สถานการณ์การระบาดของไวรัส โควิด-19  ในประเทศไทยขณะนี้ยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีมาตรการควบคุมอย่างเข้มงวดก็ตาม ซึ่งในวันนี้ (6 ธ.ค. 63) ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. ได้ออกมาเปิดเผยถึงสถานการณ์การติดเชื้อ COVID-19 ประจำ วันอาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม 2563 ว่า มีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มอีก 14 รายแบ่งเป็นผู้ป่วยติดเชื้อในประเทศ 2 ราย และผู้ป่วยที่เดินทางจากต่างประเทศ 12 ราย

โควิด-19

ซึ่งผู้ติดเชื้อในประเทศ 2 รายที่พบในพื้นที่ กทม.นี้ ทาง นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. เผยว่า ผู้ติดเชื้อรายแรกเป็นญิงไทยอายุ 26 ปี อาชีพรับจ้าง มีประวัติเดินทางไปพื้นที่เสี่ยงเมื่อวันที่ 27-29 พ.ย. ตรวจหาเชื้อวันที่ 5 ธ.ค. ผลพบเชื้อ มีน้ำมูก

ส่วนรายที่สองเป็นหญิงไทยอายุ 26 ปี บุคลากรทางการแพทย์ ปฏิบัติหน้าที่ในอัลเทอร์เนทีฟ สเตท ควอรันทีน ตรวจหาเชื้อวันที่ 3 ธ.ค. ผลพบเชื้อ มีไข้ ไอ เจ็บคอ ขณะนี้ทั้งสองรายได้เข้ารักษาแล้ว

โดยรายแรกรักษาอยู่ที่ รพ.เวชศาสตร์เขตร้อน ส่วนรายที่สองเข้ารับการรักษาที่รพ.เอกชน ในพื้นที่ กทม. ขณะที่ผู้ป่วยที่เดินทางจากต่างประเทศ 12 รายนั้น 10 รายเข้าพักสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ (State Quarantine , Alternative State Quarantine)แล้ว ส่วนอีก 2  รายที่มาจากเมียนมา เข้ารับการรักษาที่ รพ.นครพิงค์ และ รพ.แม่สอด

ทั้งนี้หลังจากการตรวจพบผู้ป่วยใหม่ทั้ง 14 ราย ทำให้ในประเทศไทยมีผู้ป่วยสะสมอยู่ที่ 4,086 ราย หายป่วยแล้ว 3,853 ราย เสียชีวิตสะสม 60 ราย ยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 173 ราย

ขณะที่การระบาดของไวรัส โควิด-19  ดังกล่าวได้ส่งผลกระทบอย่างมากในเรื่องการท่องเที่ยว โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.เชียงรายที่ดูจะซบเซาเป็นพิเศษ ถึงแม้ว่าช่วงนี้จะเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวแล้วแต่กลับไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวไปเยี่ยมชมสัมผัสความหนาวเย็นอย่างปีที่ผ่านมาเท่าใดนัก

ทำให้ภาคธุรกิจ และประชาชนใน จ.เชียงราย ร้องขอไปยังผู้ที่จะลักลอบข้ามแดนให้เดินทางเข้าตามช่องที่รัฐเตรียมการไว้ เพื่อการป้องกันการระบาดอีกทางได้

สำหรับไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือที่เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า โควิด-19 ที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้ มีความรุนแรงเทียบเท่ากับโรคซาร์สมากที่สุด ทำให้ผู้ป่วยมีอาการปอดอักเสบรุนแรงจนถึงแก่ชีวิตได้

องค์การอนามัยโลก ยังไม่สามารถหาที่มาของเชื้ออย่างชัดเจนได้ แต่สันนิษฐานว่าอาจจะมาจากเนื้อสัตว์ป่าที่ซื้อขายอยู่ และปัจจุบันเชื้อไวรัสนี้สามารถแพร่กระจายจากคนสู่คนได้แล้ว จากการถูกไอ จาม หรือสัมผัสกับสารคัดหลั่งของคนที่ป่วย ดังนั้น เราควรดูแลตนเองเพื่อให้ร่างกายห่างไกลจากเชื้อไวรัสโคโรน่า โดยมีวิธีการรับมือ คือ

  • ควรใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกัน เพราะเชื้อไวรัสนี้ติดต่อผ่านทางลมหายใจ สารคัดหลั่ง เช่น น้ำมูก น้ำลาย
  • ควรรับประทานอาหารที่ปลุกสุกเท่านั้น งดอาหารดิบ และเนื้อสัตว์ป่า เพราะเชื้อไวรัสโคโรน่าติดต่อในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เนื้อสัตว์ เช่น เนื้อหมู เนื้อวัว
  • หมั่นล้างมือหรือเช็ดด้วยแอลกอฮอล์
  • ไม่อยู่ใกล้ชิดผู้ป่วยที่ไอ จาม
  • หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัด และมีมลภาวะเป็นพิษ
  • งดเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงโรคระบาด
  • ไม่นำมือมาสัมผัสตา จมูก ปาก ถ้าไม่จำเป็น
  • ไม่ใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น เช่น ผ้าเช็ดหน้า แก้วน้ำ ฯลฯ
  • ถ้ามีอาการไข้ มีอาการระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ เจ็บคอ ปวดหัว อ่อนเพลีย หายใจเหนื่อยหอบ ให้สวมหน้ากากอนามัย และรีบไปพบแพทย์ทันที

สำหรับอาการเบื้องต้น ที่สังเกตได้จากการติดเชื้อไวรัสโคโรน่า หรือ “COVID-19” มีดังนี้

  • มีไข้สูง มากกว่า  37.5 องศา
  • ไอแห้งๆ ไอแบบมีเสมหะ
  • เจ็บคอ
  • ครั่นเนื้อครั่นตัว
  • หายใจเหนื่อยหอบ หายใจลำบาก

หากมีอาการดังกล่าว รีบไปพบแพทย์ทันทีเช่นเดียวกัน ไวรัสโควิด-19 ใครว่าไม่น่ากลัวคงจะแปลกไปนิด แต่ถ้าหากมีการป้องกันตนเอง รับผิดชอบต่อสังคม ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรคตามที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแนะนำ เท่านี้ก็เป็นการช่วยป้องกันการระบาดได้อีกทางแล้ว

เอาเป็นใครแฟน ติดหู ท่านไหน ที่ชอบไปแหล่งชุมชนผู้คนหนาแน่นก็อย่าลืมสวมหน้ากากอนามัยป้องกันด้วยนะ เพราะเป็นวิธีแรกที่ทำให้เราห่างจากเชื้อไวรัสนี้มากที่สุด เราต้องดูแลตัวเองถ้าเราไม่ดูแลตัวเองแล้วใครจะดูแลให้ว่าไหม !

∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴
∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴

อัปเดตทุกเรื่องฮิตติดกระแสคลิก tidhoo.co
และสามารถติดตามคอนเทนต์สนุก ๆ จากติดหูได้ทาง โซเชียลเน็ตเวิร์ค
Facebook | Twitter | Youtube

∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴

∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴

Hello, World

Everything you want to know