จะเกิดอะไรขึ้นหาก ไอดอลหญิงวง BNK48 และวง CGM48 จะต้องมาทำเพลงของตัวเองทุกขั้นตอน นี่คือที่มาของรายการ Indy Camp ซึ่งคราวนี้ทีมงาน ติดหู ได้มีโอกาสสัมภาษณ์น้อง ๆ ทั้ง 6 คน รวมถึงพี่รัฐ พิฆาตไพรี จึงออกมาเป็น Tidhoo x INDY CAMP

Tidhoo x INDY CAMP

มาอ่านบทสัมภาษณ์สุด Exclusive ของโปรเจกต์ Indy Camp ที่ได้ 6 เมมเบอร์ไอดอลสาวอย่าง วีBNK48 , แพนด้าBNK48 , สตางค์BNK48 , ฟอร์จูนCGM48 , มามิ้งค์CGM48 , ปีโป้CGM48 มาทำเพลงของตัวเอง โดยได้โปรดิวเซอร์มากฝีมืออย่าง รัฐ พิฆาตไพรี มาร่วมพูดคุยกันในครั้งนี้ด้วย ว่าจะออกมาสนุกสนานขนาดไหน ไปอ่านกันเลยกับ Tidhoo x INDY CAMP บทสัมภาษณ์สุด Exclusive

แต่ละคนรู้สึกอย่างไรที่ได้เข้าร่วม indy camp ที่ผ่านมาทั้ง 5 สัปดาห์

ปีโป้ – 5 สัปดาห์ที่ผ่านมา หนูบอกได้ไหมว่าตอนนี้เครียดมาก กังวลด้วย หนูพูดยากมาก มันเครียด มันกดดัน ถ้าพูดถึงว่าสนุกไหม ก็คิดว่านิดนึง แต่ว่าส่วนใหญ่หนูก็จะเครียดแล้วก็กดดันมาก ๆ เลยอ่ะค่ะ ไม่รู้ว่าทำไมนะคะ แต่ก็ทำงานอยู่กับแบบนี้เรื่อย ๆ ค่ะ จะพูดได้ไหมว่าแบบว่า โอ้ ร้องไห้เยอะมากเลยแหล่ะ มันกดดันจากแบบว่า

ก็จะมีคนข้างนอกที่คาดหวัง แต่ไม่ต้องคาดหวังหนูนะ ไม่ต้องคาดหวัง จริง ๆ เราก็แบบอยากมาหาประสบการณ์แล้วก็ความสนุก แต่พอมาเจอผู้คนที่คาดหวังเรา พอมันได้รับความรู้สึกนี้หนูก็เป็นมนุษย์คนหนึ่ง หนูก็แบบตัวเองก็คาดหวังด้วย มันก็เลย แบบ… ความรู้สึกหนูมันก็เลยเป็นประมาณนี้ค่ะ

Tidhoo x INDY CAMP

สตางค์ – 5 สัปดาห์เหรอคะ หนูว่ามันท้าทายมาก แล้วก็แอบเครียดเหมือนที่ปีโป้บอกเหมือนกันค่ะ 5 สัปดาห์นี้มันเป็นประสบการณ์ใหม่ ๆ มากเลย อย่างบางอย่างเราก็ไม่เคยได้ลองทำจริง ๆ อะไรอย่างเงี้ยเน๊าะ พอต้องมาทำ 5 สัปดาห์จริง ๆ เนี่ย รู้สึกเวลามันสั้นมาก แบบว่าเราต้องเรียนรู้อะไรหลาย ๆ อย่างที่ต้องทำมาก อย่างของหนูเอง หนูทำ Music Computer ไม่เป็นใช่ไหมคะ พวกทำเพลงในคอม ก็ต้องแบบว่ามานั่งเรียนรู้ค่ะ ก็ถือว่ามันก็ได้ฝึก และก็พัฒนาตัวเองขึ้นไปค่ะ

วี – ของหนู หนูรู้สึกว่าเครียดค่ะ เครียดเป็นส่วนมากก็จะมีส่วนน้อยที่รู้สึกว่า เฮ้ย ชิลล์ๆ อะไรอย่างนี้แล้วแบบว่า เรื่องร้องไห้นี่น่าจะโดนทุกคน ทุกคนน่าจะร้องหมด แล้วก็มีช่วงที่แบบเราก็ลงในสตอรี่ว่าทำอยู่ พี่ฟอร์ก็ทัก เรารู้สึกว่าคิดเหมือนกันมากเลย แบบทุกอย่าง เราก็เลยแบบ เออเราไม่ได้เครียดคนเดียวนี่หว่า

