เคยตั้งคำถามไหมว่า เหตุใด ธรรมชาติถึงเยียวยามนุษย์ได้ จะเพลีย จะเครียด จะหม่นหมอง การได้ออกไปสูดอากาศ มองเห็นลมเห็นฟ้า สีเขียวของป่า สีฟ้าครามของทะเล เสียงลมเสียงคลื่น เสียงน้ำไหล ม่านหมอก ไอเย็น สังเกตความเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิต หลายๆที่ว่ามาเหมือนเป็นยาดีของคนเมืองทั้งหลาย ทำงานเป็นบ้าเป็นหลัง เพื่อให้ได้ไปชาร์จพลังแล้วกลับมาลุยงานใหม่ ความลับของธรรมชาติ

ปี 2021 เป็นออสการ์ที่เงียบเหงากว่าทุกๆครั้ง ด้วยสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ทุกทีผมจะติดตามรายงานสด รางวัลต่อรางวัลว่าใครได้อะไร โรงหนังก็จะคึกคักเอาหนังที่เข้าชิงต่างๆมาฉายให้ดูซ้ำอีก แต่พอมาปีนี้ ช่างมันเถอะ หนังหลายๆเรื่องไม่คุ้นหู ไม่มีโอกาสได้ดู เรื่องที่ได้ดูก็ไม่ได้เข้าชิง เข้าชิงก็น้อยรางวัล งั้นก็ค่อยว่ากันตอนสรุปผล แล้วมาสะดุดตากับรางวัล ภาพยนตร์สารคดียอดเยี่ยม My Octopus Teacher ชื่อคุ้นตาจัง นึกออกแล้ว โผล่มาในเมนูหนังเน็ตฟลิกซ์บ่อยๆ หน้าปกเป็นปลาหมึก แต่ก็ปล่อยผ่านไป อย่างน้อย รางวัลของมันก็ทำให้หนังสารคดีเรื่องนี้ ถูกทำให้อยากพิสูจน์ ว่ามีดีอย่างไร

My Octopus Teacher

My Octopus Teacher บทเรียนจากปลาหมึก ถ่ายทอดเรื่องราวของ เครก ฟอสเตอร์ ชายวัยกลางคน ที่กร้านโลก ล้ากับการทำงานถ่ายหนังและสารคดี หมดไฟในการจับกล้อง ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่ใครหลายคนอาจต้องเผชิญหน้าในสักวัน จนวันหนึ่งทนไม่ไหวแล้วกับภาวะแบบนี้ เขาพาเอาตัวไปอยู่ในทะเล ดื่มด่ำกับธรรมชาติ โดยไม่รู้ว่า จะเจอสิ่งที่ทำให้ชีวิตของเขาเปลี่ยนไปตลอดกาล และเยียวยาเขาได้

โลกใต้ทะเลนั้น ลึกลับ งดงาม ประหลาดตาเกินกว่าจินตนาการของมนุษย์ใดใด ใครที่เคยสัมผัส ถ้าหากไม่หลงใหล ก็ตื่นกลัว กลัวในโลกใบที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน ฟอสเตอร์ ดำน้ำแบบฟรีไดฟ์ ไม่มีถังอ๊อกซิเจน มีเพียงหน้ากากและกางเกง ดำในป่าสาหร่ายใต้น้ำ ที่มีสัตว์น้ำนาๆชนิด ใกล้หมดลมก็โผล่ขึ้นมาหายใจบนผิวน้ำ จนวันหนึ่งเขาสังเกตุเห็นสิ่งประหลาด ที่มีหอยเศษหินเกาะกลุ่มอยู่ ไม่รู้ว่าคืออะไร รู้ตัวอีกที สิ่งที่ซ่อนอยู่ภายในก็พุ่งออกมาแล้วหายไป เข้าไปในโพรง มันคือหมึกสาย นั่นเองฟอสเตอร์ เริ่มสนใจ และคิดได้ว่า ถ้าเขาจะมาตามติดเฝ้าดูสัตว์ทะเลตัวนี้ทุกวันจะเป็นอย่างไร เขาเรียกหมึกสายนี้ว่า เธอ

