จากเหตุการณ์สุดสะเทือนขวัญ เมื่อมีชายอาการคลุ้มคลั่ง ไล่แทงปาดคอชาวบ้านในเขตเทศบาลนคร อุดรธานี จนเป็นเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิตสองราย และบาดเจ็บไปเป็นจำนวนมาก สร้างความหวาดผวาให้กับชาวบ้าน ก่อนที่เวลาต่อมาคนร้ายจะถูกชาวบ้านอาสาและชาวบ้านไล่ต้อนจับกุมได้ในที่สุดนั้น

ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ  อุดรธานี ได้เปิดเผยผลของการสอบสวนแล้ว โดยเผยว่าผู้ก่อเหตุอ้างว่ามีอาการมึนเมาจากยาเสพติดและอ้างว่าเคยเข้ารับการรักษาอาการทางจิตเวช แต่เมื่อตำรวจตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบประวัติเข้ารับการรักษา และไม่พบสารเสพติดตามที่ผู้ต้องหากล่าวอ้าง ผู้ต้องหาจึงอ้างต่อว่าสาเหตุที่ไล่แทงคน คือแทงไปมั่วๆ เพราะต้องการระบายแค้น แต่ไม่ได้ระบุว่าแค้นใคร และเรื่องอะไร

ขณะเดียวกันรายงานได้ระบุว่าในตัวผู้ต้องหานั้นมีการสักอักขระลงยันต์ไว้มากมาย คาดว่าส่วนหนึ่งน่าจะมาจากอาการของขึ้น หลังจากผู้ต้องหารักษาวิชาอาคมที่สักมาไม่ได้ บวกกับวันนี้เป็นวันเสาร์ 5 ผู้มีวิชาอาคมถือว่าเป็นวันแรง ผู้ที่รับวิชาเรียนวิชาอาคมจะทำพิธีไหว้ครูและสวดบูชาวิชาอาคม ซึ่งวิชาที่อยู่ในตัวก็จะแรงขึ้น จึงทำให้ลงมือก่อเหตุสะเทือนขวัญดังกล่าวลงไป

ทั้งนี้หลังจากเสร็จสิ้นการสอบสวนผู้ต้องหา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาหนัก 3  ข้อหาได้แก่ ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, พยายามฆ่า, พกพาอาวุธมีดไปในทางสาธารณะ หมู่บ้าน โดยไม่มีเหตุอันควร  จากนั้นได้คุมตัวเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สำหรับ ข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนานั้นมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ระวางโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ 15 ปีถึง 20 ปี ขณะที่ ข้อหาพยายามฆ่า มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80 คือ

ผู้ใดลงมือกระทำความผิดแต่กระทำไปไม่ตลอด หรือกระทำไปตลอดแล้วแต่การกระทำนั้นไม่บรรลุผล ผู้นั้นพยายามกระทำความผิด ผู้ใดพยายามกระทำความผิด ผู้นั้นต้องระวางโทษสองในสามส่วนของโทษที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น

ส่วนข้อหาพกพาอาวุธมีดไปในทางสาธารณะ หมู่บ้าน โดยไม่มีเหตุอันควร มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 ผู้ใดพกอาวุธไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณโดยเปิดเผยหรือโดยไม่มีเหตุสมควร หรือพาไปในชุมนุมชนที่ได้จัดให้มีขึ้นเพื่อนมัสการ การรื่นเริงหรือการอื่นใด ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งร้อยบาทและให้ศาลมีอำนาจสั่งให้ริบอาวุธนั้น

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนับเป็นเรื่องราวสะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นในปีนี้ เพราะคนร้ายก่อเหตุโดยไม่เลือกหน้า และทำไปโดยไม่ทราบรู้สาเหตุ แม้คนร้ายจะถูกจับกุมแต่ความสูญเสียก็ไม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้

ติดหู ก็ได้แต่ภาวนาว่าขอให้เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์ให้ทุกคนใช้ชีวิตด้วยความไม่ประมาทและระมัดระวังตัว คอยเฝ้าสังเกตคนรอบข้างให้ดี เพื่อที่ว่าจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อเหมือนเช่นเหตุการณ์นี้ ขระเดียวกันก็ต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตทั้งสองรายมา ณ ที่นี่ด้วย

∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴
∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴

อัปเดตทุกเรื่องฮิตติดกระแสคลิก tidhoo.co
และสามารถติดตามคอนเทนต์สนุก ๆ จากติดหูได้ทาง โซเชียลเน็ตเวิร์ค
Facebook | Twitter | Youtube

∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴

∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴

Hello, World

Everything you want to know