ออกตัวว่าเกิดไม่ทันยุคหนัง วัยอลวน ภาคแรกที่ออกฉายในปี 2519 ถ้าใครดูภาคแรกตอนอายุ 10ขวบ ในปีนี้คุณก็จะอายุ 55 ปี!! นู่นนน มาทันดูตอนภาค4 วัยอลวน4 ตั้ม-โอ๋รีเทิร์น ปี 2548 หนังในยุค GTH ไฟว์สตาร์ ที่ทำเอาเพลงชูวับชูวับ ฮิตกันทั่วบ้านทั่วเมือง ตัวหนังเองก็พิสูจน์ความสนุกและเนื้อหาได้ในตัว แล้วก็กว่าจะมีภาค5ได้ ก็ผ่านไปอีก 16 ปี ในชื่อว่า วัยอลวนฮ่า! จะ555 ขนาดไหน ไปดูมาแล้ว จะมาเล่าให้ฟัง

วัยอลวน4 ตั้ม-โอ๋รีเทิร์น

เมื่อภาค4นั้น ตั้ม-โอ๋ (แสดงโดย เอ๋-ไพโรจน์ และ จิ๋ม-ลลนา สุลาวัลย์) ก็วัยเฉียด 50ไปแล้ว เรื่องราวเกี่ยวกับการเดินทางไปเยี่ยมลูกสาวที่ไปเรียนเชียงใหม่ แล้วพบว่าเช่าห้องอยู่กับผู้ชาย! พ่อแม่คนรุ่นเก่าก็กลุ้มใจแย่ ส่วนลูกชายก็ออกแนวรักสวยรักงาม อยู่ในวัยหัวเลี้ยวหัวต่อของลูก ปรับความเข้าใจถึงโลกในยุคนั้นๆ พอมาภาค5 ตั้มโอ๋ก็มาถึงวัย 60 กว่าๆ ลูกไม่รู้หายไปไหน แต่มีหลานในวัยโตแล้วเข้ามาแทน ลูกชายของป้าอ้อ (จิระวดี อิศรางกูร ณ อยุธยา)

จากภาคแรกเรื่องราวผ่านมาถึง 45ปี แต่ชีวิตคู่ก็มีเรื่องให้วุ่นได้อยู่เสมอ ตั้มซึ่งมีอาชีพทนาย มีเรื่องต้องไปหาพยานมาให้ปากคำคดีฟ้องร้องที่กำลังทำอยู่ แม้พยานจะทำเสียเรื่องเสียราวจนแพ้คดีไป ไม่มีเงินมาออกรถใหม่แทนคันเก่าให้ภรรยาได้นั่ง แต่โอ๋ก็บอกว่าไม่เป็นไร รถเก่ายังดีอยู่นะ โอ๋เองอยู่บ้านก็มีปัญหากับเพื่อนบ้าน แรงงานที่มาเช่าอพาร์ทเมนต์ใกล้บ้าน ร้องเพลงเล่นดนตรีเสียงดังลั่น ให้ตั้มมาช่วยจัดการก็ยังไม่ว่างเสียที โอ๋เองอยู่ในวัยที่หงุดหงิดง่ายอยู่แล้วด้วย วัยทอง นี่จึงเป็นปัญหาที่สำคัญไม่น้อย

วัยอลวนฮ่า

หนังมาให้ความสำคัญในเรื่องความรักของฝั่งหลาน โต๋ (รับบทโดย แน็ก-ชาลี ปอทเจส) ที่ตกกระไดพลอยโจน ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นพวกโรคจิตที่มาคุกคามครูสอนเต้นสาว อั้ม (รับบทโดย พิม-พิมประภา ตั้งประภาพร) ที่มีปัญหากับพ่อ ภาคิน (รับบทโดย ชรัส เฟื่องอารมย์) ที่หวงลูกสาวมาก จนต้องส่งคนมาคอยสืบข่าวเป็นระยะว่าทำอะไรอยู่ มาจนอั้มรำคาญ จึงประชดพ่อโดยการทำเป็นคบกับโต๋นั่นแหละ พากันหนีไปต่างจังหวัด ส่วนโต๋เอง ก็มีแรงบันดาลใจจากความรักของน้าตั้มน้าโอ๋ ที่เคยเอาชนะใจพ่อที่หวงลูกสาวมาแล้ว น้าทำได้ หลานก็ต้องทำได้ แถมยังพยายามทำให้สองพ่อลูกที่ผิดใจเข้าใจกัน ไม่ต้องสังเกตก็คงทราบว่า ความรักของคู่หลานคือ โต๋-อั้ม ผวนพ้องกับชื่อเล่นของคู่เอกของหนังอย่าง ตั้ม-โอ๋