แต่ก็รู้สึกว่ามันก็เป็นประสบการณ์แหละค่ะจริงๆ ครั้งหนึ่งในชีวิตด้วย สามารถเอาไปเล่าได้ว่าเราเคยทำแบบนี้มาก่อน ฝึกความรับผิดชอบด้วยค่ะ มันจะเป็นตารางฟิกอยู่แล้วว่า ต่ออาทิตย์ต่ออาทิตย์ เราต้องส่งส่งส่งงานนะ เพราะมันต้องอัพเดตตลอดเวลา มันก็เลยฝึกด้านนี้ด้วยค่ะ ประมาณนี้ค่ะ

มามิ้งค์ – ก็เหมือนกับทุกคนเลยค่ะ เครียด ก็มีทั้งช่วงที่สนุก ทั้งช่วงที่เครียด อย่างส่วนตัวรู้สึกว่าช่วงที่ตอนมีแรก ๆ รู้สึกว่ายังสนุกอยู่ค่ะ พอแบบหลัง ๆ ที่ต้องเริ่มแบบว่าใช้ ทำโปรแกรม ต้องอัดอะไรอย่างเงี้ย รู้สึกเครียดมาก คือ โดยพื้นฐานก็คือไม่เคยทำโปรแกรมอะไรเลยเกี่ยวกับ ทำเพลง อะไรแบบนี้ค่ะ

Tidhoo x INDY CAMP

พอต้องมาลงไฟล์ อะไรแบบนี้ มันก็มีทฤษฎีของมัน ก็ต้องทำตามให้มันถูกต้องไม่งั้นมันก็จะไม่ได้ค่ะ ปกติคือคิดว่าแค่ดีดกีต้าร์แล้วก็ร้องเพลงอะไรอย่างนี้ เราทำได้ มันก็โอเคนะ สนุก Enjoy แต่แบบพอต้องมาอัดลงไปรู้สึก มีหลายอย่างค่ะที่ต้องเรียนรู้

ฟอร์จูน – ก็คงไม่ต่างจากคนอื่นที่คงรู้สึกเหมือน ๆ กันค่ะ เพราะว่ามันเป็นใกล้จะ End ของการทำโปรเจคที่มันจะต้องเป็น Demo แล้ว ก็เลยรู้สึกว่า เฮ้ยมันถึงเวลาที่คนอื่นจะได้เห็นแล้วว่ามันจะเป็นยังไงงี้ ซึ่งมันแบบคนเขาก็ค่อนข้างแบบคาดหวังว่า ของคนนี้มันต้องเป็นแบบนี้ ของคนนี้มันต้องเป็นแบบนี้ มันก็เลยมีความคิดในหัว ที่เรารู้สึกกดตัวเองลง

ว่าแบบเราจะทำออกมาได้ดีไหม แต่ในอีกมุมหนึ่งของฟอร์ ฟอร์ก็พยายามแบบว่า คิดให้มันดีนิดนึงว่า เออเราผ่านมาใกล้จะจบละ แล้วจะได้พักสมองสักแปปอะไรอย่างเงี้ย ก่อนที่จะไปสู่ขั้นตอนที่เป็น Master เราก็รู้สึกว่า เออ เรากำลังจะได้หายใจเต็มที่สักแปปหนึ่งแล้ว แล้วเราค่อยเดินต่อ

แพนด้า – ก็สำหรับหนูนะคะ 5 สัปดาห์ที่ผ่านมาก็ เรียกได้ว่าเหมือนทุกคนเลยค่ะ ทั้งเครียด สนุก ทุกอย่างก็คือโดยรวมทำให้พัฒนาตัวเองมากขึ้นค่ะ ในทางที่ดีหลาย ๆ อย่าง รู้สึกว่าตัวเองโตเป็นผู้ใหญ่อีกขั้นหนึ่ง เรียกได้ว่าสนุกมาก ๆ เลยค่ะ ดีใจที่ได้ร่วมโปรเจคนี้ค่ะ ต้องขอบคุณคุณครูเอ๊ะ และก็พี่รัฐมาก ๆ เลยค่ะ

