แว่วมาว่าในวันนี้ (16 ธ.ค. 2563) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวช่วงหนึ่ง ถึงความนิยมของโครงการ คนละครึ่ง ทั้งเฟส 1 และเฟส 2 ที่สามารถครองใจประชาชน จนมีคนเข้าร่วมใช้สิทธิเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะการลงทะเบียนรับสิทธิคนละครึ่งเฟส 2 เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ที่เปิดให้ลงทะเบียนไปเพียงสองชั่วโมงก็เต็มสิทธิครบ 5  ล้านคน พร้อมเปิดเผยว่า นโยบายนี้มีแนวคิดมาจากตนเอง

ซึ่งเหตุที่บอกว่า คนละครึ่ง มีแนวคิดมาจากนายกฯ นั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า แต่ก่อนจะมีโครงการต่างๆ เข้ามา ให้พิจารณาส่วนใหญ่จะเป็นโครงการให้รัฐจะจ่ายเงินให้ประชาชนเพียงฝ่ายเดียว ตนจึงมองว่าจะเป็นการแบกรับภาระของรัฐบาลมากเกินไป จึงคิดหลักการมาว่าต้องจ่ายสมทบด้วย พื่อให้มีการใช้จ่ายต่อเนื่อง

จากนั้นฝ่ายคณะทำงานก็ไปคิดหาคำตอบ และคิดรายละเอียดมาจนนำมาซึ่งโครงการดังกล่าว ทั้งนี้หลักการนี้ก็เพื่อให้เกิดความคุ้มค่า และต้องการรักษางบประมาณของรัฐให้นานที่สุด

นอกจากนี้ในช่วงหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้กล่าวถึงความเป็นไปได้ของโครงการคนละครึ่ง เฟส 3  และเฟส  4 ว่า หากสถานการณ์โควิด-19 ยังไม่ดีขึ้น และสถานะทางการเงินการคลังของรัฐบาลยังจัดสรรได้อยู่ โอกาสที่โครงการนี้จะขยายเวลาเพิ่มก็มีความเป็นไปได้ เพราะท้ายที่สุดแล้วทุกอย่างอยู่ที่รายได้ที่จะเข้ามา

ส่วนคนที่พลาดโอกาสหรือลงทะเบียนไม่ทันในรอบนี้ก็อย่าเพิ่งเสียใจไป เพราะจะต้องตรวจสอบคนที่ผ่านการสมัครอีกครั้งาเข้าคุณสมบัติหรือไม่ ถ้าไม่เข้าคุณสมบัติก็ต้องเอาออก และเปิดให้เข้าโครงการกันใหม่ หาคนเข้ามาเพิ่มเติมจนครบจำนวน ดังนั้นไม่ต้องเสียใจ เพราะนี่คือนโยบายของรัฐบาลมา เราต้องรวมใจไทยสร้างชาติ

สำหรับโครงการ คนละครึ่ง เป็น มาตรการช่วยเหลือประชาชนจากภาครัฐ เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศ บรรเทาภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชน และช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้ร้านค้ารายย่อย เป็นการสนับสนุนเศรษฐกิจฐานรากและฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศในองค์รวม

โดยรูปแบบการดำเนินการรัฐบาลจะช่วยจ่ายเงินให้กับผู้ได้รับสิทธิ 50% หากซื้อสินค้าในร้านค้าที่ร่วมรายการ ซึ่ง 1 สิทธิจะใช้ได้ไม่เกิน 150 บาท/วัน ตามระยะเวลาที่กำหนด แต่หากใช้ไม่หมดในแต่ละวันระบบจะคืนสิทธิที่ไม่ได้ใช้เข้ายอดรวมของผู้ได้รับสิทธิ และจะคำนวณสิทธิใหม่ในเวลา 6.00 น. ของทุกวัน และในเฟส 2  นี้จะเริ่มใช้จ่ายในโครงการได้ในวันที่ 1 ม.ค.64 – 31 มี.ค. 64

ขณะที่ผู้เข้าร่วมโครงการจะแบ่งเป็นสองส่วน ได้แก่ ประชาชนทั่วไป และผู้ประกอบการร้านค้า ซึ่งประชาชน จะต้องมีคุณสมบัติ คือ มีบัตรประจำตัวประชาชนและเป็นบุคคลสัญชาติไทย, อายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน, ไม่เป็นผู้ได้รับสิทธิโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

ส่วนผู้ประกอบการร้านค้า จะต้องเป็นกิจการประเภท ร้านอาหาร/เครื่องดื่ม/สินค้าทั่วไป ซึ่งเป็นผู้ประกอบการรายย่อย ไม่ได้จดทะเบียนในรูปแบบนิติบุคคล และไม่เป็นร้านสะดวกซื้อที่เป็นธุรกิจแฟรนไชส์

∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴
∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴

อัปเดตทุกเรื่องฮิตติดกระแสคลิก tidhoo.co
และสามารถติดตามคอนเทนต์สนุก ๆ จากติดหูได้ทาง โซเชียลเน็ตเวิร์ค
Facebook | Twitter | Youtube

∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴

∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴

Hello, World

Everything you want to know