หลังจากที่อดีตนักร้องดังจากค่าย kamikaze อย่าง มีล่า-จามิล่า พันธ์พินิจ ที่ออกมาเปิดเผยถึงเรื่องราวสุดสะเทือนใจอย่างเรื่อง ที่ถูกน้องชายแท้ ๆ ของเธอทำร้ายร่างกายจนสาหัส ซึ่งหลังการเข้ารับการรักษา หมอก็วินิจฉัยอาการต่อมาว่า มีล่า เป็น PTSD (Post-Traumatic Stress Disorder) หรือ โรคเครียดหลังผ่านเหตุการณ์ร้ายแรง มาทำความรู้จักกับโรคกันดีกว่า

อ่านข่าวเพิ่มเติม

สำหรับโรค PTSD (Post-Traumatic Stress Disorder) หรือ โรคเครียดหลังผ่านเหตุการณ์ร้ายแรง เป็นภาวะของจิตใจ ที่เกิดจากการเผชิญกับเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจอย่างรุนแรง จนทำให้เกิดความรู้สึกวิตกกังวลโดยไม่สามารถควบคุมได้ เนื่องจากภาพเหตุการณ์นั้นในอดีตยังคงตามหลอกหลอน อาจส่งผลให้นอนไม่หลับและไม่มีสมาธิ โดยอาการเหล่านี้จะค่อนข้างรุนแรงและเกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอจนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน

โรคเครียดหลังผ่านเหตุการณ์ร้ายแรง

โดยอาการของ PTSD ที่พบเห็นในผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ มักมีรูปแบบที่แตกต่างกันไป แต่ส่วนมากแล้วมักจะมีอาการ ดังนี้

หากถูกสิ่งใดกระตุ้นให้นึกถึงเหตุการณ์นั้นขึ้นมา จะเห็นภาพเหตุการณ์ร้ายแรงซ้ำ ๆ ในรูปแบบของภาพหลอน ฝันร้ายและนึกถึงเหตุการณ์นั้นอยู่เสมอ จะทำให้เกิดความรู้สึกทุกข์ใจอย่างมาก

เกิดความคิดในแง่ลบ และมีอารมณ์ขุ่นมัว อาจมีความคิดที่บั่นทอนจิตใจเกี่ยวกับตัวเองหรือผู้อื่น บางกรณีอาจก่อให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับความทรงจำด้วย และไม่สามารถรักษาความสัมพันธ์กับบคนใกล้ชิดได้ดีเหมือนก่อน

บางคนอาจพยายามหลีกเลี่ยงสังคม หรือสถานที่ที่ทำให้นึกถึงเหตุการณ์การบาดเจ็บในครั้งนั้น และพยายามไม่คิดหรือไม่พูดถึงเหตุการณ์นั้นอีก บางคนอาจจัดการกับความรู้สึกเหล่านี้โดยการพยายามไม่รู้สึกอะไรเลย

บางคนนั้นไวต่อสิ่งกระตุ้น จนนอนหลับยาก หงุดหงิด โมโหรุนแรง ไม่มีสมาธิจดจ่อ รวมทั้งตื่นตัวมากเกินไป รู้สึกหวาดระแวงและตกใจง่าย อาจทำให้เกิดภาวะกายใจไม่สงบได้ และบางคนก็มีพฤติกรรมที่ทำร้ายสุขภาพตัวเอง

สำหรับอาการทางร่างกายอาจมีอาการปวด , เวียนศีรษะ มึนงง หน้ามืด เป็นลม เหงื่อออก คลื่นไส้ ท้องเสีย ตัวสั่น ความดันโลหิตสูง หัวใจเต้นเร็ว หายใจถี่ และกล้ามเนื้อเกร็ง เป็นต้น

โรคเครียดหลังผ่านเหตุการณ์ร้ายแรง

สำหรับการรักษาโรคเครียดหลังผ่านเหตุการณ์ร้ายแรง

ในเบื้องต้นผู้ป่วยโรค PTSD อาจดูแลตัวเองและจัดการกับความเครียดได้ด้วยวิธีการต่าง ๆ ดังนี้

การเรียนรู้วิธีรับมือกับความเครียด คือการทำความเข้าใจถึงความรู้สึก หรืออาการของตนเอง เพื่อหาวิธีรับมือกับอาการที่เกิดขึ้นเมื่อต้องเผชิญสถานการณ์ที่ทำให้เกิดความเครียด

