ถ้าคุณแอบทราบมาว่า หัวหน้าของคุณที่ดูสุขุม สุภาพ เนี๊ยบ ดุเป็นบางครั้ง มีเบื้องหลังเป็นฆาตกรต่อเนื่องแสนโรคจิต คุณจะทำอย่างไร?? ลาออกหนีห่างออกไป หรือพยายามสืบค้นหาว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ บอสฉัน..ขยันเชือด My Boss is a Serial Killer หนังไทยแนวสืบสวน ระทึกขวัญ ปนตลก ที่เข้าฉายในยุคโควิด ทีแรกจะฉายปลายมกรา 64 ย้ายไปมาแล้วก็ได้ฉายเมื่อต้นเมษานี้เอง แต่ก็ได้ผลกระทบจากโควิดอยู่ดี หนีไม่พ้น โปรโมทแล้วโปรโมทเล่า

สองสาว เมษา (รับบทโดย มุก-มุกดา) และ โบกี้ (รับบทโดย ไอซ์-ปรีชญา) อดีตเพื่อนรักที่เคยทำคลิปแนวสืบสวนลงยูทูปด้วยกันสมัยยังเป็นนักเรียน แต่มีเหตุอะไรไม่ทราบได้ที่พอเข้าสู่วัยทำงาน ทั้งสองมีระยะความสัมพันธ์ที่ดูห่างเหินกันไป ทั้งสองได้ทำงานอยู่ในบริษัทเดียวกัน บริษัทนกกระทาคู่ ที่ทำเสื้อยืดขาย (เอ๊ะ คุ้นๆนะ) เมื่อหัวหน้ามีไอเดียอยากให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มวัยรุ่นมากขึ้น จึงให้ พี่ปั่น หัวหน้าแผนก PR (รับบทโดย เผือก-พงศธร) ไปรวมทีมเด็กๆ ยังเจ็น ในบริษัท ให้มารวมหัวกันผลิตชิ้นงานโฆษณาชิ้นใหม่ จริงๆงานแบบนี้ ควรจะจ้างมืออาชีพข้างนอกเป็นเรื่องเป็นราว แต่เพราะยังมีความคิดแบบเก่า จึงให้เอาคนในมาทำเอง เมษา และโบกี้ จึงได้มาทำหน้าที่ร่วมมือกัน และมีอีกสองคนเด็กใหม่ในบริษัท หลิน (รับบทโดย ผักกาด-พอวิไล) และ โจ๊ก (รับบทโดย นอท-สัณหณัฐ) มาร่วมทีมกัน

บอสฉัน ขยันเชือด

ระหว่างทำงาน หลินทำแฟลชไดร์ฟสลับกับโจ๊ก พบว่าโจ๊กทำคลิปเกี่ยวกับฆาตกรโรคจิต ที่ฆ่าสาวออฟฟิศ และข้อมูลบ่งชี้ว่า คนๆนั้นคือบอสของบริษัท คุณต้น (รับบทโดย ก้อง-สหรัถ) ทำเอามุกดาที่ทีเรื่องงานเนี่ยเฉื่อย หมดแพสชั่น แต่พอเป็นเรื่องนี้รู้สึกกระตือรือร้นขึ้นมา ต่อมเผือก ต่อมนักสืบแตก พยายามหาเบาะแส ในขณะที่โบกี้เอง รู้สึกว่ามันไร้สาระ ทำไมไปเชื่ออะไรง่ายๆ อคติทำให้มองข้ามข้อเท็จจริง แต่ก็พยายามตามๆเพื่อนไป เพราะเป็นห่วง หนังค่อยๆเฉลยทีละนิดถึงความสัมพันธ์ที่ผ่านมาระหว่าง เมษา และ โบกี้ ว่าเกิดเหตุการณ์บางอย่าง ที่ทำให้สองคนความเห็นไม่ตรงกัน และตัดสินใจเลิกทำยูทูปไป