การร่วมงานกับพี่รัฐรู้สึกยังไงบ้าง และพี่รัฐที่ร่วมงานกับน้อง ๆ รู้สึกเป็นยังไงบ้าง

สตางค์ – ก็จริง ๆ พี่รัฐเป็นคนที่เก่งมาก ๆ ค่ะ แล้วเหมือนการที่เราทำงานร่วมกับพี่รัฐหนูได้พัฒนาตัวเองหลาย ๆ อย่างมากเลย เพราะพี่รัฐจะคอยเป็นเหมือนกระจก ที่คอยสะท้อนตัวเองให้เห็นว่า ข้อดีและก็ข้อเสียของเรามีอะไรบ้าง เพื่อจะให้เราเข้าไปแก้ไขในทุก ๆ ครั้งก่อนเข้าประชุมอะไรอย่างนี้ค่ะ เลยรู้สึกว่าทำให้ตัวเรานั้นแอคทีฟแล้วก็พัฒนาตัวเองเรื่อย ๆ ค่ะ

Tidhoo x INDY CAMP

มีโดนดุกันบ้างไหม

ไม่ดุเลยค่ะ จริง ๆ ตอนแรกก็แอบกลัวพี่รัฐนิดนึง แต่พอจริง ๆ พี่รัฐใจดีมาก

มามิ้งค์ – ก็ทำงานกับพี่รัฐก็ ดีค่ะ แบบว่าเขาก็ให้คำแนะนำต่าง ๆ แล้วก็เขาก็มีความเป็นมืออาชีพ เป็นศิลปิน แล้วก็มีความรอบรู้ทางด้านดนตรีเยอะมาก ๆ แล้วเขาก็แบบแนะนำเรานู่นนี่นั่น แล้วก็ตอนเขาแนะนำเขาก็จะแบบว่า เหมือนไม่ได้จะปิดกั้นเราหรือว่าบอกว่าเราต้องควรจะเป็นอย่างนี้นะ เขาก็จะเหมือนแบบให้คำแนะนำแบบกว้าง ๆ แล้วก็แบบว่าไม่ได้ให้เราเปลี่ยน แต่จะให้ความรู้แล้วก็แนะนำไปแบบนี้ค่ะ เราก็สามารถเป็นเราแล้วก็ใช้คำแนะนำของพี่รัฐให้ดียิ่งขึ้นค่ะ

แล้วทางพี่รัฐเป็นยังไงบ้าง กับการทำงานร่วมกับน้อง ๆ 5 อาทิตย์ที่ผ่านมา

พี่รัฐ – สำหรับการร่วมงานกับเด็กแก๊งค์นี้นะครับ ผมค่อนข้างประทับใจตั้งแต่แรกเริ่มเลยฮะ ก็คือ ตั้งแต่เริ่มต้นโปรเจคที่เราก็คาดหวังบางอย่างว่าเด็ก 6 คนที่เป็นสายไอดอลทำเพลงตัวเองตั้งแต่เริ่มต้นจริง ๆ เราก็คาดหวังไว้ประมาณหนึ่ง เท่านี้แต่สิ่งที่เกิดขึ้นมาใหญ่กว่าเท่านี้แล้ว มันเท่านี้เลย เด็กพวกนี้เขาแบบมีความตั้งใจ พอตั้งใจทำอะไรแล้วมันก็เห็นชัดจากงานที่เขาทำ คนฟังผมเชื่อนะ ไม่ว่าจะดูตอนไลฟ์ก็ตามหรือฟังเพลงตอนที่มันจบโปรเจคก็ตาม ก็จะรู้ว่ามันตั้งใจและมันออกมาจากตัวเด็กจริง ๆ มันเพียวมาก ก็เลยรู้สึกประทับใจตรงนี้เป็นพิเศษครับ

Tidhoo x INDY CAMP

ขอนิยามจุดเด่นของเพลงตัวเองที่แต่งขึ้นมา สปอยเพลงตัวเองให้ฟังหน่อยว่าจะติดหูขนาดไหน

แพนด้า – น่ารักร้ายลึก ติดหูขนาดไหน อืม ฟังแล้วก็เพลงค่อนข้างจะมีความซึมซับกับเด็กทุกคนที่ดูการ์ตูนดิสนีย์มาอยู่ค่ะ เป็นการเสกคาถาของเขาเรียกว่า นางฟ้าแม่ทูนหัว ของหนูก็ประมาณนั้นค่ะ น่ารักร้ายลึก

