือ สำนักงานเทศบาล ที่ขึ้นอยู่กับภูมิลำเนาของคุณหรือที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านนั้น ๆ เช่นกัน

ทั้งนี้จะไปยื่นได้ด้วยตนเอง หรือมอบสิทธิ์ให้ปผู้อื่นไปยื่นแทนได้ แต่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจเป็นลายลักษณ์อักษรด้วยนะ ไม่อย่างนั้นก็ไม่สามารถทำแทนได้จ้า …

∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴
∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴

อัปเดตทุกเรื่องฮิตติดกระแสคลิก tidhoo.co
และสามารถติดตามคอนเทนต์สนุก ๆ จากติดหูได้ทาง โซเชียลเน็ตเวิร์ค
Facebook | Twitter | Youtube

∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴

∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴

Hello, World

Everything you want to know