เรื่องราวของ วัยรุ่น 6 คนติดเกาะ สาเหตุเกิดมาจาก การที่พวกเขาไปขโมยเรือเพื่อออกเดินทางไปในทะเล แต่ดันหลงทางในพายุ ติดอยู่ในเกาะร้าง จากนั้นก็อยู่อาศัยจนกลายเป็นส่วนหนึ่งกับเกาะแปซิฟิกใต้

ในปี 1966 มีการค้นพบกลุ่มวัยรุ่น 6 คน อาศัยอยู่บนเกาะ Ata ของตองกา ซึ่งนักผจญภัยชาวออสเตรเลีย ปีเตอร์ วอร์เนอร์ (Peter Warner) คือคนที่พบกลุ่มวัยรุ่นทั้ง 6 คน โดยต่อมา ปีเตอร์ ต้องตกใจเมื่อรู้ว่า พวกเขาหายตัวไปเมื่อ 15 เดือนก่อนหน้านี้

ตามที่กลุ่มวัยรุ่นอธิบาย พวกเขานำเรือประมงออกจากท่าเรือที่ นูกูอาโลฟา ไปทางทิศใต้ 160 กิโลเมตร เพื่อผจญภัยอันสุดเหวี่ยง ซึ่งเดินทางได้ไม่นาน เรือก็ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากพายุ พวกเขาลอยอยู่โดยไม่มีน้ำหรืออาหารเป็นเวลา 8 วัน ก่อนที่จะขึ้นชายฝั่ง Ata ในที่สุด พวกเขาสร้างกระท่อมและกองไฟที่นั่นและรอดชีวิตมาได้ด้วยอาหารประเภท ปลา, กล้วย, มะละกอ

หลังจากเป็นข่าวใหญ่ นักข่าวก็แห่เดินทางเพื่อไปสัมภาษณ์กลุ่มวัยรุ่นทั้ง 6 ซึ่งพวกเขาก็ไม่ได้ให้สัมภาษณ์ถึงประสบการณ์อันเลวร้ายมากนัก แต่ล่าสุด Sione Filipe Totau ชายวัย 74 ปีหรือที่รู้จักกันดีในชื่อ Mano หนึ่งในหกของวัยรุ่นที่ติดเกาะในตอนนั้น ได้ออกมาพูดถึงประสบการณ์ของเขาเมื่ออายุ 19 ปีบนเกาะ Ata โดยเล่าว่า

“ย้อนไปก่อนเกิดเรื่อง เพื่อนคนหนึ่งในโรงเรียนบอกผมว่า “เราจะไปฟิจิ นายอยากไปไหม” แน่นอนฟังแล้วดูเหมือนเป็นการชวนกันเที่ยวทั่วไป แต่แท้จริงแล้วนี่หมายถึงการชวนไปขโมยเรือแบบสุดบ้านั่นเอง และแน่นอนผมตอบว่า “โอเค” ซึ่งหลังเลิกเรียนในวันนั้น เราเดินลงไปตามชายหาดและมองไปที่เรือ มีชายคนหนึ่งจอดเรือในบริเวณเดียวกันทุกวันเวลาประมาณหกหรือเจ็ดโมงเย็น และแน่นอน เราขโมยเรือลำนั้นอย่างง่ายดาย

“บนเรือมีพวกเราหกคนอายุระหว่าง 15 ถึง 19 ปี เพื่อนคนหนึ่งมีพ่อเป็นกะลาสีเรือ เราเลยมีคนขับเรือที่พอไว้ใจได้ แต่สิ่งดี ๆ มักอยู่กับเราไม่นาน เรามองไม่เห็นแสงไฟจากนูกูซาโลฟา ลมเริ่มพัดแรงขึ้นและคลื่นก็สูงขึ้น มีพายุเข้ามาและเราเสียใบเรือไป

“วันรุ่งขึ้นฝนตกเล็กน้อย เราล่องลอยอยู่กลางมหาสมุทรโดยไม่มีเรือใบ ไม่มีอาหารเลย เด็กผู้ชายบางคนเริ่มร้องไห้ แต่เราทำอะไรไม่ได้ และพยายามรักษาความหวังเล็ก ๆ ไว้ แต่ผมก็กังวลว่าเราอาจตายอยู่ดี

“เราลอยอยู่ในทะเลเป็นเวลา 8 วัน เร่มเห็นเกาะ Ata อยู่ไกล ๆ ในช่วง 9 โมงเช้า เราปล่อยให้คลื่นซัดเราเข้าฝั่งไปเรื่อย ๆ จนถึงชายฝั่งในช่วง 5 ทุ่ม ภูเขาไฟบนเกาะค่อนข้างสูงและเราไปถึงที่นั่นในความมืด เรากล่าวอธิษฐานและหวังว่า อย่าให้มีอะไรเลวร้ายอยู่ภายในเกาะนั้นเลย

“ผมกระโดดลงจากเรือและว่ายน้ำผ่านคลื่น เมื่อผมไปถึงฝั่งก็เห็นทั้งเกาะกำลังหมุนไปมา เพราะขาดอาหารมา 8 วัน หลังจากขึ้นฝั่งสำเร็จ พวกเราก็กล่าวคำอธิษฐานและกอดกันร้องไห้

“พวกเราลงทะเลไปหาหอย หามะละกอและมะพร้าวบางส่วน จนไปถึงการก่อกองไฟด้วยการถูไม้จนสามารถติดไฟได้ พวกเราได้กินอาหารสุกมื้อแรกในรอบสามเดือน ผมอยู่ด้วยความหวังว่า พรุ่งนี้จะมีอะไรดี ๆ เข้ามา พวกเราอยู่ที่นั่น 15 เดือน แต่สำหรับผม มันนานแสนนานยิ่งกว่านั้น

“และในที่สุด พวกเราก็เห็นเรือเข้ามาใกล้เกาะมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเพื่อนในกลุ่ม (สตีเฟน) เห็น เขาจึงกระโดดลงทะเลและว่ายน้ำไปที่เรือ กัปตันวอร์เนอร์ (คนขับเรือดังกล่าว) เล่าเหตุการณ์ตอนที่ได้ค้นพบวัยรุ่นทั้ง 6 คนว่า “ผมได้ยินเสียงมนุษย์แต่ตอนนั้นคิดว่ามันเป็นนก” แต่จู่ ๆ สตีเฟน ก็ว่ายน้ำมาโผล่ข้างเรือ

“เมื่อผมนึกย้อนไปถึงช่วงเวลาที่พวกเราอยู่บนเกาะ ผมได้เรียนรู้วิธีที่จะเชื่อใจตัวเอง ตอนนี้ผมรู้แล้วว่ามันไม่สำคัญว่าคุณจะเป็นใคร ไม่สำคัญว่าคุณจะเป็นสีอะไรเชื้อชาติอะไร เพราะหากคุณประสบปัญหาจริงในที่สุดคุณก็จะเห็นสิ่งที่คุณต้องทำเพื่อความอยู่รอด” Sione Filipe Totau กล่าวปิดท้าย

ที่มา : vice

อัปเดตทุกเรื่องฮิตติดกระแสคลิก tidhoo.co
และสามารถติดตามคอนเทนต์สนุก ๆ จากติดหูได้ทาง โซเชียลเน็ตเวิร์ค
Facebook | Twitter | Youtube

Hello, World

Everything you want to know