รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (25 เม.ย.64) กรุงเทพมหานครได้มีประกาศให้ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ต้องสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้ง หากออกนอกบ้านทุกกรณีเพื่อเป็นการป้องกันการระบาดของไวรัสโควิด-19  ที่ทวีความรุนแรงอย่างหนักอยู่ในขณะนี้

หน้ากากอนามัย

ซึ่งหากฝ่าฝืนจะถูกจับปรับเป็นเงินจำนวน 20,000 บาท หลังจากก่อนหน้านี้มีหลายจังหวัดได้ออกมาตรการดังกล่าวมาบังคับใช้เพื่อควบคุมการระบาดแล้ว ซึ่งมาตรการดังกล่าวให้มีผลตั้งแต่วันที่ 26 เม.ย. เป็นต้นไปจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

โดยในประกาศดังกล่าวของ กทม. ได้มีข้อความระบุว่า ตามที่ประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่องสั่งปืดสถานที่ชั่วคราว (ฉบับที่ 25 ) ลงวันที่ 25 เม.ย. 2564 นั้น เนื่องจากมีจำนวนผู้ติดเชื้อสะสม และผู้ติดเชื้อรายใหม่ได้เพิ่มจำนวนขึ้นต่อเนื่อง สมควรกำหนดมาตรการควบคุม ที่จำเป็นอย่างเร่งด่วน สำหรับสถานที่กิจการหรือกิจกรรม เพื่อให้สามารถเปิดดำเนินการได้ ภายใต้เงื่อนไข เงื่อนเวลา การจัดระบบระเบียบ รวมทั้งมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนด

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 28 (1) (7) และมาตรา 34 (6) แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ประกอบกับข้อ 7 (1) และข้อ 11 แห่งข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 1) ลงวันที่ 25 มีนาคม 2563 ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้

1.ให้ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครสวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้า อย่างถูกต้องหรือถูกวิธีทุกครั้งตลอดเวลาที่ออกนอกเคหสถาน หรือสถานที่พำนัก

2. ผู้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามข้อ 1 เป็นความผิดตามมาตรา51 แห่ง พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท

เนื่องจากเป็นกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วน หากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะก่อให้เกิดผลเสียหายอย่างร้ายแรงแก่สาธารณชน หรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ จึงไม่อาจให้คู่กรณีใช้สิทธิโต้แย้งตามมาตรา 30 วรรคสอง (1) แห่ง พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 26 เมษายน 2564 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น

ข้อมูลข่าวจาก กทม. , กรุงเทพธุรกิจ 

 

อัปเดตทุกเรื่องฮิตติดกระแสคลิก tidhoo.co
และสามารถติดตามคอนเทนต์สนุก ๆ จากติดหูได้ทาง โซเชียลเน็ตเวิร์ค
Facebook | Twitter | Youtube

Hello, World

Everything you want to know