ฟอร์จูน – ของหนูเศร้า อกหัก ทำได้แค่รอค่ะ

มามิ้งค์ – สับสน งง เพ้อฝัน ค่ะ คิดว่าเป็นเพลงที่ทุกคนฟังแล้วก็อาจจะรีเรทได้นะคะ แล้วก็จะมีบางท่อนให้กรุ้มกลิ่มค่ะ

วี – คลั่งรัก โรแมนติก แล้วก็ดวงดาวค่ะ ก็ประมาณนั้นค่ะ นั่นแหละคลั่งรัก หนูก็ไม่รู้จะสปอยยังไงค่ะ มันก็ชัดเจน ยังไงก็ลองไปฟังดีกว่า

สตางค์ – ของหนูก็จะเป็นแนวแบบแอบชอบแอบส่อง ห่วงเขาประมาณนั้นค่ะ ก็ให้สปอยยังไงอะ แบบว่า คือทุกวันนี้ก็จะอยู่ในโลกโซเชียลกันใช่ไหมคะ ก็เลยแบบ ต้องกดปุ่มไหนเหรอเธอถึงจะมารักเรา

ปีโป้ – สงสัย อารมณ์ และก็ฝนตกค่ะ อย่างที่รู้หนูก็ ก็แบบว่ายังเด็กที่สุดใช่ไหมค้า หนูก็สงสัยแบบว่าสงสัยคนรอบข้าง วัยรุ่น วัยว้าวุ่น อะไรอย่างเงี้ย แบบสงสัยจริง ๆ แล้วเนี่ย เอ๋ ความรักเนี่ยเป็นยังไง แล้วก็เล่นกับความอารมณ์ ความรู้สึกก็คือ มู้ดของเพลงนี้ของหนูคือ ช่วงแรก ๆ ก็คือจะกดทับทุกคนให้ดิ่ง และก็ค่อยให้ไปแบบฟู่ทีหลัง ประมาณนี้ ไม่รู้ว่าหนูอธิบายงงไหม ประมาณนี้ค่ะ

พี่รัฐคิดว่าเพลงของน้องคนไหนทำยากที่สุด และใช้เวลาในการทำเพลงนานสุด

พี่รัฐ – อันนี้คือเขาทำกันเองทั้งหมด ถ้าเวลาคงจะเท่ากันหมดแหละครับ ส่วนความยากมันจะเป็นอย่างนี้ครับ แต่ละคนน้อง 6 คน เพลงแต่ละแนวมันไม่เหมือนกันเลยอะครับ แล้วมันก็ใช้คำว่าไม่ได้ใกล้กันด้วย เหมือนกับ 6 คนนี้ไม่รู้จักกันมาก่อนเลยด้วยซ้ำ แต่จริง ๆ เขารู้จักกันดีนะ แต่ความชอบของคน 6 คนมันเฉพาะตัวแสดงให้มันเห็นว่าต่างกันได้มากขนาดไหน เพราะงั้นหากถามว่าเพลงใครยากสุด มันต้องว่ากันเป็นเพลง ๆ เลย ซึ่งอาจจะยาวไปหน่อย แต่จะบอกว่าแต่ละเพลงก็จะมีรายละเอียดความยากเฉพาะตัวของแต่ละคน

ถ้ายกตัวอย่างเอาแบบเร็ว ๆ ของแต่ละคนเลยใช่ไหม อย่างของสตางค์อย่างเนี้ยครับ เขาก็ต้องมีเพลงเป็นลักษณะที่มีความเป็นโฟล์คร็อคที่ต้องมาใส่ด้วย มันก็จะยากที่เนื้อทำนองกับคำร้อง แล้วก็เรียบเรียงยังไงให้ มันมีความพอดี

อย่างของแพนด้าที่ จะยากก็จะเป็นการเรียบเรียงการเข้าออกของบีทที่เขาสร้างขึ้นมาเองซึ่งเขาทำได้ดีนะ เดี๋ยวมาดูว่าตอนจบปิดงานมันจะออกมาแบบไหน

อย่างของฟอร์จูน มันจะมีความยากในการเลือกซาวด์เพราะเพลงของน้องมันจะมีความเป็นแบบอิเล็กทรอนิคอินดี้ เป็นไวป์ของยุคนี้ซึ่งความยากก็จะมีการเลือกซาวด์ที่แอมเบี้ยนต่าง ๆ ให้มันเหมาะสมของเพลง เพราะน้องเป็นเพลงช้าแล้วก็เศร้าด้วย ซึ่งไม่ต้องห่วงเรื่องเนื้อทำนอง เพราะทุกคนเขียนได้ดีอยู่แล้วหล่ะ

