Hope Diamond เพชรโฮป เพชรสีน้ำเงินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีน้ำหนักถึง 45.52 กะรัต ซึ่งปัจจุบันถูกเก็บไว้ที่ใน พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาสมิธโซเนียน ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นเพชรที่สามารถมองเห็นสีฟ้า ได้ด้วยตาเปล่าเนื่องจากปริมาณของโบรอนภายในโครงสร้างผลึก ด้วยความงดงามของมันทำให้ เพชรโฮป ถือว่าเป็น “เพชรที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก”

จุดกำเนิดอาถรรพ์เริ่มต้นขึ้น เมื่อศตวรรษที่ 17 โดยมีเรื่องเล่าที่ว่า เพชรโฮปได้ถูกขโมยมาจากพระเนตร ( บางที่ก็ว่าจากพระนลาฏ ) ของเทวรูปนางสีดาที่ชาวอินเดีย เคารพนับถืออย่างสูง ทำให้เพชรชิ้นนี้มาพร้อมกับคำสาบแช่งที่ว่า

มันผู้ใดที่ขโมยหรือครอบครองเพชรโฮป จะต้องประสบความวิบัติทุกรายไป!

Jean Baptiste Tavernier
ภาพวาดของ Jean Baptiste Tavernier 

 

พ่อค้าชาวฝรั่งเศส Jean Baptiste Tavernier นำมาขายให้กับพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ในช่วงศตวรรษที่ 17 พระองค์ทรงให้ตัดแบ่ง เพชรออกเป็น 3 ส่วน ชิ้นแรกนั้นหายสาปสูญ ส่วนอีกสองชิ้น ชิ้นหนึ่งได้รับการเจียระไนเป็นรูปหัวใจขนาด 67 1/8 กะรัต และใช้เป็นเพชรประดับประจำราชวงศ์ฝรั่งเศส มาอีกนับทศวรรษในชื่อ “เพชรมงกุฎสีน้ำเงิน” ( Blue diamond of the crown ) ซึ่งในเวลาต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น เพชรโฮป ส่วนเพชรชิ้นสุดท้าย ไม่มีหลักฐานแน่ชัด แต่เชื่อว่าคือเพชรที่เรียกว่า “บรันสวิก บลู”

 

 

ถึงคำสาปนี้จะไม่ส่งผลกับพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 โดยตรง แต่คำสาปกลับส่งผลแก่ทาเวเนียร์ ผู้ค้าและเจียระไนเพชร ทำให้เขาสูญสิ้นเงินทองที่ได้จากการขายเพชร และตายอย่างอนาถาในรัสเซีย   และแม้ว่าพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 จะไม่ได้รับผลของคำสาป แต่เมื่อถึงรุ่นหลาน คือ พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และพระราชินีมารี อังตัวเนตต์  ซึ่งหลังจากทั้งสองได้ครอบครองเพชร ทั้งสองก็ถูกประหารชีวิต โดยกิโยตินช่วงระหว่างการปฏิวัติในปี ค.ศ. 1793 และเพชรเม็ดนั้น ก็ได้ถูกขโมยหายไปพร้อมสมบัติอื่นๆ

 

ภาพวาดจำลองการประหารพระเจ้าหลุยส์ที่ 16

 

อย่างไรก็ตามในปี 1830 ได้มีบันทึกว่ามีคนซื้อเพชรเม็ดนี้เอาไว้อีกครั้ง โดยชายคนดังกล่าวมีชื่อว่า เฮนรี่ ฟิลิป โฮป และทำให้เพชรสีน้ำเงินเม็ดดังกล่าวได้รับชื่อ “เพชรโฮป” ที่เราคุ้นเคยกันในปัจจุบัน แม้ว่าขนาดและรูปร่างของเพชรจะเปลี่ยนไปหลายคนเชื่อว่าเป็นเพชรที่ถูกเจียระไนมาจากเพชรต้องคำสาปเม็ดนั้น 

 

 

หลังจากครอบครองเพชรได้ไม่นาน คนในตระกูลก็เริ่มพบกับโชคร้ายทันที อย่าง ฟรานซิส โฮป ผู้ได้รับเพชรนี้เป็นของขวัญในวันเกิดครบรอบ 21 ปีก็ต้องล้มละลายหลังจากนั้น และได้ขายเพชรโฮปออกไป ทำให้เพชรเม็ดนี้มีการเปลี่ยนมืออยู่หลายครั้ง แต่ก็ไม่มีใครเลยที่จะถือมันไว้ได้นาน บางคนก็เป็นบ้าจนฆ่าตัวตาย ในขณะที่บางคนก็ถูกสังหาร หลังจากที่ถือครองเพชรนี้ไว้

 

hope diamond
ภาพ Hope Diamond ที่พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาสมิธโซเนียน

 

จนถึงผู้ครอบครองรายสุดท้ายก็คือ ตระกูลของ เซอร์ ฮาร์รีย์ วินสตัน เขาให้สตรีผู้หนึ่งยืมสร้อยคอที่มีเพชรโฮป ไปสวมใส่ในงานราตรี สองเดือนหลังจากนั้น ลูกของเธอก็ตายอย่างลึกลับ ส่งผลให้สามีกลายเป็นบ้าและต้องหย่าขาดกัน ในที่สุดทายาทตระกูลวินสตัน จึงได้มอบเพชรโฮปให้ พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาสมิธโซเนียน ของสหรัฐฯ เป็นผู้อนุรักษ์แทน

 

อัปเดตทุกเรื่องฮิตติดกระแสคลิก tidhoo.com
และสามารถติดตามคอนเทนต์สนุก ๆ จากติดหูได้ทาง โซเชียลเน็ตเวิร์ค
Facebook | Twitter | Youtube

 

Hello, World

Everything you want to know