NETFLIX เขาคือแม่มดแห่งไอเดีย และพ่อมดแห่งเทคโนโลยี

รู้หมือไร่ เอ้ย! รู้หรือไม่ ว่า เหน็ด-ฟลิกซ์ หรือ เน็ต-ฝลิ่ก ออกเสียงยังไงก็ได้เหมือนกัน ไม่ต้องตีกันแล้วน้าาาา (ทาง NETFLIX THAILAND เคยออกมาประกาศเมื่อปี 2562 แล้วว่าการออกเสียงจะเปลี่ยนตามสำเนียงของประเทศนั้นๆแต่ไม่มีผิดไม่มีถูกนะจ้ะ) ในวันนี้แอดชวนทุกคนมาทำความรู้จักกับ ดินแดนเวทย์มนต์แห่งโลกสตรีมมิ่ง ที่ร่ายคาถากันด้วยไอเดีย ปรุงน้ำยาด้วยเทคโนโลยี ผสมผสานเป็นองค์กรที่ประสบความสำเร็จที่สุด เพราะอุดมไปด้วยคนเก่ง รายล้อมไปด้วยวัฒนธรรมสุดเจ๋ง ขับเคี่ยวอย่างเชี่ยวชาญจน ออกมาเป็น ” NETFLIXสตรีมมิ่งที่ยิ่งใหญ่ ”

NETFLIXสตรีมมิ่งที่ยิ่งใหญ่
Reed Hastings CEO NETFLIX CR: britannica

จากร้านเช่า VDO ใช้วิชาร่ายคาถาสู่ NETFLIXสตรีมมิ่งที่ยิ่งใหญ่

ย้อนกลับไปสมัยยุคแรกเริ่มที่ พวกเรายังคงเดินเข้าออกร้านเช่า VDO ดูเสร็จแล้วก็นำส่งคืน ถ้าหากว่าเกินเวลาก็ต้องเสียค่าปรับไปตามระเบียบ การเสียค่าปรับดูจะเป็นปัญหาใหญ่ “เหตุไฉนหรือจึงทำให้การดูหนังเป็น บุฟเฟ่ต์ (ไม่อั้น) เหมือนเวลาเรากินหมูกระทะไม่ได้” ไอเดียนี้ผุดออกมาจากความคิดของ Reed Hastings หรือผู้ก่อตั้ง NETFILX สตรีมมิ่งที่ยิ่งใหญ่ในปัจจุบัน ผู้เบื่อหน่ายต่อระบบเช่าหนัง จึงผันตัวเองมาเป็นเจ้าของกิจการ และชวนเพื่อน Marc Randolph ของเขาเพื่อมาร่วมธุรกิจกัน แรกเริ่มนั้น NETFLIX ยังเป็นร้านเช่า VDO ในระบบออนไลน์ที่ Reed มองเห็นแล้วว่าอินเตอร์เน็ตกำลังเป็นนิยมอยู่มากขนาดนั้น ซึ่งการเช่าออนไลน์ทำให้ผู้คนต้องมนต์ในความสะดวก เพราะเพียงแค่คุณเลือกหนังที่ชอบ กดไปตามระบบ จ่ายเงิน และรอรับหนังทางไปรษณีย์ที่จะเดินทางมาส่งที่บ้านได้อย่างรวดเร็ว ยอดผู้เช่าจึงมีจำนวนมาก Reed พัฒนาต่อโดยใส่ไอเดีย “บุฟเฟ่ต์รายเดือน” โดยลูกค้าสมัครสมาชิกจ่ายเป็นรายเดือนและเลือกเช่าได้อย่างจุใจ แต่ให้ลองนึกดูดีๆสิว่า จุดอ่อน และข้อเสียใหญ่ในการรับส่งแผ่นหนังออนไลน์ทางไปรษณีแบบนี้จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

  • ต้องรับส่งผ่านทางไปรษณีย์ ซึ่งมีต้นทุนที่มากกว่า
  • หากลูกค้าส่งคืนเช้า แผ่นจะถูกค้างดองเอาไว้ ไม่สามารถเอามากระจายสู่คนอื่นได้
  • แผ่นเกิดความเสียหายได้ง่ายมากกว่า และใช้ระบบจัดส่งที่ยุ่งยากมากกว่า
  • ระบบอินเตอร์เน็ตยังไม่ได้ดีงามเท่าปัจจุบัน
Netflix 2005
Netflix 2005

