เมื่อวันเวลาล่วงเลยไป เหล่านักวิทยาศาสตร์แท้ หรือแม้แต่คนที่ไม่ใช่ผู้เชียวชาญเฉพาะทางที่เรียกตัวเองแบบนั้น ย่อมเคยทำการทดลองที่ถูกยอมรับและไม่ยอมรับด้านศีลธรรมมาก่อน และท้ายสุดก็ก้าวข้ามผ่านมันไปได้ตามกาลเวลา

ในหนังก็เคยยกตัวอย่างการทดลองที่ผิดศีลธรรมมาแล้วอย่าง “แฟรงค์เกนสไตน์” ที่ ดร.แฟรงค์เกนสไตน์เอาซากศพสด ๆ ของมนุษย์มาทดลองแล้วปลุกชีพขึ้นมาเป็นผีดิบร้องอ้อแอ้ ๆ ซึ่งในเรื่องมันก็ทำให้เกิดโศกนาฎกรรมขึ้นมากมาย

แต่รสนิยมแบบ นักวิทยาสตร์บ้ามันก็ยังคงมีอยู่บนโลกจริง โดยเว็บ iflscience เล่าถึงเคสที่น่าสนใจ 2 ตัวอย่าง

การทดลอง ที่อย่าหาทำบนโลกใบนี้

– โคลนนิ่ง ฆาตกรต่อเนื่อง

ดร.ผู้ไม่ประสงค์ออกนำบอกว่า “ต้องการนำ DNA จากฆาตกรต่อเนื่องมาโคลนนิ่งขึ้นมา อาทิ เจฟฟรีย์ ดาห์เมอร์ ฆาตกรชาวอเมริกันที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดทางเพศซึ่งก่อเหตุฆาตกรรมและตัดอวัยวะของชายและชาย 17 คน หรืออัลเบิร์ต ฟิช เขาอ้างว่าตัวเองนั้นฆ่าเหยื่อกว่า 400 คน เขาถูกตัดสินประหารชีวิตจากเหตุฆ่า เกรซี บัดด์ เด็กหญิงวัยเพียง 10 ขวบเมื่อปี ค.ศ. 1928

จากนั้นให้ทารกได้รับการเลี้ยงดูในครอบครัวปกติที่คอยสนับสนุนและให้ความรัก เพื่อศึกษาดูว่าหากได้โอกาสที่ดีอีกครั้งพวกเขาจะกลายเป็นผู้ร้ายของสังคมมั้ย” อย่างไรก็ตามมันไม่สามารถเกิดขึ้นได้ เพราะผิดกฎหมาย มันจึงไม่มีการทดลองโคลนนิ่งมนูษย์ แบบนั้นขึ้นมา

การทดลอง

– สารคดีชุด “Three Identical Strangers”

ดร.ปีเตอร์ นอยบาวเออร์ จิตแพทย์เด็กและนักจิตวิเคราะห์ในการศึกษาที่ได้รับทุนจากสถาบันสุขภาพแห่งชาติของอเมริกา วิเคราะห์ศึกษาหัวข้อธรรมชาติกับการเลี้ยงดูผ่านการเฝ้ามองแฝดสามเพศชายที่ถูกจับแยกกันเลี้ยง ตั้งแต่ทารก เติบโตมาในครอบครัวต่างกัน โดยที่ทั้งสามไม่รู้ว่าตนเองมีพี่น้องแฝด ถามว่าผิดไหม มันก็เป็นเรื่องที่ผิดอยู่ดีเพราะถือเป็นการพรากครอบครัว

สารคดี Three Identical Strangers สร้างโดย ทิม วอร์ดเดิล ฉายเมื่อเดือนมกราคม 2018 คว้ารางวัลชมเชยพิเศษ Special Jury Prize ในเทศกาลหนังซันแดนซ์ ที่สหรัฐอเมริกา แฝดสาม ได้แก่ นายโรเบิร์ต ชาฟราน เอ็ดดี้ แกลแลนด์ และเดวิด เคลแมน ใช้ชีวิต 19 ปี โดยไม่รู้จักกัน ทั้งสามถูกรับมาเลี้ยงในปี 1960

จุดมุ่งหมายของการศึกษาเพื่อหาคำตอบว่าการให้แฝดสามอยู่ในสภาพแวดล้อมของครอบครัวที่แตกต่างกันจะส่งผลต่อการเลี้ยงดูอบรมสั่งสอนของแฝดสามหรือไม่ แต่เมื่อโตขึ้น ทั้งสามได้พบกันและพยายามหาว่าเหตุใดพวกเขาจึงถูกจับแยกออกจากกัน จนพบว่าถูกจับใส่ในครอบครัวที่มีฐานะแตกต่างกัน แต่่แกลแลนฆ่าตัวตายไปเมื่ออายุได้ 33 ปี สองแฝดที่เหลือจึงเรียกร้องให้องค์กรที่มีส่วนร่วมออกมารับผิดชอบแต่ทุกอย่างเงียบกริบ ส่วนดร. นอยบาวเออร์ก็เสียชีวิตไปแล้ว

สรุปคิอ การทดลองแบบนี้มันขัดต่อศีลธรรมอันดีอย่างร้ายแรง เรื่องราวเหล่านี้ดูเหมือนจะเป็นข้อถกเถียงกันมาตั้งแต่อดีตว่าสิ่งไหนคือสิ่งที่ถูกต้องกันแน่ และใครทำคนนั้นก็ควรที่จะรับผิดชอบสิ่งที่ทำลงไป แม้ว่าสิ่งสำคัญมันจะไม่กลับคืนมาแล้วก็ตาม

เครดิต – iflscience , wikipedia


อัปเดตทุกเรื่องฮิตติดกระแสคลิก tidhoo.co
และสามารถติดตามคอนเทนต์สนุก ๆ จากติดหูได้ทาง โซเชียลเน็ตเวิร์ค
Facebook | Twitter | Youtube

Hello, World

Everything you want to know