ขนมจีนเป็นอาหารเส้นที่เชื่อว่าหลายคนรู้จักกันเป็นอย่างดี และน่าจะเป็นเมนูโปรดของใครหลายคนเลยทีเดียว ซึ่งที่ผ่านมาเรามักจะแซวกันเล่น ๆ ว่า ขนมจีน ที่ไม่มีในประเทศจีน ซึ่งก็เป็นเรื่องจริง แล้วขนมจีนมีที่มาจากไหน แล้วทำไมถึงมีคำว่าจีน ทั้งที่ไม่ได้เป็นอาหารจีน เอ๊า!! ยิ่งพูดแล้วเดี๋ยวงงไปกันใหญ่ติดหูหาข้อมูลมาแล้ว

ขนมจีน ที่ไม่ได้มาจากประเทศจีน

แล้วขนมจีนมาจากที่ไหน

ขนมจีน

มาไขข้อสงสัยกันดีกว่า หลังจากที่เถียงมานานว่าขนมจีน มีที่มาจากไหนกันนะ คำตอบก็คือ ขนมจีน เป็นอาหารดั้งเดิมของชาวมอญหรือชาวรามัญ โดยคำว่าขนมจีน เป็นคำที่ผิดเพี้ยนมาจากคำว่า  ขฺนํจินฺ  (ံစိန်) (ขะนอมจิน) หรือบางข้อมูลก็เขียนว่า คนอมจิน มาจากภาษามอญว่า คำว่าขะนอมหรือคนอมหมายความว่าจับกันเป็นกลุ่มเป็นก้อนจินแปลว่าทำให้สุก นอกจากนี้คนอมนั้นสันนิษฐานว่าน่าจะใกล้เคียงกับคำไทยเข้าหนมแปลว่าข้าวที่นำมานวดให้เป็นแป้งเสียก่อน ซึ่งภายหลังกร่อนเป็นขนมความจริงแล้ว ขนม ในความหมายดั้งเดิมจึงมิใช่ของหวานอย่างที่เข้าใจในปัจจุบัน ขนม หรือ หนม ในภาษาเขมร หรือ คนอม ในภาษามอญหมายถึงอาหารที่ทำจากแป้ง

เพราะฉะนั้นขนมจีนจึงน่าจะเพี้ยนมาจากคนอมจินซึ่งทำให้เกิดสมมติฐานตามมาอีกว่าดั้งเดิมทีเดียวขนมจีนเป็นอาหารมอญแล้วจึงแพร่หลายไปสู่ชนชาติอื่นๆในสุวรรณภูมิตั้งแต่โบราณกาลจนเป็นอาหารที่ทำง่ายและมีความนิยมสูงสามารถหาทานได้ทั่วไปจนถึงปัจจุบัน

ขนมจีน

ประเภทของ เส้นขนมจีน สามารถแบ่งได้เป็น 2 ชนิด คือ

ขนมจีนแป้งหมัก  ขั้นตอนการทำคือ นำแป้งข้าวเจ้ามาแช่น้ำให้นิ่ม และนำไปโม่ก่อนหมักทิ้งไว้ประมาณเจ็ดวัน เมื่อหมักแล้วจึงนำมานวดในเครื่องนวดแป้ง  สีของขนมจีนจะมีสีขาวตุ่น ๆ มีกลิ่นเฉพาะ เส้นเหนียวหนึบ

ขนมจีนแป้งสด ใช้วิธีการผสมแป้งข้าวเจ้า ไม่ต้องทิ้งไว้แล้วจึงนำมานวดในเครื่องนวดแป้ง หลังจากนวดแป้งแล้วจะเทแป้งใส่กระบอกทองเหลือง มีรูเจาะไว้ที่ปลายด้านหนึ่ง เมื่อกดแป้งเข้าไปในกระบอก เส้นขนมจีนก็จะไหลออกจากปลายกระบอก เป็นเส้นกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 – 1.5 มิลลิเมตร เมื่อได้เส้นแล้วก็ทำต้มในน้ำร้อนเดือดเพื่อทำความสะอาด แล้วนำมาราดด้วยน้ำสะอาดอีกทีหนึ่ง เส้นขนมจีนที่ได้ จะจัดเรียงเอาไว้เป็นกลุ่ม ๆ ขนาดประมาณ 1 ฝ่ามือ บางถิ่นเรียก จับ หรือ หัว เมื่อเรียงในจานสำหรับรับประทาน จะใส่ประมาณ 3-4 จับอย่างที่เราเห็นบ่อยๆ

∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴

อัปเดตทุกเรื่องฮิตติดกระแสคลิก tidhoo.co
และสามารถติดตามคอนเทนต์สนุก  จากติดหูได้ทาง โซเชียลเน็ตเวิร์ค
Facebook | Twitter | Youtube

 

 

ที่มา : ACUISINE / Wikipedia

♦ อ่านต่อเรื่องที่น่าสนใจ

Hello, World

Everything you want to know