“ประวัติศาสตร์คือคำลวง ผู้ชนะคือผู้เขียนประวัติศาสตร์มันถูกแปลงโดยผู้ที่ไม่ได้เจอมากับตัว กษัตริย์หาใช่นาย “

แค่บทเปิดของ La Révolution ปฏิวัตเลือด เรื่องก็จุกอกแล้ว ขอเกริ่นก่อนว่าก่อนที่ซีรีส์เรื่องนี้จะฉายลง Netflix ก็พอจะเห็นทั้งรีวิว ทีเซอร์ โปสเตอร์ผ่านตามาบ้าง ค่อนข้างสนใจมาก เพราะเป็นซีรีส์แนวประวัติศาสตร์ที่นำเหตุการณ์ช่วงปฏิวัติฝรั่งเศสมาเล่า มีทั้งการจิกกัดระบบชนชั้น การเหยียดเพศ ความอยุติธรรมและเรื่องเลือดสีน้ำเงินที่แบบว้าวทำไมต้องสีนี้ น่าจะเป็นสัญญะอะไรบางอย่าง แต่พ้อยท์หลักที่ทำให้สนใจเรื่องนี้เป็นพิเศษก็คือ เนื้อเรื่องมันเข้ากับสถานการณ์บ้านเมืองของเราในตอนนี้มาก

La Révolution นำเหตุการณ์ช่วงปฏิวัติฝรั่งเศสของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 มาเป็นโครงเรื่อง ตอนแรกก็นึกว่าจะมาแนวประวัติศาสตร์จ๋าเลย แต่เปล่ามีผสมผสานความแฟนตาซีเข้าไป เนื้อเรื่องหลักจะเล่าถึงเหตุการณ์ช่วงก่อนปฎิวัติ และสาเหตุที่ทำให้สถานการณ์มันประทุขึ้นมา หลายคนบ่นว่าเอื่อยบ้าง เนิบบ้าง จะหลับบ้าง แต่ส่วนตัวแล้วตื่นเต้นมากอาจจะเพราะยังเดาทางหนังไม่ออกว่าจะนำเสนอไปในทิศทางไหน จะเล่าในเชิงสารคดีเลยไหมหรือจะทริลเลอร์มีผีโผล่พุ่งออกมา

ซึ่งสุดท้ายก็เป็นซีรีส์เหนือธรรมชาติแนวซอมบี้ที่ใช้เรื่องราวประวัติศาสตร์เป็นพื้นหลัง ซีรีส์มีความจิกกัดเรื่องระบบชนชั้นหนักมากระหว่างขุนนางกับประชาชน ในยุคนั้นผู้คนกำลังอดอยากปากแห้งแต่กลับมีคนจำนวน 1 เปอร์เซ็นที่เสวยสุข นั่นคือเหล่าขุนนาง พวกเขาก็ไม่รับรู้แม้แต่ความยากลำบากของประชาชน ได้แต่ใช้ชีวิตสนุกไปวัน ๆ ภายในราชวังอันสวยงาม

โดยจุดเริ่มต้นของเรื่องมาจากการตายของ ‘เฮเบคก้า’ ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ตำรวจพยายามปกปิดคดีหาแพะมาประหารเพื่อให้เรื่องมันจบๆ ไป ราวกับว่าชีวิตของประชาชนจำนวนมากแค่ไหนก็ไม่ได้มีค่าเท่ากับชีวิตชนชั้นสูงเพียงคนเดียว

แต่การประหารใครสักคนโดยไม่มีหลักฐานเพียงพอ เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีคนเอะใจ ‘โจเซฟ กิโยแต็ง’ หมอในคุกสงสัยกับคดีในครั้งนี้ หลาย ๆ อย่างมันดูไม่ชอบมาพากล จึงเริ่มสืบคดีและหาสาเหตุในการตายของเฮเบคก้าอีกครั้ง ซึ่งนี่ก็เป็นจุดที่ทำให้พบกับต้นตอที่ใหญ่กว่าที่คิด

เลือดสีน้ำเงิน นอกจากจะนำเสนอเชิงสัญญะที่อยากให้เห็นความแตกต่างของชนชั้นแล้ว ยังเป็นวัตถุดิบหลักที่ใช้ในการเล่าเรื่อง เลือดสีน้ำเงินคือโรคชนิดหนึ่งที่ระบาดในหมู่ขุนนาง สาเหตุยังไม่แน่ชัดแต่จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อตายและมีคนฉีดเลือดสีนำ้เงินเข้าไป จากนั้นจะฟื้นขึ้นมาเหมือนได้ชีวิตใหม่ ทั้งพละกำลัง สมรรถภาพที่เพิ่มมากขึ้นแต่ต้องแลกมาด้วยอาการหิวเกินมนุษย์มนา (ก็กลายเป็นซอมบี้นั่นแหละเพราะกินคน)

la revolution

เมื่อก้าวเข้าสู่ยุคมืดอย่างแท้จริง ประชาชนที่อดอยาก จนตรอก และได้รับความไม่เป็นธรรม ซึ่งสวนทางความเป็นอยู่ของเหล่าขุนนาง พวกเขาที่ถูกกดขี่จึงเริ่มหันมากบฎ ในตอนสุดท้ายของเรื่องจึงเป็นการต่อสู้ระหว่างประชาชนกลุ่มภราดรภาพและกลุ่มขุนนางเลือดน้ำเงิน ซึ่งตอนจบทิ้งปมไว้มากมหาศาล ทั้งเรื่องเลือดสีน้ำเงินแพร่พรายมาจากแวร์ซายเอง ‘แมเดอลิน’ เป็นใครกันแน่? และตัวเอกของเรื่องอย่าง ‘เอลีซ’ ตายจริง ๆ หรอ ? มีซีซั่น 2 แน่นอน รอได้เลย

la revolution

ขอพูดถึงเรื่องฉากหน่อย เพราะดีงามมาก แสง สี เสียงจัดเต็ม โดยเฉพาะฉากที่มีคนถูกฟัน 2 คน คนหนึ่งเลือดสีแดง อีกคนเลือดสีน้ำเงิน พอมาอยู่ในเฟรมเดียวเลือดทั้ง 2 สี ก็กลายเป็นธงชาติฝรั่งเศส ขนลุกเลย ฉากสมจริงมากแต่ก็ติดเรทมาก ๆ เช่นกัน (555) มาทั้งเลือด ตัดคอ แทง ทะลุ ฉากโป๊เปลือย ใครใจไม่ถึงกดข้ามก่อนเลย

สรุปเบา ๆ โดยรวมแล้วเป็นซีรีส์น้ำดีเลย ชอบมาก  คำพูดของตัวละครก็มีความหมายเอามาสะท้อนการเมืองของบ้านเราเจ็บแสบ อาจจะไม่ได้มาแนวระทึกขวัญให้ตื่นเต้นตลอดเวลา มีเนือยบ้างอะไรบ้าง แต่มันมีปมให้คอยลุ้น คอยคิดตาม ส่วนข้อเสียคือดูผ่าน ๆ ไม่ได้! ต้องใช้ความคิดตลอดเวลา ต้องมีเวลาตั้งใจดูไม่งั้น อาจจะพลาดช็อตเด็ด มีงงแน่

 

อัปเดตทุกเรื่องฮิตติดกระแสคลิก tidhoo.co
และสามารถติดตามคอนเทนต์สนุก ๆ จากติดหูได้ทาง โซเชียลเน็ตเวิร์ค
Facebook | Twitter | Youtube

Hello, World

Everything you want to know