การรักษาสุขภาพและดูแลตัวเอง ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ออกกำลังกาย และรู้จักหาเวลาผ่อนคลาย ควรหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน การใช้สารเสพติด การสูบบุหรี่หรือยาสูบทุกชนิด และห้ามผู้ป่วยรับประทานยาเองโดยไม่ได้รับคำสั่งจากแพทย์อย่างเด็ดขาด

โรคเครียดหลังผ่านเหตุการณ์ร้ายแรง

ส่วนการรักษา PTSD โดยแพทย์นั้น แพทย์มักให้ความสำคัญกับการบรรเทาอาการต่าง ๆ ทางอารมณ์และร่างกาย เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตประจำวันและรับมือกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้ดีขึ้น ซึ่งแพทย์อาจใช้วิธีการรักษา ดังต่อไปนี้

การรักษาด้วยยา

แพทย์อาจใช้ยารักษาอาการซึมเศร้า เพื่อควบคุมความรู้สึกเศร้าและวิตกกังวลของผู้ป่วย เช่น ยาต้านเศร้าเอสเอสอาร์ไอ ยากลุ่มไตรไซคลิก ยาควบคุมอารมณ์ และยารักษาโรคจิตกลุ่มใหม่ เป็นต้น

นอกจากนี้ อาจใช้ยาลดความดันโลหิตเพื่อควบคุมอาการบางอย่างด้วย เช่น ยาพราโซซินที่ใช้ลดอาการฝันร้าย และยาโพรพราโนลอลที่ใช้รักษาความวิตกกังวลเกี่ยวกับเหตุการณ์นั้น เป็นต้น โดยแพทย์มักไม่นิยมให้ใช้ยากล่อมประสาท เนื่องจากอาจเสี่ยงต่อการติดยาได้

โรคเครียดหลังผ่านเหตุการณ์ร้ายแรง

การรักษาด้วยวิธีจิตบำบัด

การบำบัดความคิดและพฤติกรรม เป็นจิตบำบัดที่ช่วยให้ผู้ป่วยได้เรียนรู้ และยอมรับที่จะปรับเปลี่ยนความคิด โดยแพทย์อาจพูดคุยเกี่ยวกับความรู้สึกและความคิดของผู้ป่วย รวมทั้งช่วยให้ผู้ป่วยเข้าใจและปรับทัศนคติที่มีต่อสิ่งต่าง ๆ ให้ดียิ่งขึ้น

การบำบัดด้วยการเผชิญหน้ากับสิ่งที่กลัว เป็นการบำบัดโดยให้ผู้ป่วยเผชิญหน้ากับสิ่งที่กลัว โดยอาจมีการใช้เทคโนโลยีความเป็นจริงเสมือน หรือ VR ด้วย เพื่อให้ผู้ป่วยได้เรียนรู้วิธีการรับมือกับเหตุการณ์นั้น โดยการบำบัดด้วยวิธีนี้ต้องอยู่ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของแพทย์และผู้เชี่ยวชาญ

ครอบครัวบำบัด เป็นการบำบัดโดยวิธีการปรับบทบาทหน้าที่และปฏิสัมพันธ์ของสมาชิกในครอบครัวให้เหมาะสมกับการอยู่ร่วมกับผู้ป่วย PTSD

การบำบัดแบบกลุ่ม เป็นวิธีการบำบัดโดยให้ผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้ได้แบ่งปันเรื่องราว ความคิด ความกลัว และความรู้สึกกับผู้ที่มีประสบการณ์คล้ายกัน

การบำบัดแบบไดนามิค เป็นการบำบัดเพื่อให้ผู้ป่วยรับรู้และเข้าใจเกี่ยวกับผลกระทบของเหตุการณ์ในอดีตที่มีผลต่อพฤติกรรมในปัจจุบัน

ทั้งนี้ ผู้ป่วยควรเข้าพบแพทย์เพื่อติดตามอาการอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น

ขอบคุณข้อมูลจาก : pobpad

อัปเดตทุกเรื่องฮิตติดกระแสคลิก tidhoo.co
และสามารถติดตามคอนเทนต์สนุก ๆ จากติดหูได้ทาง โซเชียลเน็ตเวิร์ค
Facebook | Twitter | Youtube

Hello, World

Everything you want to know