คนจน ไม่ค่อยมีเงินกิน ทำงานหนัก ควรจะ “ผอมแห้ง” แต่ทำไมกลับ “อ้วน” แถมยังมีแนวโน้มอ้วนสูงเพิ่มมากกว่าคนรวยด้วยซ้ำ จึงเป็นคำถามของใครหลายคนที่มักจะเกิดคำถามว่า คนจนทำไมอ้วน มาลองหาคำตอบไปพร้อมกับ ติดหู กันเถอะ

คนจน ยิ่งจน ยิ่งอ้วน?

Social Media ตั้งคำถาม  เงินไม่มีแดก แต่ แปลกทำไมอ้วน ?!
ภาพจำผลิตซ้ำ ย้ำเสมอว่า คนจนมักผอมแห้ง มื้ออาหารส่วนใหญ่ หนีไม่พ้น น้ำพริก ผักต้ม ปลาทู คนจนผู้กินน้อย แต่ใช้แรงงานหนัก ไหนจะแบ่งกิน แบ่งใช้ ทั้งครอบครัวแบบนี้มีแต่ผอมกับผอม ในขณะที่คนรวย ผู้เลือกทานได้มากว่า ปุฟเฟ่ต์ ชาบู หมูกระทะ สารพัดของหวาน ขุนความอ้วนได้มากกว่า

แต่ทำไมคนจน – คนชั้นกลางยังมีแนวโน้ว ‘อ้วน’ สูงมากกว่าคนรวย ?

ก็เพราะระดับของราคาอาหาร มีผลต่อปริมาณโภชนาการอาหารที่ดี ยิ่งราคาสูง ก็เข้าถึงวัตถุดิบ ที่มีประโยชน์ได้มากกว่า แถมพิถีพิถันอย่างใส่ใจ ดีต่อสุขภาพอีกด้วย กลับกัน อาหารราคาถูก คุณภาพก็ต่ำ ด้อยโภชนาการ เน้นปริมาณและจำนวน เลยเต็มไปด้วย แป้ง น้ำตาล ไขมันเลว เสริมด้วยสารต่าง ๆ ตามกลไกลการผลิตและการตลาด

ในขณะอุตสาหกรรมอาหารประเภท Junk Food เติบโตไปทั่วโลก หลายแบรนด์ผลิตอาหารให้คุ้มคนกิน คนผลิตอิ่มกำไร โปรโมชั่นหั่นราคา ปริมาณบิ๊กเบิ้ม แต่คุณค่าทางโภชนาการอาหารต่ำ แถมยังหาซื้อได้ง่ายตามตลาด

คนจนทำไมอ้วน

แล้วใครคือคนบริโภคของอาหารคุณภาพต่ำเหล่านั้น ?

ก็คือ ‘คนจน’ ยังไงล่ะ

รู้ว่าไม่ดี แต่ทำไมยังต้องซื้อกิน ?

เมื่อรายได้น้อย ก็ต้องใช้สอยอย่างจำกัด คนจนจึงเลือกกินให้ ‘อิ่มมื้อนี้เผื่อมื้อหน้า’ กินให้เกิดพลังงาน ดำรงชีวิต รับมือกับงานที่แสนจะหนักได้ แถมยังเผชิญกับความเครียด เมื่อเครียดมาก ฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ก็จะสูงขึ้น กระตุ้นความอยากอาหาร ร่างกายก็ผลิตน้ำตาลมากขึ้น

ปัญหา ‘คนยิ่งจนอ้วน’ ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ที่ไทย แต่ดินแดนแห่งอุตสาหกรรมอาหารฟาสต์ฟู๊ด อย่าง ‘อเมริกา’ ก็ประสบปัญหา ‘The Obesity’ หรือโรคอ้วน

มีการทำวิจัย สรุปสถิติต่างๆ รวมถึงภาครัฐเข้าดูแล ผลการวิจัย พบสถิติที่น่าตกใจว่า ยิ่งคนรายได้น้อยยิ่งมีปัญหากับความอ้วน