Reed Hastings = นักทำนายอนาคต

Reed ก็เห็นปัญเดียวกับเรา แต่นิสัยของเขาคือนักทำนายอนาคต และผู้เดิมพันบนความเสี่ยง เขาจึงเริ่มสร้างระบบใหม่ขึ้นมา คือบรรจุหนังลงไปในระบบกล่อง TV เรียกว่า NETFLIX BOX ที่เมื่อลูกค้าซื้อกล่องนี้ไปก็จะไปเลือกดูหนังได้ด้วยตัวเอง แถมเพิ่มหนังใหม่ได้อยู่เรื่อยๆอีกต่างหาก ขณะที่เตรียมวัตถุดิบเตรียมพร้อมเสกเจ้า NETFLIX BOX ออกมา ระหว่างทวนคาถา Reed ก็นึกขึ้นได้ว่า Youtube ในยุคนั้นสามารถสตรีมมิ่งบนระบบอินเตอร์เน็ตได้แล้ว อย่างเช่น Youtube ไม่เห็นจะต้องนำ NETFLIX BOX ที่ต้องใช้ระบบอินเตอร์เน็ตเชื่อมให้ซับซ้อนเลย Reed จึงสั่งหยุดการจำหน่ายทั้งหมดเพื่อพัฒนาระบบสตริมมิ่งอย่างจริงจัง จนทำสำเร็จและมีลิสหนังในคลังเพียง หลักพัน เท่านั้นช่วงแรก

วางเดิมพันกับการสตรีมมิ่ง

Reed เดิมพันว่าสตรีมมิ่งบนระบบอินเตอร์เน็ตนั้นจะต้องรุ่งเรืองเป็นแน่แท้ เพียงแค่ตอนนี้ระบบอินเตอร์เน็ตยังไม่แข็งแรงมากพอ แต่ไม่ได้แปลว่าในอนาคต(สมัยปัจจุบันของพวกเรานั่นเอง)มันจะไม่พัฒนา การทำนายนี้จึงทำให้เขาปล่อยให้ลูกค้าเป็นสมาชิกได้ฟรีเพื่อทดลอง โดยหวังให้คนกล้ามาลองใช้ระบบใหม่นี้ ก่อนจะพบว่ามีผู้ใช้งานในระบบจำนวนมากพร้อมๆกับอินเตอร์เน็ตที่ดีมากขึ้น ณ ขณะนั้น หนังในคลังของ NETFILX ก็เพิ่มขึ้นมาเป็นหลักหมื่น ก่อนจะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ นับว่าเป็น 18 ปีแห่งการพัฒนาที่คุ้มค่า เพราะในปัจจุบัน (2020) NETFLIX ทำรายได้มหาศาล หากมาอยู่ในประเทศไทยก็จะนับว่าเป็นมหาเศรษฐีที่รวยที่สุดเป็นอันดับ 6 ในประเทศเลยทีเดียว

แล้วต้องร่ายคาถา อันใดใย NETFLIX ถึงได้เจ๋งขนาดนี้ ?

Netflix Company

จากกาลเวลากว่า 18 ปีแล้วที่ NETFLIX ร่วมกันพัฒนาจนกลายเป็นสตรีมมิ่งที่ประสบความสำเร็จ แอดจึงสงสัยว่าการทำงานขององค์กรนั้นอุดมไปด้วยคนเก่งและคลังความคิดสร้างสรรค์นี้มาจากไหนกัน
จึงได้โอกาสรวบรวมและมาเล่าสู่กันฟังว่าทำไม องค์กรนี้ถึงมีแต่คนเก่งเต็มไปหมด แถมยังมีองค์กรใหญ่ๆหลายองค์กรอยากดึงตัวคนเก่งเหล่านี้ไปด้วย

1. ให้อิสระแต่ต้องมีความรับผิดชอบ

ก็เพราะ NETFILX เป็นธุรกิจสตรีมมิ่งที่เดินควบคู่ไปกับโลกแห่งเทคโนโลยี พูดถึงแค่หนังเรื่องใหม่ๆก็เกิดขึ้นง่ายเป็นดอกเห็ด ทุกวันเกิดหนังเรื่องใหม่อยู่เสมอเช่นเดียวกับสิ่งสำคัญยิ่งกว่าคือระบบเทคโนโลยี ที่แทบจะหมุนไวกว่าโลกในทุกวันนี้ เมื่อเป็นแบบนั้น NETFLIX จึงบอกกับตัวเองว่า พวกเราในองค์กร คือ ”นักปรับตัว” เทคโนโลยีเป็นเรื่องใหม่เสมอ และไม่มีคู่มือใดมาก่อน เพราะฉะนั้นทุกคนต้องเรียนรู้อย่างไวในทุกๆเรื่อง เขาจึงเชื่อมั่นในตัวพนักงาน ในการคิด ทำ และพยายามอย่างยิ่งที่จะศึกษาให้เท่าทันเทรนด์โลก และต้องรู้ให้ได้ล่วงหน้าเพื่อวางแผนรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว ที่ NETFILX จึงให้ความอิสระที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานความมีวินัย เพื่อสงเสริมให้พนักงานมีพลังในการทำงาน โดยละทิ้งแนวคิดหรือข้อปฏิบัติที่เก่าแก่และไม่ได้ผลทิ้งไป เพื่อทำในสิ่งที่ได้ผลมากว่า อยู่ตลอดเวลา