ส่วนอย่างของวี วีก็จะยากที่พอเป็นเพลงที่ ลักษณะของเพลงที่สร้างมาเป็นกรูฟ แต่รอดเลย เพราะมีทั้งไลน์กีต้าร์ที่ดี มีกรูฟที่ดี เนื้อเพลงที่ดี ก็เดี๋ยวก็ต้องไปลองลุ้นกันว่าตอนจบจะเป็นยังไง อันนี้เราก็ลุ้นเหมือนกัน

ส่วนมามิ้งค์นะครับ จะมีความเป็นอินดี้สูงมาก ทั้งเรื่องการเล่าเรื่องและก็ทำนอง ก็น่าสนใจมากถ้าเกิดว่าได้ดูไลฟ์ก็จะรู้ว่าจาก 6 คนเนี่ย เนื้อของมามิ้งค์ก็น่าจะเนื้อจะอินดี้สุดละ

ส่วนของอาจารย์ปีโป้นี่ก็ ความยากมันอยู่ที่การการจัดการเรื่องท่อน แล้วก็เรื่องซาวด์ครับผม เพลงเขาถ้าพูดจากฟอร์มทั้ง 6 เพลงเขาจะดูฟอร์มใหญ่สุด มีการเล่าเรื่องจากหนักไปเบามีการเรียบเรียงจากซาวด์ที่จากลอย ๆ จนถึงซาวด์ที่ดุดันขึ้น ประมาณเนี้ย ซึ่งน่าติดตามทั้ง 6 เพลงเลยฮะ อาทิตย์สุดท้ายเนี่ยจะปิดเดโม่กันยังไง นี่แค่เดโม่นะ เดี๋ยวตอนอัดจริงก็ต้องไปลุยกันต่ออีก

Tidhoo x INDY CAMP

จะนำประสบการณ์จาก indy camp ไปใช้ในงานภายภาคหน้ายังไงได้บ้าง

ปีโป้ – ถ้าเกิดว่าเรื่องเพลงอะไรอย่างนี้เราก็ได้เรียนรู้ แบบอะไรหลาย ๆ อย่างมากขึ้น ที่เราไม่เคยรู้มาก่อน เพราะเราอยู่แต่ในโลกของตัวเอง พอแบบเพลงที่เราต้องมาทำในมืออาชีพจริง ๆ แบบได้ทำงาน เดี๋ยวจะต้องไปห้องอัดในสตูดิโอใหญ่นู่นนี่นั่น ก็อาจจะได้ใช้ในอนาคตในภายภาคหน้า แต่ถ้าเกิดเป็นประสบการณ์อีกอย่างหนึ่งก็คือ พวกเรื่องแบบว่าความรับผิดชอบ ซึ่งหนูก็คิดว่ามันอาจจะใช้ได้กับทุก ๆ อย่างในชีวิตหนูเลยอะไรอย่างเนี้ย ฝึกความรับผิดชอบแล้วฝึกแบบให้เรารับมือกับแรงกดดันได้มาก ๆ อะไรประมาณนี้ ก็น่าจะสามารถใช้ในช่วงชีวิตหนูต่อได้อีกยาว ๆ เลยค่ะ

วี – หนูก็ยังไม่มั่นใจว่าในอนาคต หนูจะทำอะไรอย่างเนี้ย แต่ว่าคือ หนูรู้สึกว่าที่ผ่านมาที่ตอนอยู่ในวงคือรู้สึกว่าอยาก Cover เพลง หรือว่า อยากอัดเพลงแบบใช้ Music computer ได้อะไรอย่างเนี้ย ที่ผ่านมาไม่เคยทำได้เลย แล้วก็ไม่มีอุปกรณ์ด้วยแต่ว่างานนี้มันทำให้เรามีอุปกรณ์ แล้วทำให้เราได้เข้าใจอะไรมากขึ้น เราก็อาจจะมีแบบอัด Cover เพลงอะไรต่าง ๆ ที่สามารถลงได้ แล้วก็เคยคิดว่า ถ้าจบเพลงนี้ไปได้ ก็เคยคิดเล่น ๆ ว่าอยากแต่งเพลง ไม่ต้องแบบมีโปรเจคก็ได้ แบบแต่งเองอะไรอย่างเงี้ยค่า แต่งเล่น ๆ