My Octopus Teacher

วันต่อมา เขาจึงนำกล้องมาตั้งไว้ เพื่อบันทึกภาพเธอ ที่หน้าโพรง และใช้เวลาสักระยะ เพื่อสร้างความเชื่อใจกัน จนวันหนึ่ง เธอก็ยื่นแขน (หนวด?) มาสัมผัส เพื่อแสดงถึงความเชื่อใจ ส่วนเขาเอง ก็เฝ้าตามติดชีวิตประจำวันของเธอ ได้เห็นความฉลาด เห็นเธอเป็นทั้งผู้ล่า และเป็นผู้ถูกล่า แต่ใดๆก็ตาม เขาก็พยายามไม่ยื่นมือไปขัดขวางวงจรชีวิตของโลกใต้น้ำ อย่างเช่นตอนที่มีปลาฉลามมาไล่ล่าเธอ เขาสามารถไปช่วยได้ แต่ไม่ช่วย บางทีสิ่งที่ดีที่สุดคือการเป็นผู้เฝ้ามอง และไม่เข้าไปแทรกแซงใดๆ ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ สงสัยไหม ทำไมเราถึงอยากเข้าไปยุ่ง เพราะเราคิดแบบมนุษย์ไง มนุษย์คิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่ สามารถควบคุมจัดการสิ่งใดใดได้ เป็นผู้ปกป้อง ผู้ดูแล เจ้าโลก โดยไม่ได้มองในมุมกลับว่า เขาต้องการอยากให้ช่วยเหรอ บางอย่างควรปล่อยให้เป็นไปตามวัฏจักรชีวิต แต่ละสังคมไม่เหมือนกัน

ทุกวันผ่านไป ทุกการจับจ้องมอง ล้วนมีเรื่องราวที่ทำให้ผู้เฝ้ามองเกิดความคิด เรียนรู้ได้เองเมื่อเห็นตัวอย่าง เมื่อเจอกันทุกวัน ก็เกิดความสัมพันธ์ที่มากขึ้น รู้จักเขา รู้จักเรา สำรวจจิตใจของตัวเอง โลกของเธอในตอนกลางวัน แตกต่างกันกับตอนกลางคืน เราเองมีหลายด้านหลายมุม เธอเองก็เช่นกัน ทุกวันที่ผ่านไปคือการพัฒนา การเยียวยา ค่อยๆรักษาจิตใจ สารคดีทำได้ดีในแง่การน่าติดตาม เพราะเหตุการณ์ทุกวันไม่ได้ราบเรียบ

My Octopus Teacher

ถ้ามองแบบมุมมองภายนอก การเล่าสารคดี ล้วนมาจากมุมมองของผู้เล่า ยิ่งฝั่งตรงข้ามเป็นสิ่งมีชีวิตที่แตกต่างไปจากเรา พฤติกรรมการแสดงออกใดๆ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเหมือนเราไปเสียทั้งหมด ความสัมพันธ์ใดๆเหล่านี้ ล้วนเป็นความคิดไปเองแต่เพียงฝ่ายเดียว

ความน่าตื่นตาของสารคดีนี้คือ การถ่ายภาพโลกใต้น้ำ บันทึกภาพจับเหตุการณ์มาเล่าได้เป็นเรื่องเป็นราว ตามติดชิด โดยที่สัตว์ใดๆไม่กลัวกล้อง ส่วนตากล้องเองก็ไม่ได้กลัวว่าจะเจออันตรายใดๆ จากสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลเลย สวย งดงาม ไม่มีซีจี  นี่ไม่ใช่หนังสารคดีที่น่าเบื่ออย่างแน่นอน เพราะเต็มไปด้วยห้วงอารมณ์ อยากให้ลองมาดำดิ่งสำรวจสิ่งที่อยู่ลึกลงไป ใช่ครับ มันคือจิตใจของคุณ

 

อัปเดตทุกเรื่องฮิตติดกระแสคลิก tidhoo.co
และสามารถติดตามคอนเทนต์สนุก ๆ จากติดหูได้ทาง โซเชียลเน็ตเวิร์ค
Facebook | Twitter | Youtube

Hello, World

Everything you want to know