2. เป้าหมายที่ร่วมกันทำงานจนสำเร็จคือแรงจูงใจที่ดีที่สุด

NETFLIX เชื่อเสมอว่า แรงจูงใจที่ดีที่สุด ไม่ใช่ผลตอบแทน หรือโบนัส แต่คือ “การได้ร่วมงานกับคนที่เก่งที่สุด” ”หรือผลงานที่ประสบความสำเร็จที่สุด” โดยองค์จะพยายามตัดกฎระเบียบหรือคำสั่งจากผู้บริหารระดับสูงให้น้อยลงเพื่อลดตัวถ่วงความเร็วในการทำงาน แต่จะสนับสนุนให้ทุกคนได้เจอกับคนที่เก่งๆอยู่ร่วมกัน ลองคิดว่าหากรอบตัวเรารายล้อมไปด้วยคนเก่งที่มีเป้าหมายเดียวกัน ร่วมกันคิดและแก้ไขปัญหาได้อย่างอิสระ และมีทางออกอย่างสร้างสรรค์เสมอ งานนั้นออกมาดีที่สุด นั่นคือรางวัลที่ไม่ได้เกิดขึ้นแค่จุดหมายปลายทางแล้ว แต่มันได้เรียนรู้ระหว่างทางอีกต่างหาก เพราะฉะนั้น NETFLIX จึงไม่ให้ความสำคัญกับระบบโบนัสที่ต้องประเมินผลรายปีให้วุ่นวายเลย แต่ NETFLIX กลับกล้าจ่ายค่าแรงตามความสามารถที่สูงมากกว่าต่างหากล่ะ

3. ทุกคนต้องเข้าใจว่าธุรกิจกำลังทำอะไร

สิ่งที่แอดชอบมากคือวิธีการคิดของ NETFLIX คือ ในทุกไตรมาส จะต้องเกิดการประชุมใหญ่ขึ้น และไม่ใช่ประชุมเพียงแค่แผนกใดแผนกหนึ่ง แต่คือการเปิดเวทีให้แต่ละแผนกได้นำข้อมูลรวมไปถึงตัวเลขที่สำคัญขึ้นจอฉายเพื่ออธิบายให้ทุกคนตั้งแต่ระดับผู้บริหารสูงสุดจนถึงระดับพนักงานระดับล่าง แถมยังเปิดเวทีให้เกิดการตั้งคำถาม และถกเถียงกันอย่างเปิดเผย โดยมีคอนเซปสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่า “เวทีนี้สิ่งที่คุณจะได้กลับไปคือสิ่งที่คุณให้มา ถ้าคุณไม่ถาม คุณจะไม่ได้คำตอบ” นั่นทำให้ข้อมูลต่างๆแม้กระทั่งข้อมูลเชิงตัวเลขที่หลายๆองค์กรไม่ได้เปิดเผยให้พนักงานบางแผนกได้ฟัง แต่ NETFLIX ทำ เพราะเขารู้และคิดเสมอว่าพนักงานทุกคนทุกระดับที่ทำงานเก่งพอจะเข้าใจธุรกิจอยู่แล้ว นั่นทำให้ทุกคนรู้สถานะขององค์กรอยู่ตลอดเวลา และรู้ตัวว่าจะต้องปรับตัวเปลี่ยนวิธีการทำงานยังไงให้องค์กรเกิดความก้าวหน้าอยู่เสมอ