นอกจากนั้น นักวิชาการอเมริกายังตั้งข้อสังเกต เหตุผลที่ทำคนจน อ้วน อีกด้วย ดังนี้
1. ขาดความรู้เรื่องของโภชนาการอาหาร
2. ไม่มีเวลาทำอาหารเอง
3. ไม่มีเงินและเวลาในการออกกำลังกายเพื่อดูแลตัวเอง
4. ไม่ได้เข้าสังคมจึงไม่ต้องดูแลบุคลิกมากนัก

คนจนทำไมอ้วน

เราอ้วนหรือยัง ?

คิดจากค่าดัชนีมวลกายได้ง่ายเพียงเอาน้ำหนักและส่วนสูงที่เป็นเมตร หาร 2 ครั้ง ก็จะได้ค่าดัชนีมวลกาย ซึ่งค่าดัชนีมวลกาย(BMI)ของไทย อยู่ที่ 18.5 – 23 หากเกินไปมากกว่า 23 ขึ้นไป จึงเท่ากับ น้ำหนักเกินแล้วนั่นเอง

ในขณะเราตั้งคำถามว่า ทำไมไม่กินน้ำพริก ผักต้ม ดูล่ะ อาจประหยัดและดีต่อสุขภาพมากว่า รู้หรือไม่ว่าราคาของอาหารเหล่านี้ค่อนข้างสูงเลยทีเดียว

1 มื้อ ประกอบไปด้วย ปลาทู 15 บาท ผักต้ม 30 บาท น้ำพริก 25 บาท ข้าวเปล่า 10 บาท รวมมื้อนี้ ก็ 80 บาทต่อมื้อ ในขณะที่ ข้าวเหนียว หมูปิ้ง 1 มื้อก็ประมาณ = 35 บาทเท่านั้น ถ้าต้องเลือกอิ่มในงบที่ จำกัด ข้าวเหนียวหมูน่าจะตอบโจทย์กว่า แต่แคลอรี่และไขมันก็สูงมากกว่าด้วยเช่นกัน

อยากสุขภาพไม่พัง ต้องกินอาหารแพง เท่านั้นหรอ ?

มีทางเลือกอื่นไหมที่จะเข้าถึงอาหารราคาถูก แต่ได้คุณภาพที่ดี? ซื่งชาวเน็ตก็แสดงความคิดเห็นไว้ได้อย่างน่าสนใจ คือ

พยายามหาความรู้เรื่องโภชนาอาหารและเลือกกินอย่างมีวินัย

พยายามทำอาหารเอง ซื้อหาวัตถุดิบเป็นกิโลกรัม ซึ่งแบ่งทำได้หลายมื้อ

พยายามหาเวลาออกกำลังกาย เพื่อเผาผลาญไขมันส่วนเกิน

คนจนทำไมอ้วน

แต่ทั้งนี้ คนจนทำไมอ้วน  ก็คงเป็นเรื่องของรายได้ และ เวลา ของคนจน ก็เป็นปัจจัยที่ปิดกั้นบางทางเลือก รวมไปถึงสังคมและเศรษฐกิจ ในบางครั้งการดูแลสุขภาพจึงเป็นเรื่องที่ยาก แต่ก็เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องดูแลตัวเองอยู่เสมอ เพราะไม่ใช่คนรวยทุกคน ที่จะเลือกกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และไม่ใช่คนจนทุกคน ที่เป็นคนอ้วน เมื่ออายุมากขึ้น คนเรามักจะมีปลายทางเดียวกัน คือเริ่มต้นดูและสุขภาพ ไม่ทางใด ก็ทางหนึ่ง เพราะสุขภาพที่ดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ก็ต้องทำเอง

อัปเดตทุกเรื่องฮิตติดกระแสคลิก tidhoo.co
และสามารถติดตามคอนเทนต์สนุก ๆ จากติดหูได้ทาง โซเชียลเน็ตเวิร์ค
Facebook | Twitter | Youtube

Hello, World

Everything you want to know