การสืบค้นหา พาให้มาพบกับ ดร.อัง (รับบทโดย โอ๊ต-ปราโมทย์ ในบทที่ เอ่อ… จริงจังบ้าง) ผู้ติดตามและสร้างทฤษฎีเกี่ยวกับฆาตกรโรคจิตรายนี้มาตลอด ส่วนคุณต้นเอง บทก็ทำให้เขาดูมีลับลมคมใน และทำให้คนดูเคลือบแคลงสงสัยว่า เขาอาจจะเป็นผู้ร้ายตัวจริงก็ได้ ก่อนที่เรื่องทั้งหมด จะพลิกไป พลิกมา และขมวดไปถึงคำเฉลยชวนช็อค ที่น่าจะเดาไม่ถูกกัน อาจไม่ร้องเฮ้ย แต่เพียงร้องว่า อ้าวเหรอ มันเป็นแบบนี้เหรอ นิ่งๆมาทั้งเรื่อง เพื่อมาระเบิดเอาตอนท้าย แอ็คชั่นกันได้สะใจใช้ได้ สมกับคำว่าหนังเชือดสักที อยู่ออฟฟิศจะอินเป็นพิเศษ เพราะอาวุธและสมรภูมิใกล้ตัวเสียเหลือเกิน

บอสฉัน ขยันเชือด

หนังเล่าถึงสังคมในที่ทำงาน และการปะทะกันของคนสองรุ่น รุ่นใหญ่ที่อยู่มานาน มีประสบการณ์ มองเห็นการเปลี่ยนแปลง ค่อยๆขยับเพื่อจะได้ไม่เจ็บหนักจากประสบการณ์ที่ได้เจอ ส่วนคนรุ่นใหม่ที่ยังไม่รู้จักโลกมากนักอย่างเมษา ที่โตมาแบบมีอะไรติดค้าง รู้สึกว่ายังมีความเป็นเด็กที่สงสัยในโลก ไม่เข้าใจ หรือเข้าใจในมุมมองของตัวเองเท่านั้น หรือโบกี้เอง ที่โตมาแบบเข้าใจโลกมากขึ้น รู้ว่าโลกจริงๆมันก็เป็นแบบนี้ กลายเป็นคนปกติแบบที่ใครๆเขาก็เป็นกัน คนรุ่นใหม่ก็คิดในมุมของคนรุ่นใหม่ คนรุ่นเก่าก็คิดในมุมของคนรุ่นเก่า มนุษย์เรามีความสามารถที่จะสื่อสารกัน แต่ก็กลับไม่พยายามทำความเข้าใจกัน และประนีประนอม ต่างก็เอาความคิดตนเป็นหลัก ปัญหาพื้นฐานของมนุษย์เลย

บอสฉัน ขยันเชือด

รวมไปถึงประเด็นความไม่เท่าเทียมกันในสังคม เส้นสาย สภาวะเศรษฐกิจสังคมที่กระทบกับคนทำงาน กระทบถึงครอบครัวของคนทำงาน จนเกิดปมความแค้น หลายคนไม่เข้าใจถึงความสำคัญของการมีงานทำ ในขณะที่หลายๆคนตกงาน ยอมทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้เข้ามาทำงาน แต่คนที่ได้เข้ามาทำงาน กลับทำงานแบบทำไปวันๆ ไม่จริงจัง เหลา่ะแหละ อีกเรื่องที่สำคัญคือชุดข้อมูลที่ทำให้ใครบางคนเชื่อ มนุษย์เราเลือกที่จะเชื่อในข้อมูลที่ตรงกับอคติในใจของตัวเอง ปักธงไว้ในใจแล้ว แม้มีข้อมูลอะไรมาขัดแย้งกับสิ่งที่ตนมีก็ไม่ยอมเปิดรับ แล้วบอกว่าเป็นคนรุ่นใหม่เนี่ยนะ แต่พร้อมจะเชื่ออะไรง่ายๆ ทันที จริงๆตรงนี้ทำให้เราตะหงิดมากว่า คาแรคเตอร์คนรุ่นใหม่ ไม่น่าเป็นแบบนี้ได้

หนังพอมีมุขตลกอยู่บ้าง แต่บางมุขก็กริบเสียจนเพิ่งมานึกได้ทีหลังว่า เออ เมื่อกี้เราต้องขำนี่นา อย่างเช่นมุขตอนจบท้ายสุด ต้องเป็นคนรู้จักหนังพอสมควรถึงจะเข้าใจมุข แต่ยังไง ก็เอาใจช่วยหนังไทยเสมอ

อัปเดตทุกเรื่องฮิตติดกระแสคลิก tidhoo.co
และสามารถติดตามคอนเทนต์สนุก ๆ จากติดหูได้ทาง โซเชียลเน็ตเวิร์ค
Facebook | Twitter | Youtube

Hello, World

Everything you want to know