 Meeting room
Netflix Meeting room

4. ถกเถียง แสดงออกอย่างตรงๆด้วยข้อเท็จจริง

คนเราไม่ชอบถูกใครโกหกและปั่นหัว พนักงานจึงต้องฝึกความซื่อสัตย์อยู่เสมอ รหัสสำคัญที่โดดเด่นบนวัฒนธรรมของ NETFLIX ก็คือ “การถกเถียง” ไม่ใช่โต้แย้งเพื่อนำไปสู่การทะเลาะกันหรือทำลายร้าง แต่คือการโต้แย้งเพื่อนำไปสู่ประโยชน์ต่อลูกค้าเท่านั้น การประชุมทุกระดับถูกจัดขึ้นบ่อยมากตามโอกาส แต่หัวใจสำคัญคือการพูดด้วยเหตุผลและนำข้อมูลมาอ้างอิง พยายามอย่างยิ่งที่จะตัดความคิดเห็นส่วนตัวและความรู้สึกออกไป การประชุมที่ดุเดือดจึงเป็นการเฉือดเฉือนกันด้วยปัญญา NETFLIX เล่าว่าครั้งหนึ่งฝ่ายการตลาดเคยมีปัญหาที่เถียงกันไม่ลงตัว พวกเขาจึงจัดเวทีโต้แย้งขึ้น ทั้งสองฝ่ายต่างก็เตรียมเหตุผลอันดีและข้อมูลมารองรับเหตุผลนั้นด้วยข้อเท็จจริง ทั้งสองฝ่ายพบกันอย่างตรงไปตรงมาและได้ทางออกที่ดีที่สุดกลับไป การประชุมขององค์กรบางครั้งก็จริงจังถึงขนาดกับต้องแยกกลุ่มย่อยๆ ซอยลงไปเพื่อกันไม่ให้พนักงานถูกโน้มน้าวใจไปตามเสียส่วนใหญ่ได้ง่าย และนี่คืออีก หนึ่งจุดเด่นของรหัสลับ หรือมนต์คาถาสู่ไอเดียแจ่มบรรเจิดยังไงล่ะ

5.สร้างบริษัทในวันนี้ให้เป็นบริษัทที่อยากอยู่ในวันหน้า

หลักการสำคัญในการจ้างคนของ NETFLIX นั่นก็คือ คิดเสียว่า “ให้จ้างคนที่ต้องการในอนาคต ตั้งแต่วันนี้” เมื่อเลือกคนที่เก่งเข้ามาแล้ว เขานั่นแหละจะช่วยสร้างทีมที่ดีให้กับองค์กรเอง เพราะเขารู้อยู่แล้วว่าทีมที่ดีจะต้องเป็นอย่างไร และระหว่างการทำงานต้องคิดเสมอว่าอีก 6 เดือนข้างหน้าภาพที่ออกมาจะเป็นอย่างไร คิดให้เป็นภาพเลย เช่น มองว่าอุปกรณ์ที่ทำจะเป็นอย่างไร ระบบจะมีหน้าตาหรือปรับปรุงในส่วนใดบ้าง เป็นต้น นั่นให้เราวางแผนอยู่ตลอดเวลาและปรับได้เท่านั้นสถานการณ์อยู่เสมอ เสมือนหนังที่เพิ่มขึ้นใหม่เรื่อยๆนั่นเอง

และนี่คือรหัสความสำเร็จ เป็นเสมือนวิชาการร่ายคาถามสู่ความสำเร็จแบบก้าวกระโดดของ NETFLIX เจ้าของฉายา พ่อมดและแม่มดแห่งเทคโนโลยีและวงการสตรีมมิ่ง หรือ “ NETFLIXสตรีมมิ่งที่ยิ่งใหญ่ ”

 

ที่มา : หนังสือ ทำไม NETFLIX ถึงมีแต่คนโคตรเก่ง!


 

อ่านบทความดีๆเพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิกเลย

Netflix เตรียมประกาศอัพราคาแพ็กเกจจริงหรือ? เตรียมตัวหาคนหารเพิ่มด่วน

Netflix ประกาศสร้าง Bangkok Breaking ออริจินัลซีรีส์เรื่องที่ 2 ของไทย

Chris Watts ชายผู้ทำการฆาตรกรรมยกครัวตัวเอง ได้รับจดหมายจากแฟนคลับมากมาย หลัง Netflix ฉายสารคดี

เจาะแนวทางธุรกิจ START-UP จากซีรีส์ START-UP

อัปเดตทุกเรื่องฮิตติดกระแสคลิก tidhoo.co
และสามารถติดตามคอนเทนต์สนุก  จากติดหูได้ทาง โซเชียลเน็ตเวิร์ค
Facebook | Twitter | Youtube

 

นักเขียน: siwawa
ผู้หลงรักการแสดงออก ผู้รู้สึกด้วยทุกครั้ง ที่คุณรู้สึก ผู้สดใสและเศร้าหมอง สลับกันไป
Hello, World

Everything you want to know