รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (21 เม.ย.64) ศาลแขวงสุราษฎร์ธานี ได้ออกประกาศให้ประชาชนทุกคนปฏิบัติตามมาตรการ ควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โควิด-19 ด้วยการให้สวมใส่ หน้ากากอนามัย ทุกครั้งที่ออกจากบ้าน เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ประชาชนละเลยหน้าที่จนมีความผิด หลังจากในวันเดียวกัน ศาลแขวงสุราษฎร์ธานี พิพากษาปรับผู้ฝ่าฝืน ไม่สวมหน้ากากอนามัย เป็นเงิน 2 พันบาท

สวมหน้ากากอนามัย

โดยรายงานระบุว่า วันนี้พนักงานอัยการคดีศาลแขวงสุราษฎร์ธานี ได้ยื่นฟ้องผู้ฝ่าฝืนไม่สวมหน้ากากอนามัย เป็นผู้ชาย 1 ราย อายุ 37 ปี อาศัยในพื้นที่ อ.เมือง หลังจากพบว่าเขาไปทำตามคำสั่งจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ 2323/2564 เรื่อง ให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี สวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้าทุกครั้งตลอดเวลาที่ออกนอกเคหสถานหรือสถานที่พำนักของตน

โดยความผิดนี้ผิดตามมาตรา 51 แห่งพระราช บัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 โดยศาลมีคำพิพากษาปรับ 4,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงปรับ 2,000 บาท อย่างไรก็ดีศาลแขวงสุราษฎร์ธานี ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ที่ถูกศาลปรับรายดังกล่าวแต่อย่างใด

สำหรับมาตรการควบคุมการระบาดของไวรัสโควิด-19 ตามที่คณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อ จ.สุราษฎร์ธานี มีข้อกำหนดให้ประชาชนทุกคนสวมใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ออกจากบ้าน หากฝ่าฝืนจะมีโทษปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท

อัปเดตทุกเรื่องฮิตติดกระแสคลิก tidhoo.co
และสามารถติดตามคอนเทนต์สนุก ๆ จากติดหูได้ทาง โซเชียลเน็ตเวิร์ค
Facebook | Twitter | Youtube

Hello, World

Everything you want to know