ชื่อโปรเจคคือ Indy Camp น้อง ๆ คิดว่าอะไรคือความอินดี้ของตัวเอง

แพนด้า – ถ้าถามว่าตัวเองมีความอินดี้ยังไงเหรอคะ หนูรู้สึกว่า ไม่รู้ว่าเกี่ยวกันไหม บางครั้งหนูก็แอบชอบอยู่คนเดียว แล้วก็คิดอะไรคนเดียว อย่างเช่นแบบว่า ทุกคนอาจจะกำลังเล่นเกมกันอยู่ แต่หนูกลับไปมองวิวข้างนอกอะไรอย่างงี้ ประมาณนั้นค่ะ ออกแนวมองเรื่อย ๆ เปื่อย ๆ เหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้เรื่อยเปื่อยขนาดนั้นนะคะ มีจุดโฟกัสอยู่

ฟอร์จูน – ไม่ได้เตรียมใจมาเลย อ่าคือ คิดว่า ถ้าเป็นความอินดี้ของหนูก็น่าจะเป็นแบบ คือถ้าสมมุติว่าหนูเป็นคนที่อยากจะตั้งใจทำอะไรเหมือนจะแบบว่า มีโลกส่วนตัวของตัวเองขึ้นมาอีกใบหนึ่งอะไรอย่างเนี้ย พอเวลาเป็นคนแบบตั้งใจแล้วเหมือนเราจะตัดขาดจากโลกภายนอกหรืออะไรไปเลย อันนี้ก็น่าจะเป็นหนึ่งอย่างอะไรอย่างนี้ แล้วก็จะคล้าย ๆ กับพี่แพนด้าเหมือนกัน ที่บางที่แบบหนูก็ชอบการที่ทำอะไรคนเดียว เราสามารถไปดูหนัง กินข้าวอะไรแบบเนี้ยคนเดียวได้ เป็นชีวิตปกติ

Tidhoo x INDY CAMP

ฝากผลงานกันหน่อย

วี – ก็ฝากทุกคนเลยละกันค่ะ ฝาก 6 คน 6 สไตล์ สำหรับหนูก็ใครคลั่งรักอยู่อะไรอย่างนี้ก็มาฟังได้ กำลังมีความรัก กำลังจีบคน ๆ หนึ่งอยู่ รู้สึกก็น่าจะเข้าอะไรอย่างเนี้ยค่ะ สตอรี่ของแต่ละคนมันไม่เหมือนกันจริง ๆ ใครมีช่วงชีวิตแบบไหน เอาจริง ๆ ทุกคนอาจจะช่วงชีวิตทั้งหมด 6 แบบเลยก็ได้ ฟังเอาไว้ในเพลย์ลิสต์ 6 เพลงเลยค่ะ ก็ฝากเพลงคลั่งรักของหนุ่มคลั่งรักคนนี้ด้วยฮะ

แพนด้า – งั้นก็อยากจะฝากด้วยนะคะของพวกเรา ทีแรกพวกเราจะมีการถ่ายในส่วนของเดโม่ ในส่วนของ MV เอง แล้วก็วาดภาพประกอบเองด้วยค่ะ ซึ่งเป็นอะไรที่น่าสนใจมาก ๆ ก็อยากจะฝากของทั้ง 6 คน 6 แบบด้วยนะคะ และก็ฝากหนูด้วยนะคะ

ปีโป้ – ก็สามารถติดตามความคืบหน้าของพวกเราย้อนหลังได้ที่ youtube bnk48 และก็สำหรับหนู ถ้าใครแบบว่าว้าวุ่นใจแบบว่าชอบนอนฟังเพลงและก็ชอบเล่นกับความรู้สึกตัวเองก็ฝากด้วยค่ะ

ฟอร์จูน – จริง ๆ หนูก็อยากจะพูดแบบน้อง แต่ว่าน้องก็พูดไปแล้วหนูก็เลยไม่รู้จะพูดว่าอะไร งั้นเอาเป็นฝากติดตามไลฟ์ของพวกเราละกัน ใกล้จะจบเดโม่แล้ว ก็สามารถติดตามได้ใน Facebook ของ BNK48 นะคะ วันพุธ 6 โมงเย็น ก็มาช่วยเชียร์พวกเราทั้ง 6 คนด้วยนะค้า

