ต้องร่วมกันสดุดีจริงๆ หลัง“เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก คว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกฤดูกาล 2019-2020 ไปครองอย่างยิ่งใหญ่ และนับเป็นสมัยที่ 6 ของพวกพี่ ๆ เขา (1974, 1975, 1976, 2001, 2013, 2020) และบอกเลยสถิติสะเด่าสุด ๆ ชนะรวดทั้ง 11 เกมม้วนเดียวจบ

บาเยิร์น มิวนิก ทีมอันดับ 1 ของปี 2020

บาเยิร์น มิวนิก

พวกเขาเปิดฤดูกาลท่ามกลางปัญหามากมาย ตั้งแต่ นิโก้ โควัช โค้ชชาวโครแอตถูกไล่ออก จนต้องดันมือขวาชาวเยอรมัน อย่าง “ฮันส์ ตีเตอร์ ฟลิค” เข้ามากุมบังเหียนต่อ ท่ามกลางข้อกังขาและเครื่องหมายคำถาม แต่อย่างไรก็ตามอดีตแข้ง “เสือใต้” รายนี้ ก็พิสูจน์แล้วว่าเขาคือ “ของจริง”

เพราะหลังจบฤดูกาลที่ผ่านมา ยังสร้างสถิติ ไม่แพ้ทีมใดเลยตลอด 30 เกมหลังสุด (ชนะ 29 เสมอ 1) แถมยังชนะรวด 29 แมตช์สุดท้ายในทุกรายการด้วย ส่งผลให้พวกเขาผงาดคว้า 3 แชมป์อย่างยิ่งใหญ่ ทั้ง บุนเดสลีกา, เดเอฟเบ โพคาล และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้ “ทริปเปิ้ลแชมป์” เทียบเท่าที่ จุ๊ปป์ ไฮย์เกสทำได้เมื่อฤดูกาล 2012-2013 อีกด้วย

ว่าด้วยเรื่องของถ้วย “บิ๊กเอียร์” ที่ทำสถิติชนะรวดนั้นพวกเขาไล่กระทืบคู่แข่ง 6 เกมรวดในรอบแบ่งกลุ่ม แม้จะมีเบรคเว้นวรรคช่วงโควิด-19 ไป ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย บาเยิร์น ถลกหนัง “สิงโตนํ้าเงินคราม” เชลซี ไปด้วยสกอร์รวม 7-1 จากนั้นฟอร์มของพวกเขาเริ่มเบ่งบานขึ้นเรื่อย ๆ แม้ว่า แชมเปี้ยนส์ลีกจะปรับมาเป็นบอลนัดเดียวก็ตาม

รอบ 8 ทีม บาเยิร์น ทำสกอร์เหลือเชื่อด้วยพังยาน “ต่างดาว” บาร์เซโลน่า ไปซะหาทางกลับบ้านไม่ถูก 8-2 ส่วนรอบรองชนะเลิศ สามารถเลาะกระดูก “สิงห์ขาว” โอลิมปิก ลียง 3-0 ตบท้ายด้วยการคว้าแชมป์ด้วยการพิชิตยอด “หอไอเฟล” เปแอสเชไป 1-0 จากการทำประตูของคิงส์ลีย์ โกม็อง ดาวเตะเลือดฝรั่งเศส

บาเยิร์น มิวนิก

– บาเยิร์น เป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์แชมเปี้ยนส์ลีก ที่เก็บชัยชนะได้ทุกเกมในฤดูกาลเดียวทั้งหมด 11 นัดรวด

– บาเยิร์น ยิงประตูในแชมเปี้ยนส์ลีกซีซั่นนี้ไป 43 ลูก สูงสุดเป็นอันดับ 2 เป็นรองแค่ บาร์เซโลน่า ที่ทำประตูมากที่สุดอยู่ที่ 45 ลูก เมื่อปี 2000

– บาเยิร์นคว้าแชมป์ถ้วยใหญ่ของยุโรปเป็นสมัยที่ 6 เป็นอันดับ 3 ร่วมกับ ลิเวอร์พูล โดยเป็นรองแค่ เรอัล มาดริด อันดับ 1 (13 สมัย) และ เอซี มิลาน อันดับ 2 (7 สมัย)

– บาเยิร์นจบฤดูกาล 2019-20 ด้วยการไม่แพ้ใครตลอด 30 นัดหลังสุด โดยเป็นการชนะรวดถึง 29 แมตช์รวมทุกรายการ

– ฟลิค พา บาเยิร์น เก็บชัยชนะไป 33 นัดจากการคุมทีมไปทั้งหมด 36 นัด ทำประตูได้ 116 ลูก และเสียเพียง 26 ประตู

– ฟลิค วัย 55 ปี กลายเป็นกุนซือที่อายุมากที่สุดเป็นอันดับ 4 ที่สามารถคว้าถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีก


สรุป

ปัจจุบัน ฟุตบอลอาชีพหลายทีมในยุโรปมักใช้โค้ชที่เคยเล่นตำแหน่ง “กองกลาง” ซะส่วนใหญ่เลย ไม่ว่าจะเป็น กวาดิโอล่า, ซิเมโอเน่, ซีดาน, อาร์เตต้า,แลมพาร์ด, กัตจัง (กัตตูโซ่), เจอร์ราร์ด แม้แต่พวกเก๋าหน่อยอย่าง อันเชล็อตติหรือมูรินโญ่ ก็เคยเป็นกองกลางเก่า

∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴

อัปเดตทุกเรื่องฮิตติดกระแสคลิก tidhoo.co
และสามารถติดตามคอนเทนต์สนุก ๆ จากติดหูได้ทาง โซเชียลเน็ตเวิร์ค
Facebook | Twitter | Youtube

∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴ ∴

 

Hello, World

Everything you want to know