จากกรณีที่เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง หลังมีคุณตาคุณยายคู่หนึ่งในพื้นที่ จ.กำแพงเพชร ออกมาร้องสื่อช่วยประกาศตามหาลูกชาย เพื่อให้มาใช้หนี้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ. หลังจากทาง กยศ. ได้มีการยึดที่ดินไปขายทอดตลาด จนทำให้มีคนตั้งข้อคำถามตามมาว่าทาง กยศ. กระทำเกินกว่าเหตุหรือไม่นั้น

กยศ.

ในเรื่องที่เกิดขึ้นทาง กยศ. ได้ออกมาชี้แจงถึงเรื่องที่เกิดขึ้น โดยนายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา เผยว่า กองทุนเป็นหน่วยงานของรัฐที่ให้โอกาสทางการศึกษาและให้ความช่วยเหลือแก่ผู้กู้ยืมเงินที่ขาดโอกาสมาอย่างต่อเนื่อง

โดยก่อนที่จะมีการบังคับคดี กองทุนพยายามที่จะติดต่อกับผู้กู้ยืมและผู้ค้ำประกันและได้ดำเนินการตามขั้นตอนการติดตามหนี้มาโดยตลอด จนในที่สุดกองทุนมีความจำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมายโดยยึดทรัพย์ของผู้กู้ยืมก่อนที่คดีจะขาดอายุความ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายเนื่องจากเงินกู้ยืมเป็นเงินงบประมาณแผ่นดินที่มาจากภาษีของประชาชน

ซึ่งสถานะของผู้กู้ยืมรายนี้ พบว่า ผู้กู้ยืมได้ทำสัญญากู้ยืมเงินระหว่างปีการศึกษา 2540 – 2545 รวมเป็นเงินต้นทั้งสิ้น 132,010 บาท ผู้กู้ยืมค้างชำระหนี้จนถูกดำเนินคดีในปี 2553 และทำสัญญาประนีประนอมยอมความ

โดยตกลงผ่อนชำระเป็นรายเดือนๆละ 1,500 บาท ให้เสร็จสิ้นภายใน 9 ปี ภายหลังศาลมีคำพิพากษา ผู้กู้ยืมได้ชำระหนี้เพียง 2 ครั้งเท่านั้น รวมเป็นเงิน 3,000 บาท จนระยะเวลาล่วงเลยใกล้จะสิ้นสุดระยะเวลาบังคับคดีจึงมีความจำเป็นต้องยึดทรัพย์บังคับคดีดังกล่าว

ทั้งนี้ กองทุนขอแสดงความเห็นใจคุณตาและคุณยาย และพร้อมที่จะหาแนวทางให้ความช่วยเหลืออีกทางหนึ่ง รวมถึงจะดำเนินการติดตามผู้กู้ยืมให้กลับมาแสดงความรับผิดชอบต่อไป

อัปเดตทุกเรื่องฮิตติดกระแสคลิก tidhoo.co
และสามารถติดตามคอนเทนต์สนุก ๆ จากติดหูได้ทาง โซเชียลเน็ตเวิร์ค
Facebook | Twitter | Youtube

Hello, World

Everything you want to know