สตางค์ – จริง ๆ ทุกคนก็พูดไปหมดแล้วนะคะ ก็ขอฝากพวกเราทั้ง 6 คนไว้ในอ้อมอกอ้อมใจของพี่ ๆ ด้วยนะคะ บอกเลยว่าดีจริงไม่จกตาแน่นอน แล้วก็ถ้าให้ขายเพลงตัวเอง ก็ขายนิดนึงละกันค่ะว่า ใครที่แบบว่าเอ้ย แอบชอบใคร แอบปลื้มใครอยู่ ก็ต้องมาฟังค่ะ ฝากด้วยค่า
Tidhoo x INDY CAMP

มามิ้งค์ – ก็ทุกคนก็ฝากไปหมดแล้วนะคะ ก็อยากจะให้ทุกคนติดตามจริง ๆ เพราะว่าคือเหมือนปกติทุกคนก็จะแบบว่า ศิลปินทำเพลงออกมา ทุกคนก็จะได้ฟังเพลงเลย แต่ว่ายังไม่เห็นกระบวนการ แต่ว่าของเรา Indy camp ก็มีความสเปเชี่ยลมาก ๆ เพราะว่า ทุกคนก็จะได้เหมือนติดตามพัฒนาการต่าง ๆ ของพวกเราไปตั้งแต่แบบเริ่มตั้งแรกจนมาเป็นเพลงเลย ก็น่าสนใจมาก ๆ ก็อยากฝากโปรเจค Indy camp นี้ กับทุกคนด้วยนะคะ แล้วก็รอติดตามฟังเพลงของพวกเราทั้ง 6 เพลงเลยค่า

พี่รัฐ – ในเด็กผู้หญิง 6 คนนี้นะครับ ย้ำอีกทีนึง อย่างที่น้องไล่บอกไปทุกคนแล้วล่ะครับว่ามันจะมีทั้งในไลฟ์ และก็ในช่อง Youtube ของตัวน้อง ๆ เองเพราะจะมีกระบวนการเป็นไดอารี่ในการเล่าของแต่ละเพลงว่ามันมายังไง ซึ่งมันสำคัญมากนะฮะ ใครที่อยากจะรู้ว่าเพลงมันสร้างขึ้นได้ยังไง ผมว่าในไลฟ์เนี่ย หรือว่าใน Youtube เนี้ย จะดูในไดอารี่ของน้องอะ มันจะทำให้ ขั้นตอนของแต่ละเพลงเกิดขึ้นได้ยังไง

Tidhoo x INDY CAMP

หมายความว่า วันที่เราอยากทำเพลงแต่เราแต่งไม่ออก เราให้ไดอารี่ของน้อง ๆ มันช่วย อินสปายเราได้นะ ก็คือ นอกจากดูเพื่อความสนุก ดูเพื่อความพยายามของเด็ก ๆ แล้วเนี่ย ก็จะได้บางอย่างมากขึ้นด้วยในนั้น ซึ่งเราไปดูแล้วเราก็ได้นะ เพราะฉะนั้นฝากด้วยนะครับ เด็กพวกนี้มันคือ แต่งเอง ร้องเอง ทำเองตั้งแต่เริ่มต้นจริง ๆ ก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจแล้วก็น่าชื่นชม เพราะฉะนั้นก็ฝากด้วยครับ เดี๋ยวดูกันซิว่าที่เราโม้ ๆ กันไว้ทั้งหมดว่ามันดีเนี่ย พอปิดโปรเจค มันจะเป็นยังไง เพลงออกมาจะเป็นยังไง ฝากติดตามนะครับผม

โดยทุกคนสามารถรับชมการทำเพลงทุกขั้นตอน รวมถึงให้กำลังใจเหล่าเมมเบอร์ทั้ง 6 คนได้ที่รายการ INDY CAMP ทุกวันพุธ เวลา 18.00 น. ทาง Facebook BNK48

รับชมบทสัมภาษณ์ได้ที่นี่

อัปเดตทุกเรื่องฮิตติดกระแสคลิก tidhoo.co
และสามารถติดตามคอนเทนต์สนุก ๆ จากติดหูได้ทาง โซเชียลเน็ตเวิร์ค
Facebook | Twitter | Youtube

Hello, World

Everything you want to know