วัยอลวนฮ่า

ยังมีอีกหนึ่งเรื่องราวที่เล่าขนานกันไป ป้าอ้อ หรือ ดีเจออดี้ (รับบทโดย อ้อย-จิระวดี) ที่กำลังตกหลุมรักแม่ม่ายลูกติด ต้องใจ (จิ๊บ-ปกฉัตร) ที่บังเอิญโชคดี ถูกหวยรางวัลใหญ่ 30 ล้าน แต่กลับโดนเหล่าแม่ค้า รวมหัวกันแจ้งความอายัด บอกว่าสลากใบนั้นมีเจ้าของทำตกไว้ แล้วต้องใจก็ไปเก็บมันมา (พล็อตคุ้นๆแบบที่ได้ยินเป็นข่าวใหญ่ยืดเยื้อในบ้านเราในช่วงปีสองปีที่ผ่านมา) เป็นเรื่องเป็นราวแบบนี้ ป้าอ้อ จึงไปอ้อนวอนขอให้ทนายอย่างตั้ม มาช่วย แม้ว่าโอ๋จะมีกฎว่า ห้ามทำคดีให้กับสาวๆก็เถอะ จะผ่านไปกี่ปี แรงหวงแรงหึงของโอ๋ ก็ไม่ได้ลดลงเลย

เหตุการณ์ทั้งหมดก็ขนานกันไป ให้ความรู้เรื่องราวกฎหมายเล็กๆน้อยๆ แม้ทุกๆปัญหาจะถูกแก้ได้ง่ายๆ แต่ก็ทำให้คนดูรู้สึกแฮบปี้ไปด้วย ไม่มีอะไรติดค้าง อยากเห็นจบแบบมีความสุขกัน ตัวละครอย่างตั้ม-โอ๋ อยู่ข้ามเวลามาตั้งแต่ปี 2519 จนถึง 2564 ได้เห็นบ้านเมือง สังคมเปลี่ยนแปลงไปหลายอย่าง หนังยังได้นักแสดงรับเชิญมาอีกมากมาย โผล่มาคนละเล็กละน้อย ผู้กำกับภาคแรกอย่าง เปี๊ยก โปสเตอร์ ก็มาด้วย หลายๆฉากของหนัง อ้างอิงถึงเหตุการณ์ในหนังภาคเก่า ซึ่งก็มีภาพย้อนให้ได้เห็นกัน ไม่ต้องนึกนาน เวลาเปลี่ยนไป แต่บางเหตุการณ์ก็ยังซ้ำรอย แต่ก็ต่างบริบทกัน ใครที่ยังประทับใจกับเรื่องราวความรักของตั้มและโอ๋ ก็อย่าได้พลาด ความรักความสัมพันธ์ การเข้าอกเข้าใจกันในวัย 60 กว่าๆ

วัยอลวนฮ่า

วิบากกรรมของหนัง วัยอลวนฮ่า! ที่เข้าฉายในโรงหนังช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี64 ซึ่งสถานการณ์โควิดกำลังอยู่ในระลอกที่สาม หนังไทยบางเรื่องเลื่อนฉายหลบไป แต่ วัยอลวนฮ่า! ก็ยังเดินหน้าเข้าฉาย แต่ฉายไปได้เพียง 3 วัน หนังก็ถูกถอดออกจากโปรแกรม ได้ความว่า ขอพักการฉายไปก่อน แล้วจะกลับมาฉายใหม่ในโอกาสหน้า ถ้าเข้ามาฉายอีกครั้ง ก็แนะนำให้ได้ไปชมกันนะครับ

อัปเดตทุกเรื่องฮิตติดกระแสคลิก tidhoo.co
และสามารถติดตามคอนเทนต์สนุก ๆ จากติดหูได้ทาง โซเชียลเน็ตเวิร์ค
Facebook | Twitter | Youtube

Hello, World

Everything you want to know